สยบจอมมารฝึกหัดด้วยคาถารักฉบับผม•ตอนที่ 2

ห้องเรียนปรุงยาที่ไม่มีใครมองเห็นค่า

ผลงานโดย อาร์เธอร์มนตราสวรรค์
กลิ่นไอน้ำยาคาโมมายล์ผสมรากแมนดราโกร่าคั่วไหม้ลอยตลบอบอวลจนแสบจมูก เสียงโลหะกระทบกันดังเคร้งครางจากหม้อทองเหลืองนับสิบใบในห้องเรียนปรุงยาชั้นปีที่หนึ่ง สร้างความระnระคายหูและบรรยากาศอันน่าหงุดหงิดเป็นที่สุด "ถ้าพวกเธอคุมอุณหภูมิของเปลวไฟรูนระดับสองไม่ได้ น้ำยาสมานแผลนี้จะกลายเป็นกรดกัดกร่อนผิวหนังทันที... เหมือนอย่างที่เจ้าทึ่มแถวหลังสุดกำลังทำอยู่สินะ" น้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงไว้ด้วยความเย้ยหยันดังขึ้นจากหน้าห้อง เซเลสเต้ อาจารย์สาวผู้กุมบังเหียนวิชาปรุงยาโบราณ ยืนกอดอกพิงโต๊ะไม้โอ๊ก สายตาคมกริบดั่งใบมีดน้ำแข็งกวาดมองผ่านแว่นกรอบทองมายังโต๊ะตัวริมสุด ซึ่งมีคิลกำลังยืนจ้องมองหม้อปรุงยาของตนเองด้วยสีหน้าเรียบเฉย รอบตัวของคิลเวลานี้เต็มไปด้วยเสียงซุบซิบนินทาและเสียงหัวเราะคิกคักจากเพื่อนร่วมชั้น "ดูหม้อของเขาซิ แทบไม่มีควันพุ่งออกมาเลยสักนิด" "ฮ่าๆ สงสัยคงยอมแพ้ตั้งแต่ยังไม่เริ่มปรุงแล้วกระมัง เด็กทุนจากเขตนอกก็แบบนี้แหละ แค่พื้นฐานเวทมนตร์ธาตุไฟยังควบคุมไม่ได้เลย" คิลไม่ได้สนใจเสียงนกเสียงกาเหล่านั้นแม้แต่น้อย สมองอันเฉียบคมและระบบแจ้งเตือนรูนโบราณในห้วงความคิดของเขากำลังคำนวณอัตราส่วนและอุณหภูมิอย่างแม่นยำระดับปรมาณู ในสายตาของอดีตนักปรุงยาอัจฉริยะอย่างเขา ตำราปรุงยาของสถาบันเวทมนตร์แห่งนี้ยังมีช่องโหว่และข้อผิดพลาดทางทฤษฎีมากเกินกว่าจะเรียกว่าสมบูรณ์แบบ การใช้วิธีดั้งเดิมตามตำราไม่มีทางสกัดสารบริสุทธิ์ของสมุนไพรออกมาได้สูงสุดหรอกครับ *ติ๊ง!* [ระบบแจ้งเตือน: ตรวจพบความแปรปรวนของพลังงานมานาในหม้อปรุงยา ความหนืดเกินมาตรฐาน 14.2%] [คำแนะนำจากระบบ: ทำการปรับลดปริมาณผงผลึกจันทราลงครึ่งหนึ่ง แล้วหยดน้ำตาภูตป่าลงไปทางขอบหม้อทิศเหนือเพื่อปรับสมดุลธาตุ] คิลเหลือบมองตัวอักษรสีฟ้าจางๆ ที่ปรากฏขึ้นเบื้องสายตา มุมปากของเขายกยิ้มขึ้นเล็กน้อยอย่างรู้ทัน เขายกขวดแก้วบรรจุน้ำใสสะอาดขึ้นมาด้วยมือข้างเดียว ท่วงท่าสง่างามและนุ่มนวลราวกับศิลปินกำลังบรรเลงบทเพลงคลาสสิก ไม่มีความรีบร้อน ลุกลี้ลุกลน หรือหวาดกลัวต่อสายตานับสิบคู่ที่กำลังรอดูความล้มเหลวของเขาเลยแม้แต่น้อย "เฮ้, นายกำลังทำบ้าอะไรน่ะ คิล?" รูเบน เพื่อนร่วมกลุ่มที่นั่งโต๊ะถัดไปกระซิบเตือนด้วยความหวังดี ใบหน้าของเด็กหนุ่มเต็มไปด้วยความกังวล "นั่นมันน้ำตาภูตป่าราคาแพงนะ ถ้าใส่ผิดสูตรหม้อได้ระเบิดใส่หน้าแน่!" "ความผิดพลาด มักเป็นจุดเริ่มต้นของการค้นพบใหม่เสมอครับ รูเบน" คิลตอบกลับด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลและรอยยิ้มอบอุ่น ก่อนจะบรรจงหยดของเหลวสีมรกตลงไปตามทิศทางที่ระบบแนะนำ *ฟู่—!* เสียงปฏิกิริยาเวทมนตร์ดังขึ้นเบื้องหน้า ทว่าแทนที่จะเกิดควันพิษสีดำหรือการระเบิดตามที่หลายคนคาดคิด กลับปรากฏละอองแสงสีทองระยิบระยับลอยฟุ้งกระจายไปทั่วบริเวณ กลิ่นฉุนของสมุนไพรเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยกลิ่นหอมหวานละมุนของดอกลิลลี่ขาวและสายลมบริสุทธิ์ บรรยากาศภายในห้องเรียนที่เคยอึกทึกพลันเงียบกริบลงทันตาเห็น บรรดานักเรียนที่กำลังงละล้าละลังกับการปรุงยาของตนต่างพากันหยุดชะงัก หันขวับมามองต้นตอของแสงประหลาดนั้นเป็นตาเดียว แม้แต่เซเลสเต้ที่ยืนกอดอกตีสีหน้าเย็นชาอยู่หน้าห้อง ก็ยังต้องขยับแว่นตากรอบทองเล็กน้อย ดวงตาสีไพลินเบิกกว้างขึ้นอย่างปิดไม่มิด เมื่อสัมผัสได้ถึงคลื่นพลังงานบริสุทธิ์ระดับพรีเมียมที่แผ่ซ่านออกมาจากหม้อปรุงยาของเด็กหนุ่ม "นั่น... มันเป็นไปได้ยังไง?" เสียงอุทานหลุดออกมาจากปากของหัวหน้าชั้นเรียนสาวผู้เพียบพร้อม เธอมองขวดแก้วในมือของคิลที่ตอนนี้ถูกเติมเต็มด้วยน้ำยาสมานแผลสีทองใสประกายมุก ซึ่งเป็นเกรดคุณภาพสูงกว่าตำราหลวงถึงสามระดับ! คิลค่อยๆ วางทัพพีไม้ลงบนโต๊ะอย่างใจเย็น เขาเงยหน้าขึ้นประสานสายตากับอาจารย์สาวผู้เคร่งครัด รอยยิ้มสุภาพแต่แฝงความเจ้าเล่ห์เล็กน้อยปรากฏขึ้นบนใบหน้าได้รูป "อาจารย์เซเลสเต้ครับ... ผมเกรงว่าสูตรน้ำยาสมานแผลในตำราหน้า 42 ของสถาบันเรา จะมีข้อบกพร่องเรื่องการสลายตัวของมานาธาตุลมนะครับ หากเราเพิ่มขั้นตอนการปรับสมดุลด้วยน้ำตาภูตป่าลงไปในเสี้ยววินาทีที่สามสิบ ความบริสุทธิ์ของตัวยาจะพุ่งทะยานขึ้นถึงร้อยละเก้าสิบเก้าจุดเก้าทันที... อาจารย์คิดว่าผลงานชิ้นนี้ พอจะผ่านเกณฑ์การประเมินของท่านบ้างไหมครับ?" ความเงียบเข้าปกคลุมห้องเรียนอีกครั้ง ท่ามกลางสีหน้าตะลึงงันของทุกคน เซเลสเต้ก้าวเท้าเดินตรงมายังโต๊ะของคิลอย่างช้าๆ รองเท้าส้นสูงกระทบพื้นห้องดังเป็นจังหวะสะท้อนก้อง เธอยื่นมือเรียวบางหยิบขวดแก้วบรรจุน้ำยาสีทองขึ้นมาพิจารณาใกล้ๆ ดวงตาคู่สวยฉายแววประหลาดใจระคนทึ่งอย่างปิดไม่มิด อาจารย์สาวสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อระงับความรู้สึกตื่นตะลึง เธอกวาดสายตาคมกริบมองเด็กหนุ่มตรงหน้าผู้มีรอยยิ้มอบอุ่นประดับบนใบหน้าเสมอ ราวกับเขารู้จักความลับทั้งหมดของโลกใบนี้ดีอยู่แล้ว "เธอ... ไปเอาสูตรนี้มาจากไหน, คิล?" เซเลสเต้เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา ชิดริมฝีปากจนแทบกลายเป็นกระซิบ มีเพียงเขากับเธอเท่านั้นที่ได้ยิน คิลหัวเราะในลำคอเบาๆ อย่างอารมณ์ดี เขายังไม่ทันได้เอ่ยปากตอบคำถามอันน่าค้นหานั้น จู่ๆ บรรยากาศรอบตัวก็แปรเปลี่ยนเป็นเย็นยะเยือก ประตูห้องเรียนไม้สักหนาหนักก็ถูกกระชากเปิดออกอย่างไร้มารยาท แรงกดดันมหาศาลระดับปรมาจารย์พรั่งพรูเข้ามาพร้อมกับเงาร่างสูงโปร่งของชายหนุ่มในชุดคลุมสีดำสนิทปักดิ้นทอง สัญลักษณ์รูปงูกินหางปรากฏเด่นชัดที่ปกเสื้อ—เขาคือ "เวลล์" รองประธานสภานักเรียนผู้ขึ้นชื่อเรื่องความโหดเหี้ยมและเกลียดชังเด็กทุนเป็นที่สุด "อาจารย์เซเลสเต้ครับ ผมได้รับรายงานว่ามีบุคคลฝ่าฝืนกฎการใช้สารต้องห้ามระดับอันตรายในคาบเรียนนี้..." เวลล์กวาดสายตามาที่คิลด้วยรอยยิ้มเยาะเย้ย ก่อนจะชะงักเมื่อเห็นขวดน้ำยาสีทองในมือของอาจารย์สาว เซเลสเต้หันไปมองเวลล์ด้วยแววตานิ่งสนิท รังสีอำมหิตแผ่ออกมาจากตัวเธอจนรองประธานสภานักเรียนถึงกับกลืนน้ำลายลงคอ ทว่าก่อนที่ใครจะได้เอ่ยถ้อยคำใดออกมา หน้าต่างกระจกใสบานใหญ่ด้านหลังห้องก็แตกละเอียดเป็นเสี่ยงๆ ด้วยแรงระเบิดปริศนา! กลุ่มควันสีดำทมิฬพวยพุ่งทะลักเข้ามา พร้อมกับเสียงหัวเราะเยือกเย็นที่สั่นประสาททุกลมหายใจ และสิ่งที่ไม่คาดฝันก็ปรากฏกายขึ้นตรงหน้าพวกเขา—สิ่งมีชีวิตโบราณที่ควรจะสูญพันธุ์ไปจากหน้าประวัติศาสตร์เมื่อพันปีก่อน! ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางมากับผมในบทนี้จากใจจริงครับ — อาร์เธอร์มนตราสวรรค์
สารจากนักเขียน (อาร์เธอร์มนตราสวรรค์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สยบจอมมารฝึกหัดด้วยคาถารักฉบับผม นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%