“ถอยไปให้พ้นระยะรัศมีทำลายล้างของมัน!”
เสียงตะโกนของผมดังฝ่าความเงียบงันที่บีบคั้นของหอคอยต้องห้าม เบื้องหน้าของเรา ‘อสูรเงาแห่งรูนผันผวน’ กำลังคำรามด้วยเสียงที่เหมือนโลหะครูดกับแก้วหู แรงสั่นสะเทือนมหาศาลทำให้พื้นศิลาแตกร้าวเป็นใยแมงมุม สีหน้าของเซเลสเต้ที่ยืนอยู่ข้างผมซีดเผือด แม้เธอจะเป็นจอมเวทระดับสูง แต่การเผชิญหน้ากับพลังที่เกิดจากความผิดพลาดของรูนโบราณในสถานการณ์ปิดตายแบบนี้ มันเกินกว่าที่เวทมนตร์ทั่วไปจะรับมือได้
“ค일... เจ้าจะทำอะไร? อย่าบอกนะว่าคิดจะใช้ ‘รูนพันธนาการสมบูรณ์’ ตอนนี้ พลังเวทของเจ้าจะแห้งเหือดจนถึงแก่ชีวิต!” เซเลสเต้คว้าแขนผมไว้ แววตาของอาจารย์สาวสั่นไหวด้วยความกังวลที่ไม่เคยเห็นมาก่อน
ผมหันไปสบตาเธอ พยายามคลี่ยิ้มที่มั่นใจที่สุด แม้ภายในจิตใจจะกำลังคำนวณความเสี่ยงอย่างบ้าคลั่ง “ไม่มีทางเลือกอื่นแล้วครับอาจารย์ หากผมไม่ดึงพลังจากระบบออกมาเพื่อสร้างเกราะป้องกัน... พวกเราทุกคนที่นี่จะถูกบดขยี้จนไม่เหลือแม้แต่เศษซาก”
ผมสะบัดแขนหลุดจากการเกาะกุม ขยับนิ้ววาดลวดลายกลางอากาศด้วยความเร็วที่เหนือกว่าการมองเห็นของมนุษย์ปกติ
[แจ้งเตือนระบบ: ตรวจพบสภาวะวิกฤตระดับสูง ต้องการดึงพลังงานสำรองจาก Core ของระบบใช่หรือไม่?]
[คำเตือน: กระบวนการนี้อาจส่งผลกระทบถาวรต่อระดับพลังเวทของโฮสต์]
“ยืนยัน” ผมเค้นเสียงตอบผ่านทางกระแสจิต
ทันใดนั้น ความเจ็บปวดราวกับเข็มร้อนๆ นับพันเล่มทิ่มแทงไปทั่วเส้นประสาททั่วร่าง พลังงานสีครามเข้มไหลทะลักออกมาจากกระดูกสันหลังของผม มันไม่ใช่พลังเวทธรรมดา แต่มันคือแก่นแท้ของระบบที่ถูกบีบอัดจนถึงขีดจำกัด ผมสะบัดมือออกไปเบื้องหน้า รูนขนาดมหึมาปรากฏขึ้นบนอากาศทีละตัว... สองตัว... จนครบเจ็ดชั้น
“จงสถิต ณ ที่แห่งนี้... มหาเกราะรูนดารา!”
เปรี้ยง!
แรงปะทะจากอสูรเงาซัดเข้าใส่เกราะรูนจนเกิดแสงสว่างจ้าจนน่าอึดอัด ผมรู้สึกได้ว่าเส้นเลือดขมับกำลังเต้นตุบๆ ผิวหนังเริ่มมีรอยแตกร้าวของพลังงานสีน้ำเงินเรืองแสงออกมา นี่คือขีดจำกัดของมนุษย์คนหนึ่งที่พยายามฝืนกฎแห่งเวทมนตร์ด้วยกลไกของระบบที่เหนือกว่าธรรมชาติ
“ค일! หยุดนะ! ข้า... ข้าไม่ยอมให้เจ้าเป็นอะไรไป!” เซเลสเต้ร่ายเวทป้องกันซ้อนเกราะของผมอีกชั้น มือของเธอสั่นเทาขณะที่พยายามถ่ายทอดพลังเวทส่วนตัวมาช่วยประคอง
“เชื่อใจผมครับ...” ผมกัดฟันแน่น จนเลือดไหลซึมจากมุมปาก “ผมไม่ได้มาไกลถึงเพียงนี้ เพื่อจะมาตายในห้องเรียนที่พังทลาย!”
เราสองคนยืนหยัดอยู่ท่ามกลางพายุพลังงานที่โหมกระหน่ำ ผมพยายามควบคุมรูนแต่ละตัวให้หมุนวนอย่างแม่นยำ หากพลาดแม้แต่มิลลิเมตรเดียว พลังงานมหาศาลนี้จะตีกลับและแผดเผาเราทั้งคู่ให้กลายเป็นเถ้าถ่าน ระบบกำลังแจ้งเตือนสถานะ ‘วิกฤต’ ซ้ำๆ แต่มันกลับทำให้ผมรู้สึกถึงความมีชีวิตชีวาอย่างประหลาด มันคือการเดิมพันที่คุ้มค่าที่สุดในฐานะคนที่เคยเป็นแค่นักปรุงยาไร้ค่าคนหนึ่ง
ทว่า ในวินาทีที่ผมคิดว่าสามารถต้านทานมันไว้ได้ แรงกดดันมหาศาลกลับพุ่งทะลุผ่านรูนชั้นที่ห้าไปอย่างง่ายดาย!
“ค일! ดูนั่น!” เสียงของเซเลสเต้แหลมสูงด้วยความตระหนก
เงามืดที่อสูรเงาสร้างขึ้นไม่ได้มาจากตัวมัน แต่มันกำลัง ‘เปิดออก’ เหมือนประตูนรก ดวงตาสีโลหิตคู่หนึ่งที่ไม่ใช่ของสัตว์ประหลาดตนนั้น ค่อยๆ ลืมขึ้นกลางความว่างเปล่าเบื้องหลังมัน ความมืดมิดที่สัมผัสได้ถึงเจตจำนงที่ชั่วร้ายและเก่าแก่ยิ่งกว่าหอคอยแห่งนี้กำลังจับจ้องมาที่ผม
ระบบส่งเสียงเตือนยาวติดต่อกันด้วยความถี่สูงเกินกว่าที่ผมเคยได้ยินมา
[แจ้งเตือนด่วน: ตรวจพบ ‘ผู้สร้าง’ ความผิดพลาดของรูน... ระดับภัยคุกคาม: สูงกว่าขีดจำกัดของระบบปัจจุบัน]
ร่างเงาในความมืดนั้นขยับตัวช้าๆ มือที่ดำมืดราวกับหลุมดำยื่นออกมาผ่านเกราะรูนของผมราวกับมันเป็นเพียงอากาศธาตุ มันไม่ได้จ้องจะทำลายเกราะ... แต่มันกำลังจะ ‘ลบ’ ตัวตนของผมออกจากสมการนี้โดยสิ้นเชิง!
“เจ้าเด็กน้อย...” เสียงนั้นก้องกังวานในหัวผม ราวกับมาจากห้วงลึกของจักรวาล “เจ้าบังอาจยืมพลังของ 'ข้า' มาสยบ 'ผลงาน' ของข้าเองงั้นรึ?”
ผมเบิกตากว้าง ความหนาวเย็นเยือกเข้าเกาะกุมหัวใจเมื่อสัมผัสได้ว่า พลังของระบบที่ผมรีดเร้นออกมา กำลังถูกดูดกลืนกลับไปหาเจ้าของที่แท้จริง
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุนกันมาโดยตลอดนะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปครับ!
อาร์เธอร์มนตราสวรรค์
สยบจอมมารฝึกหัดด้วยคาถารักฉบับผม•ตอนที่ 24
ขีดจำกัดของคาถารูนโบราณ
ผลงานโดย อาร์เธอร์มนตราสวรรค์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (อาร์เธอร์มนตราสวรรค์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สยบจอมมารฝึกหัดด้วยคาถารักฉบับผม นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!