“ไอ้เด็กชั้นต่ำ... แกคิดว่าตัวเองเป็นใครถึงกล้ามาเสนอหน้าในที่แบบนี้?”
แรงกดดันมหาศาลจากเวทมนตร์ธาตุลมที่อัดแน่นจนบรรยากาศรอบกายบิดเบี้ยวไม่ได้ทำให้ผมสะท้านสะเทือนแม้แต่น้อย ผมยืนนิ่งอยู่ในใจกลางห้องโถงเก็บตำราต้องห้าม ท่ามกลางสายตาเย้ยหยันของ 'คาร์ลอส' ทายาทตระกูลขุนนางเวทผู้ทรงอิทธิพลที่กำลังชี้ปลายไม้กายสิทธิ์มาที่อกผม
ผมกระตุกยิ้มที่มุมปากอย่างใจเย็น นิ้วชี้เคาะเบาๆ ลงบนสันปกหนังสือในมือ เสียงจังหวะการเคาะนั้นดูเหมือนจะดังกังวานผิดปกติในโสตประสาทของทุกคนที่ยืนล้อมรอบ
“คำถามนั้น ผมควรเป็นคนถามคุณมากกว่านะครับ คาร์ลอส” ผมกล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไร้ซึ่งร่องรอยของความหวาดกลัว “ห้องสมุดเขตสามเป็นพื้นที่หวงห้ามสำหรับนักเรียนปีหนึ่ง การที่คุณนำพรรคพวกเข้ามาที่นี่เพื่อรุมล้อมนักเรียนคนเดียวโดยใช้ 'วงแหวนปิดกั้นมานา' แบบผิดกฎหมาย... คุณกำลังละเมิดกฎเหล็กของสถาบันถึงสามข้อเชียวนะครับ”
คาร์ลอสหัวเราะหึในลำคอ ใบหน้าของเขาบิดเบี้ยวด้วยความโกรธ “กฎเหรอ? สำหรับพวกฉัน กฎก็แค่ตัวอักษรบนกระดาษที่ใช้เช็ดเท้าเท่านั้นแหละ!”
ทันใดนั้นเอง วงเวทสีครามใต้ฝ่าเท้าของคาร์ลอสก็สว่างวาบ แรงอัดอากาศพุ่งเข้าปะทะร่างผมราวกับกำแพงยักษ์ ผมไหวตัวทัน ใช้พลังมานาวิเคราะห์โครงสร้างเวทที่กำลังร่ายผ่านดวงตาเวทมนตร์—*จุดอ่อนอยู่ที่มุมห้าองศาทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ*—ผมเอี้ยวตัวหลบเพียงเล็กน้อย กระแสลมเฉือนผ่านแก้มไปเพียงเส้นยาแดงผ่าศูนย์กลาง
[แจ้งเตือนระบบ: พบการแทรกแซงของรหัสรูนโบราณ ประเภท ‘กรงขังพันธนาการ’ กำลังเริ่มทำงานในอีก 5 วินาที]
เสียงสังเคราะห์ที่เย็นชาในหัวทำให้ผมขมวดคิ้ว นี่ไม่ใช่แค่การกลั่นแกล้งธรรมดา พวกมันตั้งใจจะขังผมไว้ในมิติซ้อนทับเพื่อปิดปากเรื่องที่ผมล่วงรู้เกี่ยวกับ 'การทุจริตวัตถุดิบเวทมนตร์' ของตระกูลพวกมัน
“จบแค่นี้แหละ ไอลูกกะหรี่...” คาร์ลอสคำราม
ทว่า ก่อนที่วงเวทสีดำสนิทจะขยายตัวครอบคลุมร่างผม เสียงฝีเท้าหนักแน่นทว่าแฝงด้วยความสง่างามก็ดังก้องมาจากประตูทางเข้า
*กึก... กึก...*
อุณหภูมิในห้องโถงดิ่งฮวบลงจนเกล็ดน้ำแข็งเกาะตามชั้นวางหนังสือ แรงกดดันที่มหาศาลยิ่งกว่าคาร์ลอสหลายเท่านักแผ่ซ่านออกมาจนเหล่าขุนนางรุ่นเยาว์ต้องทรุดฮวบลงกับพื้น ใบหน้าของคาร์ลอสซีดเผือดราวกับคนตายเมื่อสัมผัสได้ถึงไอสังหารที่เย็นยะเยือก
“ใครอนุญาตให้พวกเธอใช้เวทระดับสูงในเขตที่พักผ่อนของบรรณารักษ์... คาร์ลอส?”
น้ำเสียงหวานเย็นที่แฝงไปด้วยอำนาจสั่งการทำให้ทุกคนต้องหยุดชะงัก เซเลสเต้ก้าวเข้ามาในห้อง ร่างโปร่งบางในชุดอาจารย์สีดำสนิทนั้นดูโดดเด่นท่ามกลางความมืดมิด เส้นผมสีเงินยวงสะท้อนแสงจากตะเกียงเวทมนตร์จนดูราวกับภาพวาดเทพธิดา แต่แววตาของเธอกลับไม่ได้สะท้อนความงดงามนั้นออกมาเลย
“อาจารย์เซเลสเต้! มะ... มันเป็นเพียงการประลองกระชับมิตรครับ!” คาร์ลอสพยายามฝืนยืนขึ้น พลางเก็บไม้กายสิทธิ์ด้วยมือที่สั่นเทา
เซเลสเต้ไม่ตอบ แต่เธอกลับก้าวผ่านคาร์ลอสตรงมาหาผม สายตาของเธอหยุดอยู่ที่รอยแผลเล็กๆ บนแก้มของผมเพียงชั่วครู่ ก่อนที่เธอจะใช้นิ้วเรียวสวยแตะลงบนผิวแก้มนั้นเบาๆ กระแสความอบอุ่นสายหนึ่งแล่นผ่านไปจนบาดแผลหายวับไปราวกับไม่เคยเกิดขึ้น
“เธอโง่หรือเปล่า คาล?” เธอถามด้วยเสียงที่แผ่วเบาจนมีเพียงเราสองคนที่ได้ยิน “ทำไมไม่ถอยออกมา? รู้ทั้งรู้ว่าพวกมันเตรียมการมาดีขนาดนี้”
ผมมองสบตาอาจารย์สาวผู้เย็นชา ความห่วงใยที่ซ่อนอยู่ภายใต้ใบหน้าเรียบเฉยนั้นทำให้หัวใจผมเต้นผิดจังหวะ “เพราะผมรู้ว่า... ต่อให้ผมต้องเผชิญหน้ากับทั้งสถาบัน อาจารย์ก็จะไม่มีวันปล่อยให้ผมเป็นอะไรไปหรอกครับ จริงไหม?”
เซเลสเต้ชะงักไปครู่หนึ่ง ใบหน้าขาวจัดขึ้นสีระเรื่อจางๆ ก่อนที่เธอจะหันกลับไปเผชิญหน้ากับคาร์ลอสด้วยรัศมีแห่งความมืดมิดที่แผ่ขยายออกมาจนน่ากลัว
“หากฉันเห็นพวกเธอมาป้วนเปี้ยนใกล้ตัวเขาอีกแม้แต่ก้าวเดียว...” เธอกล่าวเน้นย้ำทีละคำ “ฉันจะสาปให้พวกเธอทุกคนลืมวิธีใช้มานาไปตลอดชีวิต... ไสหัวไป!”
กลุ่มอิทธิพลรีบลุกขึ้นลนลานและวิ่งหนีออกไปทันที ทิ้งไว้เพียงความเงียบงันที่น่าอึดอัดในห้องโถงกว้าง เซเลสเต้ถอนหายใจยาว ก่อนจะหันมามองผมด้วยสายตาที่ซับซ้อนเกินกว่าจะเดาใจ
“เธอกำลังเล่นกับไฟเกินไปแล้วนะ คาล” เธอพูดเสียงต่ำ “มีเรื่องใหญ่บางอย่างที่เธอไม่รู้... เกี่ยวกับ 'ต้นกำเนิด' ของพลังในตัวเธอ”
ผมก้าวเข้าไปใกล้เธอหนึ่งก้าว กลิ่นหอมจางๆ ของดอกกุหลาบเวทมนตร์โชยมาปะทะจมูก “ถ้าอย่างนั้น อาจารย์ช่วยบอกผมได้ไหมครับ? เรื่องที่อาจารย์พยายามปกปิดเอาไว้... เรื่องที่เกี่ยวข้องกับรูนที่สลักอยู่บนข้อมือของอาจารย์น่ะ”
เซเลสเต้หน้าเปลี่ยนสีทันที เธอรีบคว้าข้อมือตัวเองไว้โดยสัญชาตญาณ ทว่าในวินาทีนั้นเอง เสียงเตือนจากระบบที่ผมไม่เคยได้ยินมาก่อนก็ดังขึ้นในหัว จนภาพตรงหน้าเริ่มสั่นไหวและกลายเป็นสีแดงฉาน
[แจ้งเตือนภารกิจระดับ SSS: เผยความลับแห่งดวงดาว — ตรวจพบร่องรอยของ ‘ผู้คุมกฎ’ กำลังแทรกแซงพื้นที่นี้]
[คำเตือน: ความเป็นจริงกำลังจะถูกบิดเบือนใน 3... 2... 1...]
เงาร่างหนึ่งที่ไม่ใช่ทั้งอาจารย์เซเลสเต้และไม่ใช่ทั้งผม ปรากฏขึ้นจากความว่างเปล่าที่เบื้องหลังของเธอ มันเป็นชายในชุดคลุมสีทองที่ไร้ใบหน้า และในมือของมันถือโซ่ตรวนที่กำลังพุ่งเป้าตรงมาที่หน้าอกของเซเลสเต้โดยตรง
“อาจารย์! หลบไป!”
ผมพุ่งตัวเข้าหาเธอด้วยสัญชาตญาณ ทว่าโซ่สีทองนั้นกลับทะลุผ่านร่างของผมไปราวกับอากาศธาตุ... และเป้าหมายของมันก็ไม่ใช่ทั้งผมหรือเธอ แต่มันคือประตูมิติที่กำลังเปิดออกที่ใจกลางห้องสมุด ซึ่งกำลังเผยให้เห็นกองทัพปีศาจจากแดนทมิฬที่กำลังรอคอยคำสั่งบุกทำลายสถาบันในอีกเพียงไม่กี่วินาทีข้างหน้า!
ทุกท่านที่ร่วมเดินทางมากับผมในตอนที่เข้มข้นที่สุดนี้ ขอขอบพระคุณจากใจจริงครับ — อาร์เธอร์มนตราสวรรค์
สยบจอมมารฝึกหัดด้วยคาถารักฉบับผม•ตอนที่ 10
อาจารย์สาวผู้คอยปกป้องในยามวิกฤต
ผลงานโดย อาร์เธอร์มนตราสวรรค์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (อาร์เธอร์มนตราสวรรค์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สยบจอมมารฝึกหัดด้วยคาถารักฉบับผม นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!