กลิ่นธูปดอกเดียวที่มอดไหม้จนเหลือเพียงเถ้าถ่านสีเทาหม่น ส่งกลิ่นฉุนกึกบาดลำคอ ราวกับซากศพที่ถูกฝังกลบมานานนับปี ค่ำคืนนี้ราตรีกาลมิได้เพียงแค่โรยตัวลงมาปกคลุมตำหนักใหญ่แห่งสกุลเฉิน หากแต่ความมืดมิดนั้นกลับหนาแน่นจนเกือบจะกลายเป็นรูปธรรม หยาดน้ำค้างที่เกาะพราวอยู่ตามบานหน้าต่างไม้แกะสลักรูปดอกโบตั๋น กลับกลายเป็นสีแดงคล้ายเลือดสดๆ เมื่อยามต้องแสงจันทร์สีเขียวคล้ำที่สาดส่องลอดผ่านม่านหมอกพิศวง
"เจ้าได้ยินเสียงนั้นหรือไม่... หลี่เหมย"
เสียงทุ้มต่ำและเย็นเยียบของท่านอ๋องเฉินหลงดังขึ้น ท่ามกลางความเงียบงัดที่น่าสะพรึงกลัว พระองค์ประทับนิ่งอยู่บนเก้าอี้พนักสูงแกะสลักจากไม้จันทน์แดง พระเนตรคมกริบดั่งพญาเหยี่ยวทอดพระเนตรไปยังความมืดมิดเบื้องหน้า พระหัตถ์ข้างหนึ่งกำด้ามกระบี่ประจำพระองค์แน่นจนข้อพระหัตถ์ขาวซีด แม้ภายนอกจะดูเยือกเย็นดุจภูเขาน้ำแข็ง ทว่าลมหายใจที่ผ่อนออกมากลับร้อนผ่าวและไหวระริกด้วยความตึงเครียดที่ยากจะปกปิด
หลี่เหมยในชุดผ้าแพรสีจันทร์อ่อนยืนสงบนิ่งอยู่เบื้องพระพักตร์ นางมิได้หวั่นเกรงต่อบรรยากาศอันน่าสะพรึงกลัวรอบกายแม้แต่น้อย ดวงตาสุกสกาวคู่คมกวาดมองไปทั่วห้องโถงใหญ่ที่มีเงาดำแปลกประหลาดทาบทับอยู่ตามมุมเสา นางสัมผัสได้ถึงกระแสลมเย็นเฉียบที่พัดวนเวียนอยู่รอบข้อเท้า ราวกับมีฝ่ามือที่มองไม่เห็นนับร้อยกำลังพยายามฉุดรั้งร่างของนางให้จมดิ่งลงไปใต้พื้นเรือน
"ไม่ใช่แค่เสียงลมพัดหรอกเพคะ... ท่านอ๋อง" หลี่เหมยเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าก้องกังวานและมั่นคง "วิญญาณในเรือนสุริยคราวดวงนี้ กำลังโกรธแค้นอย่างถึงที่สุด การที่เราฝืนอยู่ในตำหนักหลังนี้โดยไม่ทำพิธีล้างอาถรรพ์เสียก่อน รังแต่จะทำให้พวกมันแข็งแกร่งขึ้นจนเกินกว่าจะควบคุม"
"เจ้าคิดว่าเปิ่นหวางเกรงกลัวภูตผีปีศาจพวกนี้กระนั้นหรือ" เฉินหลงแค่นหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นแหบพร่าและเย้ยหยัน "ในราชสำนักเปิ่นหวางฟาดฟันกับคนชั่วมานักต่อนัก เลือดนับพันหยดบนสนามรบเปิ่นหวางก็เคยเหยียบย่ำมาแล้ว ไยจะต้องมาสะดุ้งกลัวกับลมหายใจของคนตายที่ไร้ตัวตน"
"คนตายไร้ตัวตน... แต่ความแค้นของพวกเขามีตัวตนยิ่งกว่าสิ่งใดนะพเพคะ"
สิ้นคำพูดของหลี่เหมย เปลวเทียนไขนับสิบดวงที่ปักอยู่ตามเชิงเทียนสำริดก็พากันดับวูบลงพร้อมกันในเสี้ยววินาที ความมืดมิดเข้ากลืนกินทุกสิ่งทุกอย่างในห้องโถงทันที ราวกับมีม่านหมึกสีดำสนิทถูกสาดลงมาครอบ
*ฮือ... ฮือ...*
เสียงร่ำไห้โหยหวนของผู้หญิงดังสะท้อนก้องมาจากเพดานห้อง ราวกับเสียงกรีดร้องที่ถูกกักขังอยู่ใต้บาดาลมานานนับร้อยปี กลิ่นอายของความตายและซากศพเน่าเฟะโชยตีเข้าจมูกจนน่าสะอิดสะเอียน ทันใดนั้น เงาร่างสีขาวโพลนร่างหนึ่งก็ร่วงหล่นลงมาจากขื่อคาบ้าน ทิ้งตัวลงมาขวางกั้นระหว่างท่านอ๋องเฉินหลงและหลี่เหมยอย่างกะทันหัน!
ร่างนั้นบิดเบี้ยวผิดมนุษย์ กระดูกลั่นกรอบแกลบทุกครั้งที่ขยับ เส้นผมสีดำสนิท和一个รุงรังยาวลากพื้น ใบหน้าขาวซีดเผือดไร้รอยเลือด ดวงตาทั้งสองข้างกลกลวงโบ๋ มีเลือดสีดำไหลรินออกมาไม่ขาดสาย มันอ้าปากกว้างจนแทบฉีกถึงใบหู ส่งเสียงหัวเราะแหลมสูงเสียดแก้วหูจนทำให้ผู้ฟังรู้สึกปวดร้าวไปถึงสมอง
"ท่านอ๋อง... คืนนี้... คือวันตายของท่าน..." เสียงแหบพร่ากระซิบข้างพระหัตถ์ของเฉินหลง ราวกับลอยมาจากขุมนรก
เฉินหลงไม่แม้แต่จะขยับเขยื้อนพระVระวรกาย พระองค์ลุกขึ้นยืนเต็มความสูงด้วยท่าทีองอาจ ดึงกระบี่ออกจากฝักในพริบตา แสงประกายวาววับของคมดาบสะท้อนกับแสงจันทร์สีเขียวสาดส่องเข้าใส่เงาดำประหลาดนั้นอย่างจัง "บังอาจ! แม้แต่ตอนที่พวกมันยังมีชีวิต เปิ่นหวางยังไม่เคยไว้หน้า ไยผีสรางนางไม้อย่างพวกเจ้าจึงคิดว่าจะอาจหาญมาท้าทายเปิ่นหวางได้!"
ฉับพลัน เฉินหลงก็เหวี่ยงกระบี่ฟันใส่เงาดำนั้นอย่างเต็มแรง ทว่าคมดาบกลับทะลุผ่านร่างโปร่งแสงนั้นไปราวกับฟันผ่านสายหมอก ร่างสีขาวโพลนหัวเราะลั่นด้วยความสะใจ ก่อนจะพุ่งเข้าประชิดตัวเฉินหลงในพริบตา กรงเล็บอันแหลมคมยาวเฟื้อยพุ่งตรงไปยังพระพักตร์อันหล่อเหลาและเย็นชาทันที!
"ระวังเพคะ!"
หลี่เหมยไม่รอช้า นางสะบัดข้อมือโปรยผงยันต์สีชาดที่เตรียมไว้ในแขนเสื้อออกไปในอากาศทันที เสียงระเบิดดังปะทุขึ้นเบาๆ พร้อมกับประกายไฟสีทองสว่างวาบขึ้นราวกับสายฟ้าแลบ ผงยันต์ศักดิ์สิทธิ์แผ่ขยายออกเป็นตาข่ายแสงเพลิงเข้าห่อหุ้มร่างของวิญญาณอาฆาตตัวนั้นเอาไว้ เสียงกรีดร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวดดังลั่นเรือน ร่างโปร่งแสงบิดเร่าด้วยความทุรนทุรายก่อนจะสลายกลายเป็นควันสีดำจางหายไปในความมืด
ความเงียบงันกลับมาปกคลุมตำหนักใหญ่อีกครั้ง หอบหายใจของเฉินหลงดังขึ้นอย่างเห็นได้ชัด แม้พระองค์จะยังคงรักษาท่าทีเยือกเย็นเอาไว้ได้ แต่มือที่ถือกระบี่กลับสั่นเทาเล็กน้อยอย่างควบคุมไม่ได้ พระเนตรคมกริบหันกลับมามองสตรีงามผู้ยืนอยู่เคียงข้าง พระองค์ไม่เคยคิดเลยว่าสตรีบอบบางนางนี้ จะมีความกล้าหาญและรอบรู้เรื่องวิชาอาคมลึกล้ำถึงเพียงนี้
"เจ้า... เป็นใครกันแน่ หลี่เหมย" เฉินหลงตรัสถามด้วยน้ำเสียงต่ำพร่า ดวงตาจดจ้องมองนางราวกับต้องการจะทะลลวงเข้าไปในจิตใจ "เหตุใดจึงรู้ว่าวิญญาณเหล่านี้จะปรากฏตัวในคืนเดือนดับ"
หลี่เหมยเก็บขวดหยกบรรจุผงยันต์เข้าไว้ในอกเสื้อ นางเงยหน้าขึ้นสบพระเนตรของท่านอ๋องอย่างไม่หลบเลี่ยง แววตาของนางฉายแววเศร้าสร้อยล้ำลึก ทว่าเด็ดเดี่ยวราวกับเหล็กกล้า
"หม่อมฉันเป็นเพียงสตรีผู้หนึ่งที่มีชะตากรรมผูกพันกับคำสาปของสกุลเฉินเพคะ... ท่านอ๋อง" นางทูลตอบด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่มั่นคง "และหากท่านยังทรงดึงดันที่จะเก็บความลับเรื่องการตายของพระมารดาเอาไว้ วิญญาณเหล่านี้ก็จะไม่ยอมรามือ จนกว่าเลือดทุกหยดในตำหนักนี้จะถูกชำระล้างด้วยความตายเช่นกัน"
เฉินหลงชะงักไปชั่วขณะ พระพักตร์ที่เคยไร้ความรู้สึกกลับตึงเครียดขึ้นมาทันที ความลับที่พระองค์พยายามซ่อนเร้นไว้ใต้ก้นบึ้งแห่งหัวใจมาตลอดหลายปี กำลังถูกเปิดเผยออกทีละน้อยโดยสตรีตรงหน้านี้
ทว่า ในขณะที่บรรยากาศภายในห้องโถงกำลังตึงเครียดถึงขีดสุดนั้นเอง เสียงฝีเท้าหนักแน่นคู่หนึ่งก็ดังขึ้นที่บริเวณหน้าประตูกลางตำหนักใหญ่ เสียงเคาะประตูสามครั้งดังขึ้นอย่างเป็นจังหวะ ท่ามกลางความวิเวกวังเวงของยามวิกาล
*ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก...*
ทั้งเฉินหลงและหลี่เหมยต่างหันไปมองประตูทางเข้าพร้อมกัน ในยามวิกาลเช่นนี้ และท่ามกลางอาถรรพ์อันน่าสะพรึงกลัว ไร้ซึ่งผู้ใดในจวนที่จะกล้าเข้ามาใกล้ตำหนักหลังนี้เด็ดขาด แล้วผู้ใดกันที่กำลังยืนอยู่เบื้องหลังบานประตูไม้บานนั้น?
เฉินหลงขมวดพระขนงเข้าหากันอย่างสงสัย พระหัตถ์กระชับกระบี่ในมือแน่นขึ้นอีกครั้ง ก่อนจะตรัสสั่งด้วยน้ำเสียงเย็นยะเยือก "เปิดประตู..."
หลี่เหมยก้าวเข้าไปใกล้ประตูก lentamente นางยื่นมือออกไปผลักบานประตูไม้หนักอึ้งให้เปิดออกช้าๆ แสงจันทร์สีเขียวคล้ำสาดส่องกระทบกับร่างของบุคคลปริศนาที่ยืนตากน้ำค้างอยู่เบื้องนอก
สิ่งที่ปรากฏแก่สายตากลับทำให้ลมหายใจของทั้งสองคนแทบหยุดชะงัก...
ขอขอบพระคุณท่านผู้อ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านม่านหมอกโลหิตและเงาอาฆาตนี้ไปด้วยกัน แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ — ศาลาริมน้ำโบราณ
วิญญาณอาฆาตในเรือนสุริยคราสกับอ๋องผู้ไร้ใจ•ตอนที่ 9
คืนเดือนดับ
ผลงานโดย ศาลาริมน้ำโบราณ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ศาลาริมน้ำโบราณ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิญญาณอาฆาตในเรือนสุริยคราสกับอ๋องผู้ไร้ใจ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!