วิญญาณอาฆาตในเรือนสุริยคราสกับอ๋องผู้ไร้ใจ•ตอนที่ 3

เงาสะท้อนในน้ำ

ผลงานโดย ศาลาริมน้ำโบราณ
กลิ่นอายความอับชื้นของน้ำในสระบัวโบราณผสมผสานกับกลิ่นธูปเทียนที่มอดดับ คลุ้งตลบอบอวลอยู่ภายใต้ความมืดมิดของเรือนริมน้ำยามวิกาล บรรยากาศรอบกายเงียบงันจนได้ยินเสียงหัวใจของตนเองเต้นระรัวดั่งกลองศึก หลี่เหมยมิได้สะดุ้งสะเทือนต่อความวังเวงนี้แม้แต่น้อย นางก้าวเท้าช้าๆ บนพื้นไม้สักทองที่ส่งเสียงเอี๊ยดอ๊าดเบาๆ ราวกับกำลังเหยียบย่างอยู่บนความลับที่ถูกฝังกลบมานานนับร้อยปี "เจ้ามาทำอะไรที่นี่ ยามวิกาลเช่นนี้... ไม่ใช่เวลาที่สตรีในเรือนหลังควรจะก้าวออกมาเดินรับลมพิษ" สุ้มเสียงทุ้มต่ำ เยียบเย็น ดุจสายลมหนาวที่พัดผ่านยอดผาปักกิ่งดังขึ้นจากความมืด หลี่เหมยมิได้หันกลับไปทันที นางยังคงทอดสายตาไปยังผืนน้ำสีดำสนิทเบื้องหน้า ซึ่งสะท้อนเงาจันทร์เสี้ยวที่ถูกเมฆหมอกสีเลือดบดบังจนแทบมองไม่เห็น ก่อนจะค่อยๆ ผันกายกลับไปเผชิญหน้ากับร่างสูงใหญ่ที่ยืนกอดอกพิงกรอบประตู เรือนผมสีดำสนิทรวบไว้ด้วยปิ่นหยกขาวสลักรูปพยัคฆ์ ดวงตาคมกริบดั่งเหยี่ยวราตรีคู่นั้นกำลังจ้องมองนางด้วยประกายที่อ่านไม่ออก "ท่านอ๋อง... หม่อมฉันเพียงแต่ตื่นบรรทม เพราะได้ยินเสียงสะท้อนบางอย่างจากสายน้ำ" หลี่เหมยกล่าวตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบ มั่นคง ไม่หลบสายตา "เสียงที่คนตาบอดความมืดมิดเช่นผู้อื่นไม่ได้ยิน... แต่กระดูกในร่างของหม่อมฉันกลับสัมผัสได้" อ๋องเฉินหลงหรี่ตาลงเล็กน้อย รอยยิ้มหยันปรากฏขึ้นที่มุมพระโอษฐ์อย่างบางเบา พระองค์ก้าวเข้ามาใกล้ ชายผ้าคลุมปักลายมังกรห้าเล็บสะท้อนกับแสงจันทร์สลัว กลิ่นอายอำนาจอันน่าเกรงขามแผ่ซ่านกดดันจนบรรยากาศรอบตัวหนักอึ้ง "เสียงสะท้อนงั้นหรือ? ระวังตัวให้ดีเถอะหลี่เหมย... สิ่งที่เจ้ากำลังตามหามันไม่ใช่แค่ลมปากของคนตาย แต่เป็นวิญญาณที่ถูกจองจำด้วยความอาฆาตที่แม้แต่คมดาบของเป่ยจิงก็ยังฟันไม่ขาด" เฉินหลงตรัสเสียงต่ำ ชิดริมพระโอษฐ์จนแทบกระซิบที่ข้างหูของนาง "เรือนหลังนี้มีผีสาง และข้าคือผู้คุมประตูแห่งขุมนรกนั้น เจ้าแน่ใจแล้วหรือว่าอยากจะไขกุญแจดอกนี้ด้วยมือเรียวคู่นั้น" "หากหม่อมฉันไม่ไข... ก็คงต้องรอให้ความลับนี้กลืนกินเราทั้งคู่ไปพร้อมกันมิใช่หรือเพคะ ท่านอ๋อง" นางตอบโต้ด้วยสายตาที่คมกริบไม่แพ้กัน ความเงียบงันเข้าปกคลุมชั่วขณะ ทั้งสองยืนเผชิญหน้ากันบนเส้นด้ายแห่งอำนาจและความตาย ทว่า ในเสี้ยววินาทีนั้นเอง สายตากลับเหลือบไปเห็นความผิดปกติที่ผิวน้ำเบื้องหลังร่างของท่านอ๋อง ผิวน้ำที่ควรจะนิ่งสงบ กลับระลอกคลื่นเป็นวงกว้าง ทั้งที่ไม่มีลมพัดผ่านแม้แต่น้อย! เงาสะท้อนในน้ำ... เงาของสตรีในชุดอาภรณ์โบราณเปียกชุ่มลู่แนบเนื้อ ใบหน้าขาวซีดไร้สีเลือด ดวงตากลวงโบ๋สีดำสนิท และเส้นผมยาวสยายที่แผ่กระจายดั่งสาหร่ายทะเล กำลังผุดขึ้นมาจากผืนน้ำเบื้องหลังท่านอ๋องอย่างเชื่องช้า มือเรียวยาวสีเขียวคล้ำและเล็บแหลมคมดั่งกรงเล็บอสูร กำลังเอื้อมขึ้นมาหมายจะคว้าเข้าที่ลำคอแกร่งของบุรุษผู้ทรงอำนาจที่สุดในแผ่นดิน! "ระวังเพคะ!" หลี่เหมยตะโกนก้องด้วยความลืมตัว สองมือเรียวพุ่งออกไปคว้าแขนเสื้อของอ๋องเฉินหลงแล้วกระชากสุดแรงด้วยสัญชาตญาณ ทว่า สัมผัสที่ปลายนิ้วกลับมิใช่เพียงเนื้อผ้า แต่เป็นความเย็นยะเยือกดั่งน้ำแข็งขั้วโลกที่ทะลุผ่านเนื้อผ้าเข้ามาถึงกระดูก อ๋องเฉินหลงทรงชะงักไปชั่วพริบตา พระองค์ไม่ทันได้เอ่ยถามสิ่งใด แววตาคมกริบก็พลันตวัดกลับไปมองเบื้องหลัง ทันใดนั้น เงาร่างของสตรีในน้ำก็พุ่งทะยานขึ้นมาจากผืนน้ำพร้อมกับสายลมอาฆาตที่พัดกระโชกจนโคมไฟกระดาษแตกกระจาย ดับมืดลงในพริบตา ความมืดสนิทเข้ากลืนกินทุกสิ่งเหลือเพียงเสียงกรีดแหลมสูงบาดแก้วหูที่ดังก้องมาจากทุกทิศทุกทาง เฉินหลงดึงร่างของหลี่เหมยเข้าหาพระองค์โดยสัญชาตญาณ แขนแกร่งโอบกระชับเอวบางไว้แน่น พระหัตถ์อีกข้างชักกระบี่ประจำพระองค์ออกจากฝัก เสียงคมเหล็กกระทบอากาศดัง "กริ๊ง" สะท้อนความดุดัน ทว่า รอบกายกลับว่างเปล่า ไม่มีร่างของสตรีใดนอกจากละอองน้ำเย็นเฉียบที่เกาะพราวอยู่บนพระพักตร์และเส้นผมของทั้งสอง ทว่า... เมื่อแสงจันทร์ลอดผ่านเมฆหมอกลงมาอีกครั้ง ทั้งคู่ก็ต้องผะศะกับสิ่งที่ปรากฏอยู่บนบานหน้าต่างไม้แกะสลักด้านข้าง คราบน้ำสีดำคล้ำ ไหลย้อยลงมาจากขอบหน้าต่างเป็นทางยาว รูปร่างคล้ายรอยนิ้วมือของสตรีที่ถูกกดลงบนเนื้อไม้จนไม้ผุกร่อน และที่น่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่าสิ่งใด คือข้อความอักษรสีแดงฉานที่ค่อยๆ ปรากฏขึ้นทีละตัวบนบานกระจกเงาโบราณ ราวกับถูกเขียนด้วยหยดเลือดสดๆ จากความแค้นที่รอวันชำระ *"...ผู้ใดแย่งชิงบัลลังก์... ผู้นั้นต้องชดใช้ด้วยชีวิต... และโลหิต..."* ดวงตาของอ๋องเฉินหลงหรี่แคบลง รังสีอำมหิตแผ่ซ่านออกจากพระวรกายจนอุณหภูมิรอบด้านลดฮวบลงอย่างฉับพลัน พระองค์ก้มพระพักตร์ลงกระซิบข้างหูกลีบกุหลาบของหลี่เหมยที่ยังคงแนบชิดอยู่กับพระอุระ "ดูเหมือนว่า... วิญญาณตนนี้ไม่ได้ต้องการแค่ความสงบ... แต่มันกำลังรอต้อนรับ 'พระชายา' คนใหม่ ที่กำลังจะก้าวเข้าวังหลังแห่งนี้ด้วยเลือดสดๆ..." ยังไม่ทันที่หลี่เหมยจะได้เอ่ยคำใดตอบโต้ เสียงฝีเท้าหนักหน่วงนับสิบก็ดังขึ้นจากนอกประตูเรือน พร้อมกับเสียงตะโกนก้องด้วยความตกใจของขันทีประจำพระองค์ที่วิ่งหน้าตื่นเข้ามา "ท... ท่านอ๋องพ่ะย่ะค่ะ! เกิดเรื่องใหญ่แล้ว! มีราชโองการด่วนจากท้องพระโรง... พระพันปีหลวงทรงมีรับสั่งให้ประทาน 'จอกสุรามงคล' แก่คุณหนูหลี่เหมยในยามวิกาลนี้พ่ะย่ะค่ะ!" ขอขอบพระคุณท่านผู้อ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางเข้าสู่ม่านหมอกแห่งความลับนี้ด้วยกัน แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ — ศาลาริมน้ำโบราณ
สารจากนักเขียน (ศาลาริมน้ำโบราณ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิญญาณอาฆาตในเรือนสุริยคราสกับอ๋องผู้ไร้ใจ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%