วิญญาณอาฆาตในเรือนสุริยคราสกับอ๋องผู้ไร้ใจ•ตอนที่ 4

รอยเลือดบนศิลา

ผลงานโดย ศาลาริมน้ำโบราณ
กลิ่นคาวสนิมเหล็กเจือจางในความเงียบงันยามวิกาล คมมีดเงินเล่มเล็กในมือของอ๋องเฉินหลงสะท้อนแสงตะเกียงน้ำมันกฤษณาจนเกิดประกายวาบวับบาดตา บนพื้นศิลาขัดมันหน้าเรือนสุริยคราส คราบเลือดสีคล้ำเป็นทางยาวลากผ่านร่องหิน ราวกับรอยพู่กันของปีศาจที่ตวัดทิ้งไว้เพื่อเยาะเย้ยผู้มีอำนาจสูงสุดแห่งแผ่นดิน "เจ้าอธิบายได้หรือไม่... เหตุใดรอยเลือดของนางกำนัลผู้หายตัวไป จึงมาหยุดอยู่ที่หน้าเรือนรับรองของฮูหยินหลี่" น้ำเสียงทุ้มต่ำราวกับเสียงคำรามของพยัคฆ์ยามล่าเหยื่อดังขึ้น ทว่าแฝงไว้ด้วยความเยือกเย็นอันน่าสะพรึงกลัว อ๋องเฉินหลงมิได้แม้แต่จะชายตามองร่างคุกเข่าของขันทีหัวหน้าฝ่ายในที่ตัวสั่นเทาจนริมฝีปากเขียวคล้ำ สายตาคมกริบดั่งใบมีดกวัดแกว่งอยู่บนใบหน้าของหลี่เหมย นางผู้ยืนสงบนิ่งอยู่เบื้องหลังม่านโปร่งแสง ทรวดทรงระหงภายใต้ชุดผ้าไหมปักลายหงส์เหินดูสง่างามเกินกว่าจะสะทกสะท้านต่อบรรยากาศมรณะรอบตัว หลี่เหมยค่อยๆ ก้าวเท้าออกมาจากเงาสลัว ฝีก้าวของนางแผ่วเบาราวกับเสียงใบร่วงหล่น นางทอดสายตาไปยังคราบเลือดบนศิลา ก่อนจะเงยขึ้นสบตาบุรุษผู้กุมชะตากรรมของคนทั้งจวนอย่างไม่เกรงกลัว "ท่านอ๋องทรงปรีชาสามารถ ไฉนจึงใช้คำถามที่เอื้อให้ผู้อื่นตกเป็นจำเลยสังคมเล่าเพคะ" หลี่เหมยเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล ทว่ามั่นคงกังวาน "รอยเลือดนี้ลากมาจากทิศประจิม ซึ่งเป็นเขตพำนักของสนมเอกอี้ ไม่ใช่เรือนสุริยคราสของหม่อมฉัน เหตุไฉนจึงมีผู้จงใจลากเส้นทางมาบรรจบยังธรณีประตูเรือนนี้เล่าเพคะ?" เฉินหลงหรี่ตาลงเล็กน้อย รังสีอำมหิตแผ่ซ่านออกจากร่างจนอุณหภูมิรอบกายลดฮวบลง เขาก้าวเข้าไปใกล้หญิงสาวทีละก้าว จนกลิ่นอายบุรุษและกลิ่นจันทน์หอมประจำกายปะทะเข้ากับนาสาของนาง "เพราะในจวนนี้ มีเพียงเจ้า... ที่กล้าท้าทายกฎเหล็กของราชสำนัก และมีเพียงเจ้า... ที่รู้ว่าความลับเบื้องหลังเรือนสุริยคราสคืออะไร" อ๋องเฉินหลงโน้มใบหน้าลงมา กระซิบชิดริมหูของนางด้วยน้ำเสียงที่ดุจดังคมดาบจ่อคอหอย "นางกำนัลผู้นั้นถือครองสมุดบัญชีลับที่เชื่อมโยงกับกบฏแดนใต้ และนางก็หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย... ในคืนเดียวกับที่เจ้าขออนุญาตเดินสำรวจสวนหลังเรือน" หลี่เหมยมิได้ถอยหนี นางกลับแย้มยิ้มบางเบา รอยยิ้มที่ทำให้หัวใจของท่านอ๋องผู้ไร้ใจกระตุกวูบอย่างประหลาด "ท่านอ๋องทรงระแวงหม่อมฉัน หรือว่า... กำลังหวาดกลัวบางสิ่งบางอย่างที่อยู่ใต้พื้นศิลานี้กันแน่เพคะ" หลี่เหมยเอ่ยเสียงกระซิบตอบ ดวงตางามลึกล้ำราวกับห้วงมหาสมุทร "วิญญาณไม่ได้ต้องการสมุดบัญชีหรอกเพคะ... พวกเขาต้องการเลือดเพื่อล้างมลทิน และหากท่านยังทรงใช้วิธีบีบคั้นเช่นนี้ เกรงว่า... ศิลาแผ่นนี้จะมิได้มีเพียงรอยเลือดของนางกำนัลผู้นั้นเท่านั้น" บรรยากาศรอบด้านพลันเงียบงันลงทันตรอดยิ่งกว่าเดิม ลมหนาววูบหนึ่งพัดผ่านเข้ามาจนเปลวเทวเพลิงไหววูบ เงาตะคุ่มของผู้คนตามระเบียงทางเดินราวกับถูกตรึงไว้ด้วยอาคม ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าหนักหน่วงก็ดังขึ้นจากด้านนอก ขันทีผู้ดูแลประตูหน้าวิ่งกระหืดกระหอบเข้ามาคุกเข่าโขกศีรษะจนฝุ่นตลบ "กราบทูลท่านอ๋อง! เกิด... เกิดเรื่องใหญ่แล้วพ่ะย่ะค่ะ!" ขันทีผู้นั้นละล่ำละลักละเมอ "ราชโองการด่วนจากห้องเครื่องหลวง... ถ้วยพระสุธารสของไทเฮา... มีพิษสลายวิญญาณพ่ะย่ะค่ะ!" เฉินหลงผละออกจากหลี่เหมยในเสี้ยววินาทีนั้น แววตาคมกริบเปลี่ยนเป็นดุดันอำมหิตขึ้นอีกเท่าตัว เขาก้มลงมองคราบเลือดบนศิลาอีกครั้ง ก่อนจะหันมามองสตรีตรงหน้าที่ยังคงยืนนิ่งสงบดั่งรูปสลัก หลี่เหมยซ่อนรอยยิ้มเยียบเย็นไว้ภายใต้ร่มเงาของชายแขนเสื้อ เกมการเมืองในจวนอ๋องและราชสำนักได้เริ่มต้นขึ้นอย่างแท้จริงแล้ว... และไม่มีใครล่วงรู้เลยว่า ใครคือผู้ชักใยที่แท้จริงเบื้องหลังศพของนางกำนัลผู้เคราะห์ร้าย ทว่า ในวินาทีที่ความตึงเครียดพุ่งถึงขีดสุด เสียงกระดิ่งสำริดแขวนมุมชายคาเรือนก็ดังขึ้น "กริ๊ง..." ทั้งที่ไม่มีสายลมพัดผ่านแม้แต่น้อย พร้อมกับแผ่นศิลาตรงหน้าพวกเขาที่ค่อยๆปริแตกแยกออกจากกัน เผยให้เห็นกล่องไม้จันทน์หอมสีดำสนิทที่เปื้อนคราบเลือดสดๆ ไหลรินออกมาจากรอยต่อ... และบนฝากล่องนั้น มีตราประทับประจำพระองค์ของฮ่องเต้ปรากฏเด่นชัดอยู่ ขอขอบพระคุณท่านผู้อ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านม่านหมอกโลหิตนี้ไปด้วยกัน แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ — ศาลาริมน้ำโบราณ
สารจากนักเขียน (ศาลาริมน้ำโบราณ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิญญาณอาฆาตในเรือนสุริยคราสกับอ๋องผู้ไร้ใจ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%