ความเย็นเยียบที่แตะต้องต้นคอเมื่อครู่ ไม่ใช่ไอน้ำจากอาคมเคลื่อนย้ายพริบตา แต่เป็นแรงดันมานาบริสุทธิ์ระดับมหาบัณฑิตที่ถูกบีบอัดจนกลายเป็นของเหลว
ผมไม่แม้แต่จะหันหลังกลับไปมอง สัญชาตญาณดิบของอดีตนักปรุงยาและสมองที่ผ่านการประมวลผลของระบบรูนโบราณสั่งการให้ผมดีดตัวพุ่งไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว สองมือตวัดวาดวงเวทสีฟ้าครามกลางอากาศเพื่อสร้างเกราะป้องกันแรงกระแทก ขณะที่เท้าขวาเตะเข้ากับเสาหินศิลาแกรนต์เพื่อหักเหทิศทางตัวหลบคมดาบโปร่งแสงที่เฉียดใบหูไปเพียงไม่กี่มิลลิเมตร
*เคร้ง!*
ประกายไฟสีม่วงอมฟ้าแตกกระจายสว่างวาบไปทั่วห้องโถงเก็บตำราต้องห้าม เงาร่างสีดำสนิทที่ควรจะอยู่ในระยะปลอดภัยกลับเคลื่อนตัวมาดักรออยู่ตรงหน้าผมราวกับภูตผี เซเลสเต้ในชุดคลุมสีเงินยวงสะบัดข้อมือเพียงครั้งเดียว เศษซากเกราะเวทของผมก็สลายกลายเป็นละอองแสง
"ปฏิกิริยาไวใช้ได้นี่ครับ... เจ้าจอมมารฝึกหัด"
น้ำเสียงนุ่มนวลแต่เย็นเยียบจนน่าขนลุกเอ่ยขึ้น พร้อมกับดวงตาสีอัมพันที่เรืองรองในความมืด นางลดกริชเวทในมือลงก่อนจะถอนหายใจเบาๆ เป็นเชิงผ่อนคลาย "ถ้าคุณช้ากว่าเมื่อกี้อีกแค่เสี้ยววินาที หัวของคุณคงต้องหลุดออกจากบ่าไปประดับห้องสมุดแล้วล่ะครับ"
ผมสูดลมหายใจเข้าลึกๆ เพื่อปรับจังหวะการเต้นของหัวใจที่รัวเร็ว พลางปัดฝุ่นตามเสื้อผ้าด้วยความสุขุม แม้เหงื่อกาฬจะซึมตามไรผม แต่สีหน้าของผมก็ยังคงเรียบเฉยตามวิสัยของสุภาพบุรุษผู้รอบคอบ
"เป็นการทักทายที่รุนแรงเกินไปหน่อยนะครับ อาจารย์เซเลสเต้ สำหรับการนัดประชุมลับตอนตีสองเช่นนี้" ผมเอ่ยตอบพร้อมกับกวาดสายตามองรอบห้องโถงที่ถูกกางอาคมพรางตาไว้หนาแน่นถึงสามชั้น
ที่นี่คือชั้นใต้ดินลึกสุดของหอคอยดาราศาสตร์ สถานที่ซึ่งถูกตัดขาดจากระบบตรวจจับของสถาบันเวทมนตร์โดยสมบูรณ์ และเป็นจุดที่พวกเรานัดหมายกันเพื่อสะสางปัญหาใหญ่หลวงที่กำลังจะมาถึง... ปัญหาที่หากผู้บริหารระดับสูงคนอื่นล่วงรู้เข้า แผนการทั้งหมดที่เราพยายามสร้างขึ้นมาตั้งแต่ต้นปีคงพังทลายลงในชั่วข้ามคืน
เซเลสเต้เดินผ่านผมไปช้าๆ เสียงฝีเท้าของนางกระทบกับพื้นหินอ่อนก้องกังวาน นางทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้โบราณเบื้องหน้าโต๊ะไม้โอ๊กขนาดใหญ่ ที่บนนั้นเต็มไปด้วยแผนผังโครงข่ายรูนเวทและรายงานการตรวจสอบพลังมานาจากเขตแดนรอบนอก
"ไม่มีเวลามาต่อ Acknowledge มุกตลกของคุณแล้วล่ะครับ ค일" เซเลสเต้ผายมือเชิญให้ผมนั่งฝั่งตรงข้าม สีหน้าของอาจารย์สาวคนสวยเคร่งเครียดกว่าทุกครั้ง จนผมสัมผัสได้ถึงแรงกดดันอันหนักอึ้งที่แผ่ออกมาจากตัวเธอ "รายงานจากหน่วยลาดตระเวนเวทมนตร์เมื่อช่วงหัวค่ำยืนยันแล้ว... 'ผนึกชั้นที่สี่' ของคุกใต้ดินโบราณมีรอยร้าว"
ผมขมวดคิ้วทันที สมองเริ่มคำนวณความเป็นไปได้และผลกระทบที่จะตามมาอย่างรวดเร็ว ระบบรูนโบราณในหัวส่งเสียงเตือนสีแดงฉานกระพริบถี่ๆ
"รอยร้าวหรือครับ? เป็นไปได้อย่างไร ในเมื่อบันทึกการซ่อมแซมครั้งล่าสุดระบุว่าโครงสร้างยังคงเสถียรดีอย่างน้อยอีกสามปี" ผมท้วงขึ้นด้วยเหตุผลเชิงโครงสร้างเวท
"ฝีมือของคนในครับ" เซเลสเต้ตอบสั้นๆ แต่เฉียบคม นางประสานมือเข้าหากันบนโต๊ะ "มีใครบางคนจงใจใช้ 'ศิลาโลหิต' ไปกัดกร่อนเสาหลักค้ำยันอาคม เพื่อปลุกบางสิ่งที่ถูกผนึกไว้ออกมา และเป้าหมายของมันก็ไม่ใช่ใครอื่น... แต่มันคือการทดสอบปฏิกิริยาตอบสนองของตัวคุณ ในฐานะที่ถูกบันทึกไว้ว่าเป็นผู้ครอบครองพลังจอมมารฝึกหัด"
ความเงียบเข้าปกคลุมห้องโถงชั่วขณะ มีเพียงเสียงสะท้อนของเปลวไฟสีฟ้าจากคบเพลิงที่วับแวมอยู่ข้างผนัง
ผมพิงพนักเก้าอี้ ไขว่ห้างอย่างสุขุม แม้สถานการณ์จะคับขันเพียงใด แต่การแสดงความตื่นตระหนกออกมามีแต่จะทำให้รูปเกมเสียเปรียบ
"ถ้าเช่นนั้น..." ผมเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียבเรื่อยแต่นุ่มนวล "พวกเขาก็คงกำลังจับตาดูอยู่สินะครับ ว่าผมกับคุณจะจัดการกับวิกฤตครั้งนี้อย่างไร ก่อนที่ท่านผู้อำนวยการและสภาผู้บริหารจะเปิดประชุมใหญ่ในอีกเจ็ดวันข้างหน้า"
"ถูกต้องครับ" เซเลสเต้สบตาผมโดยตรง แววตาของเธอมีความกังวลซ่อนอยู่ภายใต้ความเยชาชา "ถ้าเราแจ้งเรื่องนี้ตามสายงานปกติ สภาผู้บริหารจะใช้มาตรการขั้นเด็ดขาด... ซึ่งนั่นหมายถึงการกักตัวคุณไว้ในเขตอาคมปิดตาย หรืออาจถึงขั้น 'กำจัด' เพื่อตัดไฟตั้งแต่ต้นลม ก่อนที่พลังจอมมารในตัวคุณจะตื่น"
นางหยุดเว้นจังหวะเล็กน้อย ก่อนจะเอื้อมมือมาแตะแผนผังตรงหน้าเบาๆ
"เพราะฉะนั้น เราจึงต้องจัดการเรื่องนี้กันเอง... แบบเงียบเชียบที่สุด และรวดเร็วที่สุด"
ผมคลี่ยิ้มบางๆ ออกมา เป็นรอยยิ้มแบบฉบับของอดีตนักปรุงยาผู้มั่นใจในฝีมือและแผนการที่วางไว้ รอยยิ้มที่มักจะทำให้เซเลสเต้เผลอหลบสายตาทุกครั้ง
"เป็นข้อเสนอที่น่าสนใจมากครับอาจารย์... การลักลอบเข้าไปซ่อมแซมรอยร้าวของผนึกใต้จมูกของสภาผู้บริหาร โดยไม่ให้ใครรู้ตัว ถือเป็นการผจญภัยที่ตื่นเต้นไม่น้อยเลยทีเดียว" ผมหยิบปากกาขนนกขึ้นมาหมุนเล่นในมืออย่างอารมณ์ดี "ว่าแต่... เราจะเริ่มจากตรงไหนก่อนดีล่ะครับ? แผนรับมือฉุกเฉินฉบับนี้"
เซเลสเต้ถอนหายใจยาวเหยียดราวกับยอมจำนนต่อความเจ้าเล่ห์และสติปัญญาของลูกศิษย์คนนี้ นางหยิบม้วนแผนที่เวทมนตร์อีกแผ่นขึ้นมากางทับลงไป พร้อมกับกระซิบด้วยน้ำเสียงแผ่วเบaแต่จริงจัง
"เราต้องลงไปที่เขตหวงห้ามชั้นใต้ดินลึก... คืนนี้เลย ก่อนที่ยามกะต่อไปจะเปลี่ยนเวร แต่ก่อนอื่น..."
นางยังพูดไม่ทันจบ เสียงฝีเท้าฝีเท้าหนึ่งก็ดังขึ้นอย่างกะทันหันที่หน้าประตูห้องโถง... ไม่ใช่เสียงฝีเท้าของยามรักษาการณ์ปกติ แต่มันเป็นเสียงก้าวเดินที่หนักหน่วงและเต็มไปด้วยกลิ่นอายของเวทมนตร์โบราณที่คุ้นเคยอย่างน่าประหลาด
*ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก...*
เสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้งในความเงียบงัน ทั้งผมและเซเลสเต้ต่างนิ่งค้างไปในทันที ไม่มีใครลุกขึ้นยืน ไม่มีใครขยับตัว ทว่าในเสี้ยววินาทีนั้นเอง หน้าต่างบานเกล็ดโบราณด้านหลังห้องก็ระเบิดออกเป็นจุล พร้อมกับไอหมอกสีดำทมิฬที่พวยพุ่งเข้ามาในห้อง พร้อมกับการปรากฏตัวของร่างเงปริศนาที่ก้าวทะลุกระจกเข้ามาอย่างสง่างาม... ร่างของบุคคลที่ควรจะนอนหลับอยู่บนหอคอยชั้นสูงสุด และเป็นบุคคลที่เราคาดไม่ถึงว่าจะมาเยือนในยามวิกาลเช่นนี้!
*ระบบแจ้งเตือนรูนโบราณ:*
*[แจ้งเตือนฉุกเฉินระดับ SSS]: ตรวจพบการแทรกแซงจากบุคคลระดับ V.I.P. ที่อยู่นอกเหนือการคำนวณ*
*[สถานะเควสต์เปลี่ยนฉับพลัน]: แผนรับมือฉุกเฉินถูกยกระดับเป็น "ปฏิบัติการเสี่ยงตายระดับวิกฤต"*
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุนกันมาโดยตลอดนะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปครับ!
สยบจอมมารฝึกหัดด้วยคาถารักฉบับผม•ตอนที่ 17
แผนรับมือฉุกเฉิน
ผลงานโดย อาร์เธอร์มนตราสวรรค์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (อาร์เธอร์มนตราสวรรค์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สยบจอมมารฝึกหัดด้วยคาถารักฉบับผม นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!