กลิ่นอายของโคลนชื้นผสมผสานกับยางไม้สนโบราณตลบอบอวลอยู่รอบกาย ทัศนวิสัยเบื้องหน้าถูกบดบังด้วยหมอกสีเทาจัดที่หนาทึบเสียจนแสงอาทิตย์ยามบ่ายไม่สามารถสาดส่องลงมาถึงพื้นดินได้ ป่าเขตหวงห้าม หรือที่เหล่าศิษย์ในสถาบันเวทมนตร์ขนานนามกันว่า "ป่าสนรัตติกาล" ไม่ใช่สถานที่สำหรับนักเรียนฝึกหัดที่จะกطล้ำเข้ามาตามอำเภอใจ เว้นเสียแต่ว่าผู้นั้นจะมีใบอนุญาตพิเศษ หรือ... กำลังทำตามภารกิจลับที่ถูกบังคับด้วยระบบปริศนา
"ถ้าคุณยังเดินซุ่มซ่ามเหยียบกิ่งไม้แห้งอีกสักครั้ง ฉันคงต้องใช้เวทผูกเงื่อนตรึงร่างคุณไว้กับต้นไม้ต้นนั้นแล้วล่ะนะ คิล"
น้ำเสียงเรียบเย็นแต่แฝงด้วยความระแวดระวังดังขึ้นจากเบื้องหน้า เซเลสเต้หยุดฝีเท้าลงโดยไม่หันกลับมามอง เรือนผมสีเงินยวงสะท้อนกับแสงเรืองรองอ่อนๆ จากคሪสตัลนำทางในมือเธอ ชุดคลุมสีดำสนิทของอาจารย์สาวพลิ้วไหวตามแรงลมยะเยือกที่พัดผ่าน ยามนี้เธอไม่ได้อยู่ในฐานะผู้สอนบนแท่นบรรยาย หากแต่เป็นผู้คุ้มกันจำเป็นสำหรับภารกิจเดี่ยวที่ระบบเจ้ากรรมมอบหมายให้ผมต้องมาเผชิญหน้า
ผมถอนหายใจเบาๆ พลางปัดเศษใบไม้ที่ติดอยู่ตรงหัวไหล่ออกอย่างไม่รีบร้อน สายตายังคงกวาดมองไปรอบด้านเพื่อวิเคราะห์สภาพแวดล้อม ระบบแจ้งเตือนรูนโบราณในหัวของผมกำลังส่งเสียงเตือนเบาๆ เป็นระยะ
*[ติ๊ง! ตรวจพบความหนาแน่นของมานาผิดปกติในรัศมี 50 เมตร]*
*[คำเตือน: สมุนไพร 'รากโลหิตทมิฬ' ที่ท่านต้องเก็บรักษ์ มักเติบโตบริเวณรังของอสูรเวทระดับกลาง 'สุนัขป่าเงาอัคคี']*
"ผมไม่ได้ซุ่มซ่ามครับอาจารย์ เซเลสเต้ แต่ผมกำลังคำนวณอัตราการไหลเวียนของมานาในชั้นดินต่างหาก" ผมตอบกลับด้วยรอยยิ้มสุภาพ ก้าวเท้าเข้าไปใกล้ร่างเพรียวระหงของอาจารย์สาวอย่างระมัดระวัง "อีกอย่าง ถ้าผมถูกมัดไว้กับต้นไม้จริง คนที่จะไม่มีใครช่วยแกะรอยสมุนไพรหายากระดับสามดาวนี้ ก็คงเป็นตัวท่านเองในย่านป่าทึบที่เข็มทิศเวทมนตร์ใช้การไม่ได้นี่แหละครับ"
เซเลสเต้ชะงักไปเล็กน้อย ดวงตาสีครามเข้มภายใต้กรอบหน้ากากเวทมนตร์เสี้ยวหนึ่งหันมามองค้อนผมแวบหนึ่ง ก่อนที่มุมปากบางเฉียบจะยกขึ้นเป็นรอยยิ้มบางเบาที่หาดูได้ยาก
"ปากกล้าขึ้นทุกวันนะ คิล... ตั้งแต่เมื่อไหร่กันที่เด็กฝึกหัดปีหนึ่งกล้าต่อปากต่อคำกับอาจารย์ผู้สอนแบบนี้" แม้คำพูดจะดูดุ แต่แววตาของเธอกลับไม่มีความโกรธเคืองแม้แต่น้อย มีเพียงความระaึกรู้และความเอ็นดูที่ถูกซ่อนไว้ภายใต้มาดขรึม
เราทั้งคู่กำลังปฏิบัติภารกิจเสริมที่ระบบบังคับให้ผมต้องลุยเดี่ยวเข้ามาเก็บ 'รากโลหิตทมิฬ' สมุนไพรหายากที่ใช้เป็นวัตถุดิบหลักในการปรุงยาชำระล้างมานาขั้นสูง แต่ความยากไม่ได้อยู่ที่การขุดรากไม้นั่นหรอกครับ แต่มันอยู่ที่เขตแดนนี้มีกฎเหล็กโบราณคุ้มครองอยู่ เวทมนตร์สื่อสารทั้งหมดถูกตัดขาด และความกดดันทางจิตวิญญาณจากป่าแห่งนี้ก็กำลังทดสอบขีดจำกัดของสติสัมปชัญญะทีละน้อย
ผมหยิบสมุดบันทึกหนังสีน้ำตาลเก่าคร่ำคร่าออกมาจากกระเป๋าคาดเอว เปิดหน้ากระดาษที่จดบันทึกโครงสร้างรูนพฤกษศาสตร์เอาไว้ สายตากวาดมองสัญลักษณ์เวทที่ปรากฏบนพื้นดิน ป่าแห่งนี้ไม่ได้ไร้ระเบียบ แต่มันถูกจัดเรียงด้วยอาคมธรรมชาติที่ซับซ้อน
"ทางนั้นครับ" ผมเอ่ยขึ้นพร้อมกับยื่นมือไปแตะแขนเสื้อของเซเลสเต้เบาๆ เพื่อส่งสัญญาณให้หยุด "อย่าเพิ่งเดินตรงไป อาคมสะท้อนกลับของรากโลหิตทมิฬถูกกางไว้บริเวณรากไม้โบราณเบื้องหน้า หากเราก้าวล่วงเข้าไปในรัศมีสามก้าว มานาในร่างกายจะถูกดูดซับจนหมดสติ"
เซเลสเต้มองตามปลายนิ้วของผม ดวงตาคู่สวยฉายแววทึ่งอย่างปิดไม่มิด เธอพยักหน้ารับช้าๆ "รอบคอบสมกับที่เป็นอดีตนักปรุงยาจริงๆ นะ... ถ้าฉันเดินลุยเข้าไปตามสัญชาตญาณนักรบ คงพลาดท่าเสียทีให้กับอาคมชั้นต่ำนี่แน่ๆ"
"ด้วยความยินดีครับอาจารย์ การปกป้องสุภาพสตรีและอาจารย์ผู้สวยงามคือหน้าที่อันดับหนึ่งของผมอยู่แล้ว" ผมกล่าวพร้อมโค้งศีรษะเล็กน้อยอย่างสุภาพ ชวนให้บรรยากาศตึงเครียดในป่าลึกผ่อนคลายลงชั่วขณะ
แต่ทว่า... ความเงียบสงบไม่ได้อยู่กับเรานานนัก
*โฮกกกกกกกก—!*
เสียงคำรามต่ำทุบกระแทกโสตประสาท เสียงนั้นดังสะท้อนก้องไปทั่วทิวสน หมอกหนาทึบเบื้องหน้าเริ่มสั่นไหวอย่างรุนแรง กลิ่นอายของกำมะถันและเปลวเพลิงสีฟ้าพวยพุ่งแหวกความมืดมิดเข้ามาใกล้ด้วยความเร็วสูง
*[แจ้งเตือนฉุกเฉิน! อสูรเวทระดับกลางขั้นสูง 'สุนัขป่าเงาอัคคี' ปรากฏตัวจำนวน 3 ตัว]*
*[คำเตือน: ความเร็วในการเคลื่อนที่ของเป้าหมายสูงกว่าค่าเฉลี่ย 40% แนะนำให้ทำการหลบหนีหรือเตรียมพร้อมต่อสู้แบบประชิดตัว]*
ระบบในหัวส่งเสียงเตือนรัวเร็ว ดวงตาของผมหรี่ลงทันที สัญชาตญาณการเอาชีวิตรอดจากการปรุงยาและการต่อสู้ในอดีตตื่นตัวเต็มที่ มือขวาเอื้อมไปจับด้ามไม้เท้าเวทมนตร์ที่พกมาด้วยกระชับแน่น ขณะที่มือซ้ายเตรียมร่ายรูนป้องกันขั้นพื้นฐาน "เวทอิมแพกต์ชิลด์"
"มาไวเสียจริงนะ..." เซเลสเต้ก้าวขึ้นมาขวางหน้าผมไว้หนึ่งก้าว ไอร้อนสีเงินเริ่มแผ่ซ่านออกจากฝ่ามือเรียวของเธอ บรรยากาศรอบตัวลดฮวบจนกลายเป็นไอเย็นจัด "ถอยไปอยู่ข้างหลังซะ คิล ฉันจะจัดการพวกลูกหมาพวกนี้ในดาบเดียว"
"อย่าเพิ่งครับอาจารย์!" ผมเอ่ยห้ามเสียงดังทันท่วงที พร้อมกับดึงชายเสื้อคลุมของเธอไว้เบื้องหลัง "พวกมันไม่ได้มาเพื่อล่า... แต่พวกมันถูกต้อนมา!"
เซเลสเต้ชะงัก สีหน้าของเธอเปลี่ยนเป็นเคร่งเครียดทันทีเมื่อได้ยินคำเตือนของผม ในวินาทีต่อมา เงาสสีดำทมิฬสามร่างก็พุ่งทะยานผ่านม่านหมอกออกมา เขี้ยวคมกริบสะท้อนแสงจันทร์สีเลือดจากฟากฟ้า ดวงตาสีเพลิงจ้องมองมาที่เราด้วยความกระหายเลือด แต่ทว่า... สิ่งที่ทำให้ผมต้องขนลุกซู่ไม่ใช่ตัวอสูรเวทพวกนั้น
หากแต่เป็นรอยแผลเป็นรูปสัญลักษณ์แปลกประหลาดที่ประทับอยู่บนหน้าผากของสุนัขป่าตัวหัวหน้า... สัญลักษณ์รูนต้องห้ามของ "สมาคมเงาโลหิต" องค์กรใต้ดินที่ควรจะถูกกวาดล้างไปตั้งแต่ปีที่แล้ว!
"อาจารย์ครับ..." ผมกระซิบเสียงแผ่วเบา ขณะที่เหงื่อกาฬเริ่มผุดขึ้นตามไรผม "ดูเหมือนว่าภารกิจเสริมเก็บสมุนไพรในครั้งนี้ จะไม่ได้เป็นเพียงแค่บททดสอบธรรมดาของสถาบันเสียแล้วล่ะครับ"
เซเลสเต้ไม่ตอบคำถาม เธอกัดริมฝีปากแน่นจนห้ามเลือดแทบไม่อยู่ นัยน์ตาคู่สวยเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยเมื่อมองเห็นรอยสัญลักษณ์นั้นชัดเจน รังสีอำมหิตที่เธอพยายามเก็บกดไว้ระเบิดออกมาอย่างรุนแรงจนต้นไม้รอบด้านสั่นสะเทือน
แต่ก่อนที่อาจารย์สาวจะได้วาดดาบเวทมนตร์ออกไป จู่ๆ อากาศเบื้องหน้าเราก็บิดเบี้ยวเป็นวงกลมสีดำสนิท... ม่านพลังมิติถูกเปิดออกอย่างไร้ซุ่มเสียง และร่างของใครบางคนในชุดคลุมฮู้ดสีดำสนิทก็ก้าวออกมาจากรอยแยกนั้นอย่างเชื่องช้า พร้อมกับเสียงปรบมือช้าๆ ที่ดังก้องกังวานไปทั่วป่าทึบ
*แปะ... แปะ... แปะ...*
"ช่างเป็นการพบกันที่น่าประทับใจเสียจริงครับ... ท่านอาจารย์เซเลสเต้ และเจ้าเด็กอัจฉริยะตระกูลคิล" เสียงทุ้มต่ำแหบพร่าเอ่ยทักทายราวกับรู้จักเราเป็นอย่างดี
— ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางมากับผมในบทนี้จากใจจริงครับ — อาร์เธอร์มนตราสวรรค์
สยบจอมมารฝึกหัดด้วยคาถารักฉบับผม•ตอนที่ 5
ภารกิจเสริมในป่าต้องสาป
ผลงานโดย อาร์เธอร์มนตราสวรรค์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (อาร์เธอร์มนตราสวรรค์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สยบจอมมารฝึกหัดด้วยคาถารักฉบับผม นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!