วิญญาณอาฆาตในเรือนสุริยคราสกับอ๋องผู้ไร้ใจ•ตอนที่ 11

กับดักในเงาจันทร์

ผลงานโดย ศาลาริมน้ำโบราณ
"ปลายเข็มเงินเล่มนี้มิได้มีไว้รักษาโรค หากแต่มีไว้ทวงถามหนี้เลือดต่างหากเล่าเพคะ..." เสียงกระซิบอันแผ่วเบาราวกับเสียงถอนหายใจของภูตพราย ดังขึ้นท่ามกลางความมืดมิดของเรือนสุริยคราส หลี่เหมยมิได้สะดุ้งสะเทือน นางเพียงปรายหางตามองเงาดำที่ทาบทับอยู่หลังฉากกั้นลายปักมังกรห้าเล็บอย่างเชื่องช้า ภายใต้แสงจันทร์สีนวลที่สาดส่องผ่านช่องหน้าต่างแกะสลักลายโบราณ เงาร่างนั้นบิดเบี้ยวผิดรูป ราวกับมิใช่เงาของมนุษย์ผู้มีลมหายใจ หากแต่เป็นวิญญาณร้ายที่ถูกจองจำไว้ด้วยความเคียดแค้นชิงชังข้ามภพข้ามชาติ กลิ่นอายอันเย็นเยียบของความตายแผ่ซ่านเข้าปกคลุมห้องนอนใหญ่จนลมหายใจของนางกลายเป็นไอสีขาว หลี่เหมยวางพู่กันหยกในมือลงบนโต๊ะไม้จันทน์อย่างนุ่มนวล นางมิได้หันกลับไปเผชิญหน้าทันที ทว่ากลับเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไร้ซึ่งความหวาดกลัวใดๆ "ยามวิกาลเช่นนี้ ใต้เท้าคงมิได้มาเยี่ยมเยียนข้าเพียงเพื่อจะชมจันทร์กระมัง หรือว่า... ความอดกลั้นของพวกท่านในราชสำนักมันหมดลงเสียแล้ว ถึงได้ส่งสุนัขรับใช้เช่นเจ้ามาเดินหมากตาต่ำเช่นนี้" สิ้นเสียงของนาง ประตูห้องไม้สักทองก็ถูกกระชากเปิดออกด้วยแรงลมปราณอันรุนแรง กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งปะปนมากับกลิ่นอายของยาพิษตระกูลหลี่ที่นางคุ้นเคยเป็นอย่างดี ร่างของมือสังหารในชุดดำสนิทกลมกลืนกับรัตติกาลปรากฏขึ้น พร้อมกับประกายวาบของคมดาบไร้เงาที่พุ่งตรงมายังจุดตายของนางในเสี้ยววินาที ทว่า หลี่เหมยหาใช่สตรีอ่อนแอในห้องหอ นางพลิกายาวหลบคมดาบนั้นได้อย่างงดงามราวกับสายน้ำที่ไหลผ่านโขดหิน ปลายแขนเสื้อผ้าแพรต่วนสะบัดออก ปลดปล่อยผงยาพิษสลายกระดูกที่ซ่อนไว้ในถุงหอมพุ่งเข้าใส่ดวงตาของมือสังหารผู้นั้นทันที เสียงร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวดดังขึ้นสะท้อนก้องเรือนโบราณ ทว่ายังไม่ทันที่อีกฝ่ายจะล้มลง ร่างของมือสังหารอีกสามคนก็ทะยานเข้ามาทางหน้าต่างราวกับฝูงกาเหว่ากระหายเลือด ในห้วงเวลาอันเป็นตายเท่ากันนี้เอง ประตูชั้นนอกของเรือนสุริยคราสก็ถูกพังทลายลงด้วยพละกำลังอันเหี้ยมเกราะ ร่างสูงสง่าในชุดคลุมสีดำปักลายมังกรทองทะยานเข้ามาดั่งพญาอินทรีขยับปีก ท่านอ๋องเฉินหลงผู้เยือกเย็นดุร้ายปรากฏกายขึ้นท่ามกลางละอองฝนยามดึก แววตาของพระองค์ดุดันราwithพยัคฆ์ร้ายที่ถูกล้ำอาณาเขต รัศมีอำนาจอันกดดันแผ่ซ่านจนมือสังหารทั้งสามชะงักงัน ดาบในมือสั่นเทาด้วยความหวาดกลัว "บังAอาจนัก! กล้าดียังไงมารนหาที่ตายในอาณาเขตของเรา" สุระเสียงก้องกังวานดุจสายฟ้าฟาดกลางฤดูร้อน เฉินหลงมิได้ชักช้าให้เสียเวลา ฝ่ามือหนาซัดออกไปเพียงคราเดียว พลังลมปราณมังกรทะยานสยายออกราวกับคลื่นยักษ์ ซัดร่างของมือสังหารผู้หนึ่งกระเด็นทะลุกำแพงไม้ล้มตึงลงไปนอนแน่นิ่งจมกองเลือดทันที ส่วนอีกสองคนเห็นท่าไม่ดีจึงพยายามจะใช้ยาพิษปลิดชีพตนเองเพื่อปิดปาก "คิดจะตายโดยไม่ได้รับอนุญาตจากเรา งดงามเกินไปหน่อยกระมัง" เฉินหลงแค่นเสียงหัวเราะในลำคออย่างเยียบเย็น พริบตาเดียวร่างสูงก็เคลื่อนกายดั่งภูตผี ไปปรากฏอยู่เบื้องหลังมือสังหารทั้งสอง พร้อมกับฝ่ามือที่กดลงบนจุดชีพจร สกัดกั้นการไหลเวียนของโลหิตและลมปราณจนพวกมันทรุดฮวบคุกเข่าลงกับพื้น ขยับเขยื้อนไม่ได้แม้แต่นهاยใจ ความเงียบสงัดเข้าปกคลุมเรือนสุริยคราสอีกครา เหลือเพียงเสียงหอบหายใจแผ่วเบาของหลี่เหมยที่ยืนสงบนิ่งอยู่หลังโต๊ะหนังสือ ดวงตากลมโตคู่สวยมองดูชายผู้มีฐานะทั้งสามีและศัตรูในคราเดียวกัน เฉินหลงก้าวเข้ามาใกล้ นาง ชายหนุ่มกวาดสายตาสำรวจร่องรอยการต่อสู้บนเนื้อตัวของนางอย่างละเอียด แม้ใบหน้าของเขาจะยังคงความเรียบเฉยราwanน้ำแข็งพันปี ทว่าสันกรามที่ขบเข้าหากันแน่นและปลายนิ้วที่กำด้ามกระบี่จนข้อต่อขาวซีด กลับฟ้องชัดถึงพายุอารมณ์ที่กำลังบ้าคลั่งอยู่ภายใน "เจ้าบาดเจ็บหรือไม่..." เฉินหลงเอ่ยถาม เสียงของเขาทุ้มต่ำและแหบพร่ากว่ายามปกติ หลี่เหมยส่ายศีรษะน้อยๆ นางแย้มรอยยิ้มบางเบาที่มุมปาก ราวกับดอกเหมยท่ามกลางเหมันต์ที่ยังคงท้าทายความหนาวเหน็บ "หม่อมฉันมิได้เป็นอันใดเพคะ... เพียงแต่ประหลาดใจนัก ที่มือสังหารชุดนี้ใช้เคล็ดวิชาดาบสำนักเงาพยัคฆ์ ซึ่งเป็นกองกำลังลับที่อยู่ภายใต้การดูแลของ... เสด็จอาของพระองค์เอง" บรรยากาศภายในห้องพลันดิ่งวูบลงสู่จุดเยือกแข็ง เฉินหลงหรี่ตาลงคมกริบ รังสีฆ่าฟันแผ่ออกมาจากร่างของท่านอ๋องหนุ่มจนแทบจะทำให้บรรยากาศรอบกายกลายเป็นน้ำแข็ง ก่อนที่เขาจะทันได้เอ่ยสิ่งใด ขันทีสนิทคนหนึ่งก็วิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาคุกเข่าลงแทบเท้า พร้อมกับส่งสาส์นลับประทับตราหยกด้วยมือที่สั่นเทา "กราบทูลท่านอ๋อง... เกิดเรื่องใหญ่แล้วพ่ะย่ะค่ะ! มีพระราชโองการด่วนจากห้องทรงพระอักษร... พระสติของฝ่าบาททรุดหนักลงอีกแล้ว และผู้ที่ถวายโอสถถ้วยสุดท้ายก่อนที่ฝ่าบาทจะหมดสติไป... คือคุณชายใหญ่สกุลหลี่ พี่ชายแท้ๆ ของพระชายาพ่ะย่ะค่ะ!" เฉินหลงนิ่งงันไปชั่วอึดใจ ก่อนที่มุมปากจะได้รูปจะยกยดขึ้นเป็นรอยยิ้มหยันอันน่าสะพรึงกลัว พระองค์ค่อยๆ หันกลับมามองสตรีตรงหน้า ช้าๆ... ทว่าแววตาคู่นั้นมิได้อบอุ่นดังเดิมอีกต่อไป หากแต่เต็มไปด้วยความระแวงสงสัยที่ถูกจุดประกายขึ้นใหม่อย่างดุร้าย "พี่ชายของเจ้า... ส่งคนมาลอบสังหารเจ้าในเรือนของเรา ขณะเดียวกันเขาก็ลอบปลงพระชนม์ฮ่องเต้ในวังหลวง..." เฉินหลงทวนคำด้วยน้ำเสียงเยือกเย็นเสียดกระดูก "หลี่เหมย... บอกเราที ว่าทั้งหมดนี่คือความบังเอิญ หรือเจ้ากับสกุลหลี่กำลังเล่นละครฉากใหญ่ เพื่อตลบหลังเรากันแน่?" ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านกาลเวลามาด้วยกัน ณ ศาลาริมน้ำโบราณแห่งนี้นะครับ
สารจากนักเขียน (ศาลาริมน้ำโบราณ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิญญาณอาฆาตในเรือนสุริยคราสกับอ๋องผู้ไร้ใจ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%