"ตรายางหยกมังกรห้าเล็บ... เป็นของที่ควรอยู่ในห้องทรงพระอักษรขององค์ฮ่องเต้ เหตุใดจึงมาตกอยู่ในเรือนร้างของสนมผู้ล่วงลับผู้นี้เล่า ท่านอ๋อง"
ซุ่มเสียงของหลี่เหมยราบเรียบราวน้ำในบึงใหญ่ หากแต่แววตาที่สะท้อนเงาตะเกียงน้ำมันในยามวิกาลกลับคมกริบดั่งคมดาบที่เพิ่งชักออกจากฝัก นางใช้ปลายนิ้วเรียวยาวคีบแผ่นหยกเนื้อดีที่สลักลวดลายวิจิตรบรรจงขึ้นมาจากซอกพื้นไม้กระดานผุพัง กลิ่นอายความอัปมงคลและคาวเลือดจางๆ ที่ติดอยู่บนเนื้อหยกนั้นชัดเจนเสียจนคนช่างสังเกตเช่นนางย่อมรู้ทันทีว่า มันไม่ใช่แค่สิ่งของเครื่องใช้ธรรมดา หากแต่มันคือ "หลักฐาน" ชิ้นสำคัญที่เชื่อมโยงความตายอันน่าสยดสยองในเรือนสุริยคราสแห่งนี้ เข้ากับวังหลวงอันลึกล้ำและเต็มไปด้วยการนองเลือด
อ๋องเฉินหลงมิได้ตอบคำถามทันที ดวงเนตรคมปลาบดุจพญาอินทรีวาวโรจน์ท่ามกลางความมืดมิด พระองค์ทรงก้าวพระบาทเข้ามาใกล้ร่างบางที่กำลังย่อตัวลงสำรวจร่องรอยเบื้องล่าง กลิ่นกายบุรุษสูงศักดิ์ผสมผสานกับกลิ่นอายสงครามและชาชั้นดีลอยวนอยู่ในบรรยากาศที่กดดันจนแทบหยุดหายใจ พระหัตถ์หนาเอื้อมไปคว้าข้อมือเรียวของนางไว้มั่น แรงบีบนั้นหนักหน่วงและเต็มไปด้วยความตึงเครียด ทว่าไร้ซึ่งความรุนแรง
"เจ้าฉลาดเกินไปแล้ว หลี่เหมย" อ๋องเฉินหลงตรัสด้วยพระสุรกระเสียงต่ำทุบดั่งเสียงคำรามของพยัคฆ์ในถ้ำลึก "การก้าวเข้ามาในวังวนแห่งอำนาจนี้ มีแต่จะทำให้เจ้าเดินอยู่บนเส้นด้ายที่พร้อมจะขาดลงทุกเมื่อ ตรายางนี้... ข้าตามหามาสามปีเต็มแล้ว"
"สามปี..." หลี่เหมยทวนคำ ดวงตาคู่สวยช้อนขึ้นสบพระพักตร์ที่อยู่ห่างกันเพียงคืบ นางไม่สะทกสะท้านต่อออร่าอันน่าสะพรึงกลัวที่แผ่ออกมาจากองค์ชายผู้ไร้ใจแม้แต่น้อย "เช่นนั้นก็แสดงว่า การตายของพระสนมเอกเมื่อครั้งก่อน มิใช่การฆ่าตัวตายด้วยความตรอมใจตามที่ราชสำนักประกาศออก
มา... แต่มันคือการฆาตกรรมอำพรางโดยฝีมือของคนระดับสูงในราชสำนัก เพื่อปกปิดความลับเรื่องการสมคบคิดกบฏสินะครับ"
คำว่า 'กบฏ' ลอยเคว้งคว้างอยู่ในความเงียบงันของเรือนร้าง ลมราตรีพัดกรรโชกผ่านหน้าต่างบานเกล็ดที่หลุดลุ่ย ส่งเสียงเอี๊ยดอ๊าดน่าขนลุก ราวกับวิญญาณของผู้ล่วงลับกำลังกระซิบกระซาบเห็นพ้องด้วย
อ๋องเฉินหลงทรงทอดพระเนตรสตรีตรงพระพักตร์ด้วยความรู้สึกที่ซับซ้อนยากจะหยั่งถึง ในยามที่สตรีทั่วทั้งแผ่นดินต่างหวาดกลัวจนตัวสั่นเมื่ออยู่เบื้องพระพักตร์ หญิงสาวนางนี้กลับใช้สติปัญญาอันเฉียบคมผ่าตัดความมืดมิดและปมเงื่อนออกมาทีละเปลาะ นางมิใช่เพียงหมากตัวหนึ่งที่พระองค์ทรงดึงเข้ามาเพื่อใช้ประโยชน์ หากแต่นางคือ "คู่คิด" เพียงหนึ่งเดียวที่ก้าวทันความคิดอันซับซ้อนของพระองค์ ท่ามกลางศึกชิงบัลลังก์ที่เลือดกำลังจะนองแผ่นดิน
"เจ้ากล้าดียังไงถึงพูดคำนี้ออกมา" อ๋องเฉินหลงโน้มพระพักตร์ลงมาใกล้ จนลมหายใจอุ่นร้อนปะทะเข้ากับพวงแก้มเนียนนวลของนาง "รู้หรือไม่ว่า เพียงแค่คำพูดประโยคเดียวของเจ้า สามารถทำให้หัวหลุดจากบ่าได้ทันที"
"หม่อมฉันทราบดีเพคะ... แต่หม่อมฉันก็ทราบเช่นกันว่า หากท่านอ๋องทรงเกรงกลัวต่ออำนาจมืดเหล่านั้น พระองค์คงไม่ทรงเสด็จมายังเรือนอัปมงคลแห่งนี้ด้วยพระองค์เองในยามวิกาลหรอกเพคะ" หลี่เหมยแย้มยิ้มบางเบา รอยยิ้มที่เปี่ยมด้วยความมั่นใจและท้าทาย จนคนฟังต้องลอบถอนหายใจออกมาอย่างจนปัญญา
ในความมืดมิดของเรือนสุริยคราส นอกจากการค้นพบตรายางหยกมังกรแล้ว หลี่เหมยยังสังเกตเห็นรอยขูดขีดบนพื้นไม้ที่ถูกอำพรางไว้ด้วยฝุ่นหนา เมื่อใช้นิ้วลูบผ่าน นางพบว่ามันคือรหัสลับที่ใช้กันในกองทัพพิทักษ์ราชสำนักฝ่ายเหนือ ซึ่งเป็นเขตอิทธิพลของเสนาบดีผู้ทรงอำนาจ บิดาของพระชายาเอกในองค์รัชทายาท!
"เบาะแสไม่ได้หยุดอยู่แค่ในวังหลัง... แต่มันโยงใยไปถึงกองทัพทหารรักษาพระองค์" หลี่เหมยกระซิบเสียงแผ่วเบา ดวงตาฉายแววครุ่นคิดอย่างหนักหน่วง "หากเสนาบดีผู้นั้นร่วมมือกับอำนาจมืดนอกด่าน เป้าหมายที่แท้จริงไม่ใช่แค่การกำจัดพระสนมเอก แต่เป็นการโค่นล้มอำนาจทางทหารของท่านอ๋องต่างหาก"
อ๋องเฉินหลงทรงขบกรามแน่นจนสันกรามขึ้นเป็นสันนูน พระเนตรวาวโรจน์ด้วยเพลิงโทสะที่ถูกเก็บกดมานาน ความจริงที่ปรากฏเริ่มกระจ่างชัดขึ้นเรื่อยๆ ราวกับหมอกควันสีเลือดที่ถูกลมพัดให้จางลง พระองค์ทรงตระหนักแล้วว่าภัยร้ายไม่ได้มาจากศัตรูภายนอก หากแต่เป็นหนอนที่กัดกินอยู่ภายในรากฐานของราชสำนักเอง
ทว่า... ในวินาทีที่บรรยากาศกำลังตึงเครียดถึงขีดสุด เสียงฝีเท้าฝ่าความมืดของฝนที่เริ่มโปรยปรายลงมาด้านนอกก็ดังขึ้น พร้อมกับเงาร่างขององครักษ์เงาที่พุ่งทะยานเข้ามาทางหน้าต่างด้วยท่าทีตื่นตระหนก เม็ดเหงื่อผุดพรายเต็มใบหน้าอาบเลือด
"ท่านอ๋อง! เกิดเรื่องใหญ่แล้วพ่ะย่ะค่ะ!" องครักษ์หนุ่มคุกเข่าลงแทบเบื้องพระบาท หอบหายใจอย่างหนักหน่วง "กองกำลังทหารรักษาพระองค์ภายใต้คำสั่งของเสนาบดี นำกำลังปิดล้อมเส้นทางรอบเขตพระราชฐานและเรือนพักของเราไว้ทั้งหมดแล้วพ่ะย่ะค่ะ! พร้อมกับ... มีราชโองการด่วนจากท้องพระโรง อ้างว่าท่านอ๋องทรงซ่องสุมกำลังและขโมยตราประทับล้ำ
ค่าของแผ่นดิน มีรับสั่งให้ปลดจากบรรดาศักดิ์และคุมตัวไปสอบสวนทันที!"
หลี่เหมยหันไปสบตากับอ๋องเฉินหลงทันที บรรยากาศรอบตัวเย็นเยียบลงในพริบตา ราวกับความตายกำลังคืบคลานเข้ามาประชิดตัว
อ๋องเฉินหลงทรงแย้มพระสรวลออกมา เป็นรอยสรวลที่เย็นชา ไร้ความรู้สึก และเต็มไปด้วยจิตสังหารอันดุร้ายที่พร้อมจะฉีกกระชากทุกชีวิตให้แหลکเป็นจุล พระองค์ทรงหันกลับมาทอดพระเนตรแผ่นหยกในพระหัตถ์ของหลี่เหมย ก่อนจะตรัสด้วยพระสุรกระเสียงเฉียบขาดที่ดังก้องไปทั่วเรือนร้าง
"ดูท่า... พวกมันคงร้อนใจอยากจะตายเร็วกว่ากำหนดสินะ"
— ศาลาริมน้ำโบราณ
วิญญาณอาฆาตในเรือนสุริยคราสกับอ๋องผู้ไร้ใจ•ตอนที่ 10
ร่องรอยของการทรยศ
ผลงานโดย ศาลาริมน้ำโบราณ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ศาลาริมน้ำโบราณ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิญญาณอาฆาตในเรือนสุริยคราสกับอ๋องผู้ไร้ใจ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!