วิญญาณอาฆาตในเรือนสุริยคราสกับอ๋องผู้ไร้ใจ•ตอนที่ 8

รอยร้าวแห่งศรัทธา

ผลงานโดย ศาลาริมน้ำโบราณ
เสียงกริบของคมมีดเงินที่กำลังเฉือนผ่านเนื้อปลาสีชมพูเรื่อในจานกระเบื้องเคลือบตังเตียงนั้น ช่างบาดหูเสียนี่กระไร หลี่เหมยมิได้เงยหน้าขึ้นมองผู้ที่เพิ่งก้าวเข้ามาในเรือนพักส่วนตัว แม้มนמהนตร์อึมครึมและกลิ่นอายความตายของวิญญาณอาฆาตจากเรือนสุริยคราสจะลอยวนเวียนอยู่รอบกายราวกับหมอกหนา นางเพียงแต่ขยับเรียวปากเอื้อนเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบราบดั่งผิวน้ำในยามไร้ลมพัด "ท่านอ๋องทรงว่างเว้นราชกิจถึงเพียงนี้เชียวหรือ ถึงได้เสด็จมาเยือนเรือนร้างของผู้ต้องสงสัยในยามวิกาลเช่นนี้" อ๋องเฉินหลงหาได้สะทกสะท้านต่อวาจาเหน็บแนมนั้นไม่ ร่างสูงใหญ่ในอาภรณ์ปักลายมังกรห้ากรงเล็บสีดำสนิทก้าวเข้ามาหยุดยืนเบื้องหน้าโต๊ะไม้จันทน์หอม กลิ่นอายความเยือกเย็นดุร้ายแผ่ซ่านออกมาจากตัวเขาจนทำให้เปลวเทียนวูบไหว ดวงเนตรคมกริบคู่นั้นทอดมองนางราวกับจะเฉือนร่างบางให้ขาดเป็นเสี่ยงๆ ด้วยสายตา ความระแวง... สิ่งนี้มิใช่เรื่องใหม่ในราชสำนัก แต่เมื่อมันเกิดขึ้นระหว่างเขากับนาง ความเจ็บปวดกลับถูกซ่อนไว้ภายใต้หน้ากากแห่งอำนาจอย่างแนบเนียน "เจ้ากล้าดียังไง ถึงได้ซ่อนจดหมายลับฉบับนั้นไว้ใต้กระถางธูปสำริดในห้องโถงใหญ่" เฉินหลงตรัสถาม เสียงทุ้มต่ำของพระองค์กดดันจนบรรยากาศรอบข้างแทบหยุดหายใจ พระหัตถ์หนากำด้ามกระบี่ประจำพระองค์แน่นจนข้อพระกรขึ้นสันนูน "หลี่เหมย เจ้าเป็นใครกันแน่... สายลับจากแดนเหนือ หรือปีศาจจำแลงมาเพื่อทำลายล้างราชวงศ์ของข้า" หลี่เหมยค่อยๆ วางมีดเงินลงบนจานอย่างเชื่องช้า นางเงยหน้าขึ้นสบพระเนตรของชายหนุ่มโดยไม่มีทีท่าหวาดกลัวแม้แต่น้อย แววตาคู่คมของนางฉายแววตัดพ้อชั่วพริบตาก่อนจะกลับคืนสู่ความสุขุมเยือกเย็นดังเดิม นางยิ้มเยาะให้กับความหวาดระแวงที่เขามีต่อสติปัญญาของนาง "หม่อมฉันเป็นเพียงสตรีผู้หนึ่งที่ต้องการปลดปล่อยวิญญาณบรรพบุรุษจากคำสาป แต่หากท่านอ๋องทรงเลือกที่จะเชื่อในเศษกระดาษที่คนชั่วกุขึ้นเพื่อทำลายความน่าเชื่อถือของหม่อมฉัน มากกว่าความจริงที่อยู่ตรงพระพักตร์... เชิญท่านสั่งคนมาเอาตัวหม่อมฉันไปคุมขังเถอะครับ" คำพูดของนางทิ่มแทงเข้าที่กลางพระหทัยของเฉินหลงอย่างจัง พระองค์ทรงรักนาง... รักจนยอมเอาบัลลังก์และชีวิตเข้าแลก แต่ความลับเรื่องคำสาปประจำตระกูลที่ตกทอดมาจากเรือนสุริยคราสกำลังบีบคั้นให้พระองค์ต้องเลือก ระหว่างความมั่นคงของแผ่นดินกับสตรีผู้ครองดวงใจ "ข้าไม่มีทางเลือก หลี่เหมย" เฉินหลงตรัสด้วยพระสุรเสียงที่สั่นพร่าเล็กน้อยอย่างไม่มีใครสังเกตเห็น "ในยามนี้ ขุนนางฝ่ายเหนือต่างเพ่งเล็งมาที่เรือนหลังนี้ ข้าจำเป็นต้องปกป้องเจ้า... ด้วยการกักตัวเจ้าไว้ที่นี่ ห้ามผู้ใดเข้าออกจนกว่าการตรวจสอบจะเสร็จสิ้น" "กักตัว?" หลี่เหมยทวนคำ รอยยิ้มบนเรียวปากบางช่างน่าเวทนาและงดงามราวกับดอกไม้พิษในความมืด "ที่แท้ความไว้วางใจที่ท่านเคยประทานให้ ก็เป็นเพียงภาพลวงตาเมื่ออำนาจสั่นคลอนสินะครับท่านอ๋อง" "นี่คือคำสั่ง!" พระองค์ตรัสเสียงกร้าวเพื่อกลบเกลื่อนความร้าวรานในพระทัย ก่อนจะสะบัดพระองค์หันหลังให้ "ทหาร! ปิดล้อมเรือนพักนี้ไว้ อย่าให้ผู้ใดเข้าออกเป็นอันขาด หากนางหนีรอดไปได้... พวกเจ้าต้องเอาหัวมาเซ่นสังเวย!" เสียงฝีเท้าหนักหน่วงขององครักษ์นับสิบชีวิตกรูเข้ามาประจำการรอบเรือน ประตูไม้ถูกลงกลอนอย่างแน่นหนาจากภายนอก หลี่เหมยถูกตัดขาดจากโลกภายนอกในพริบตา นางทรุดกายลงนั่งบนเก้าอี้ไม้จันทน์อย่างโดดเดี่ยว ทว่าในแววตาคู่สวยนั้นกลับมิได้มีความสิ้นหวัง มีเพียงประกายแห่งการเอาชนะที่ลุกโชนขึ้นมาแทนที่ ความมืดราตรีแผ่ขยายปกคลุมตำหนัก ท่ามกลางความเงียบงันที่น่าสะพรึงกลัว เสียงฝีเท้าเบาหวิวราวกับไม่มีน้ำหนักก็ดังขึ้นที่หน้าต่างกระดาษสา หลี่เหมยมองไปยังเงาร่างหนึ่งที่ทาบทับอยู่หลังบานหน้าต่าง เงาร่างนั้นไม่ได้เข้ามาทางประตูที่ถูกล็อก แต่กำลังเดินทะลุกำแพงเข้ามาอย่างช้าๆ พร้อมกับกลิ่นอายความตายที่คุ้นเคย เงาร่างของหญิงสาวในชุดเจ้าสาวโบราณเปื้อนคราบโลหิต ปรากฏกายขึ้นตรงหน้าหลี่เหมย พร้อมกับรอยยิ้มบิดเบี้ยวที่เอ่ยกระซิบด้วยเสียงแหบพร่าเย็นยะเยือก "เขาทรยศเจ้าแล้ว... หลี่เหมย เช่นเดียวกับที่บรรพบุรุษของเขาเคยทรยศข้า... มาร่วมมือกับข้าเถอะ แล้วเราจะไปทวงคืนทุกสิ่งด้วยโลหิตของตระกูลเฉิน" ขอขอบพระคุณท่านผู้อ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านม่านหมอกโลหิตนี้ไปด้วยกัน แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ — ศาลาริมน้ำโบราณ
สารจากนักเขียน (ศาลาริมน้ำโบราณ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิญญาณอาฆาตในเรือนสุริยคราสกับอ๋องผู้ไร้ใจ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%