ความเงียบงันในยามวิกาลไม่ใช่เพื่อนสนิทของคินน์ ธนดล แต่มันคือผู้พิพากษาที่ยุติธรรมที่สุด ยามที่ความมืดโรยตัวลงคลุมทับคฤหาสน์หลังใหญ่ กลิ่นอายของความว่างเปล่าก็เริ่มกัดกินหัวใจที่ด้านชาของเขาจนพรุน
ลูกบิดประตูทองเหลืองถูกหมุนด้วยปลายนิ้วที่สั่นเทาอย่างระมัดระวังที่สุด ราวกับเขากำลังย่องเข้าสู่เขตหวงห้ามทางศีลธรรมของอดีตภรรยา คินน์ก้าวผ่านธรณีประตูห้องนอนที่รินรดายึดครองเข้ามาอย่างเงียบเชียบ ความมืดสลัวที่มีเพียงแสงจันทร์สาดส่องลอดผ่านผ้าม่านโปร่งสีขาว เผยให้เห็นร่องรอยของความเป็นเธอที่ยังคงหลงเหลืออยู่ในทุกตารางนิ้ว
กลิ่นหอมจางๆ ของดอกมะลิและแป้งเด็ก—กลิ่นที่ติดอยู่บนตัวของน้องลีโอและผู้เป็นแม่—ลอยวนอยู่ในอากาศ กระตุ้นสัญชาตญาณดิบและความโหยหาที่เขาพยายามกดทับมันมาตลอดหลายปี
เตียงนอนกว้างที่เคยมีร่างอวบอิ่มของภรรยาในนามนอนทอดกาย บัดนี้ว่างเปล่า ทว่าบนหมอนใบนั้นยังมีรอยบุ๋มและเส้นผมสีดำยาวสลวยเส้นหนึ่งตกอยู่ คินน์ทรุดกายลงคุกเข่าช้าๆ ที่ข้างเตียง ฝ่ามือหนาสั่นเทายื่นไปสัมผัสเนื้อผ้าปูที่นอนอย่างทะนุถนอม ราวกับเกรงว่าภาพตรงหน้าจะเป็นเพียงภาพลวงตาที่สลายหายไปเมื่อสัมผัส
"ริน..." เสียงกระซิบแหบพร่าหลุดรอดจากริมฝีปากที่แห้งผาก ชื่อเดียวที่เขาเคยเอ่ยด้วยความเหินห่างและเย็นชา บัดนี้กลับกลายเป็นบทสวดมนต์เดียวที่หัวใจเจ็บปวดร้าวรานดวงนี้ร่ำร้องหา
ภาพในอดีตย้อนกลับมาทิ่มแทงความรู้สึก ราวกับมีใครเอามีดมากรีดซ้ำลงบนแผลเก่า วันที่เธอยอมจำนนต่อความเย็นชาของเขา วันที่เธออุ้มท้องโตโดยไม่มีแม้แต่คำปลอบโยน และวันที่เธอยื่นใบหย่าพร้อมกับรอยยิ้มที่ว่างเปล่าที่สุดในโลก รินรดาในวันนั้นช่างเปราะบางและแตกสลาย แต่วันนี้... เธอกลับเข้มแข็งจนน่ากลัว เธอกล้าที่จะผลักไสเขา ออกห่างจากชีวิตของเธอและลูกชายอย่างไม่ใยดี
ความรู้สึกผิดที่สุมอกระตุ้นให้หยาดน้ำตาของผู้ชายที่เคยหยิ่งผยองที่สุดในวงการธุรกิจไหลรินลงมาเงียบๆ คินน์ซุกใบหน้าลงกับหมอนที่เธอเคยหนุนสูดดมกลิ่นกายที่คุ้นเคย กลิ่นที่เขาเคยละเลยและมองข้ามว่าไร้ค่า ในวินาทีนี้ มันกลับเป็นสิ่งเดียวที่หล่อเลี้ยงลมหายใจที่ใกล้จะหมดแรงของเขา
เสียงเปิดประตูกระจกบานเลื่อนเบาหวิวจากระเบียงห้อง ทำให้คินน์สะดุ้งสุดตัว ร่างบางของรินรดาก้าวเข้ามาในห้องด้วยชุดนอนผ้าซาตินสีนวดเนื้อบางเบา เธอกลับจากการตรวจเช็กความเรียบร้อยของน้องลีโอที่ห้องนอนเด็กข้างๆ และไม่ได้คาดคิดเลยว่า จะมีผู้ชายแปลกหน้าที่ขึ้นชื่อว่า 'อดีตสามี' แอบลักลอบเข้ามาในเขตพื้นที่ส่วนตัวของเธอในยามวิกาลเช่นนี้
ระยะห่างระหว่างเขากับเธอลดลงเหลือเพียงไม่กี่ก้าว ดวงตากลมโตคู่สวยที่เคยฉายแววอ่อนล้าและเจ็บช้ำ บัดนี้เบิกกว้างขึ้นด้วยความตกใจ ก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นความแข็งกร้าวและเย็นชาอย่างรวดเร็ว
"คุณเข้ามาในห้องฉันได้ยังไง... คินน์?" น้ำเสียงของเธอราบเรียบ ทว่าเฉียบคมราวกับใบมีดที่กรีดลงบนผิวเนื้อ
คินน์ค่อยๆ ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เงาของเขาทาบทับร่างระหงของเธอในความมืด ดวงตาคมกริมคู่นั้นมองสำรวจเรือนร่างที่สะท้อนกับแสงจันทร์อย่างหิวกระหาย รินรดาในยามนี้ไม่ได้อ่อนแอเหมือนวันที่เซ็นใบหย่า ผิวเนียนละเอียดภายใต้ชุดนอนซาติน ขับเน้นส่วนโค้งเว้าที่เย้ายวนตาอย่างไม่ได้ตั้งใจ ยิ่งปลุกเร้าไฟปรารถนาที่มอดไหม้อยู่ในอกให้ลุกโชนขึ้นมาอีกครั้ง
"ฉันคิดถึงเธอ..." เสียงของเขาต่ำพร่า เต็มไปด้วยแรงอารมณ์ดิบเถื่อนที่ไม่อาจควบคุม "ริน... ฉันคิดถึงเธอแทบคลั่งอยู่แล้ว"
"อย่ามาพูดจาทุเรศๆ แบบนี้ในห้องของฉัน!" รินรดาถอยหลังกรูดจนแผ่นหลังชนเข้ากับผนังห้องเย็นเฉียบ เธอยกมือขึ้นหมายจะผลักอกเขาให้ออกไป แต่คินน์เร็วกว่า มือหนาคว้าข้อมือเรียวทั้งสองข้างไว้ตรึงกับผนังเหนือศีรษะของเธอได้อย่างง่ายดาย
แรงปะทะระหว่างร่างกายทำให้ทั้งคู่สัมผัสได้ถึงจังหวะหัวใจที่เต้นรัวโครมครามไม่เป็นส่ำ ลมหายใจอุ่นร้อนที่ปะทะเข้าหากันเจือด้วยกลิ่นอายความปรารถนาที่ถูกเก็บกดมาเนิ่นนาน
"ปล่อยนะ! เราหย่ากันแล้ว คุณไม่มีสิทธิ์มาแตะต้องตัวฉัน!" รินรดาตวาดเสียงสั่น พยายามบิดข้อมือหนีจากพันธนาการ ทว่ายิ่งเธอขัดขืนมากเท่าไหร่ คินน์ก็ยิ่งกดน้ำหนักลงมาแนบชิดมากยิ่งขึ้นเท่านั้น
"สิทธิ์งั้นเหรอ?" คินน์ก้มหน้าลงกระซิบชิดริมฝีปากอิ่มที่เม้มเข้าหากันแน่น ลลมหายใจของเขารดรินอยู่บนแก้มเนียน กลิ่นกายชายหนุ่มผสมผสานกับความเร่าร้อนที่แผ่ออกมาจากตัวเขา ทำให้รินรดารู้สึกหายใจไม่ทั่วท้อง "ทะเบียนสมบูรณ์แบบในกระดาษใบนั้น ฉันเป็นคนฉีกมันทิ้งเองริน... แต่ร่างกายของเธอ ดวงตาของเธอ และทุกๆ อย่างที่เป็นของเธอ มันยังคงเป็นของฉัน ไม่มีวันเปลี่ยน"
"คุณมันเห็นแก่ตัว... อื้อ!"
คำพูดต่อมาถูกกลืนหายไปในลำคอ เมื่อคินน์ฉกริมฝีปากลงมาครอบครองเรียวปากอิ่มของเธออย่างดุดันและเอาแต่ใจ
จูบนั้นไม่ใช่ความอ่อนโยน แต่มันคือการประกาศิตและการลงทัณฑ์จากความโหยหาที่กัดกินวิญญาณ ริมฝีปากหนาบดขยี้กลีบปากนุ่มอย่างเร่าร้อน รินรดาสะท้านเฮือก เปลือกตาสั่นระริกด้วยความตกใจ รสสัมผัสที่คุ้นเคยและแสนอันตรายนี้กำลังปลุกเร้าไฟส่ายหาในกายเธอให้ตื่นขึ้นมาอย่างน่าละอาย
มือหนาที่เคยตรึงข้อมือเธอไว้ เปลี่ยนเป็นเลื่อนลงมาโอบกระชับเอวคอดกิ่ว รั้งร่างบางให้แนบสนิทชิดจนแทบหลอมรวมเป็นร่างเดียวกัน ความนุ่มหยุ่นของเรือนร่างภายใต้ชุดนอนซาตินแนบชิดไปกับแผงอกกว้างที่เต็มไปด้วยมัดกล้าม คินน์ส่งเรียวลิ้นร้อนเข้าไปกวาดต้อนความหวานล้ำภายในโพรงปากของเธออย่างช่ำชอง บดเบียดองศาการจูบให้ลึกซึ้งและวาบหวามยิ่งขึ้น จนรินรดาแทบยืนหยัดด้วยตัวเองไม่ไหว เข่าของเธออ่อนยวบลงจนต้องโอบรอบลำคอแกร่งของเขาไว้โดยไม่รู้ตัวเพื่อพยุงกาย
เสียงหอบหายใจกระชั้นชิดดังแข่งกับเสียงหัวใจที่เต้นระรัวในความเงียบ รินรดาพยายามต้านทานสติสัมปชัญญะที่กำลังจะหลุดลอย แต่สัมผัสอันช่ำชองและแรงปรารถนาอันดิบเถื่อนที่คินน์ถ่ายทอดผ่านปลายนิ้วที่ลูบไล้ไปตามแผ่นหลังและสะโพกอวบอัด กลับทำให้หัวใจที่เคยแข็งกระด้างของเธอยอมจำนนทีละน้อย
เรียวขาเรียวถูกแทรกด้วยกายแกร่ง ความอบอุ่นและสัมผัสแนบเนื้อทำให้ความรู้สึกวาบหวามแผ่ซ่านไปทั่วสรรพางค์ คินน์ถอนริมฝีปากออกช้าๆ ปล่อยให้รินรดาได้กอบโกยอากาศเข้าปอด ดวงตาคมกริมของเขาเต็มไปด้วยประกายไฟแห่งความปรารถนาที่ลุกโชน ร้อนแรงเสียจนคนที่สบตาต้องสะท้าน
"บอกฉันสิริน... ว่าเธอไม่รู้สึกอะไรเลย" เสียงกระซิบแหบพร่าข้างใบหู พร้อมกับริมฝีปากร้อนที่ไล่จูบซับไปตามซอกคอขาวผ่อง สร้างความเสียวซ่านจนรินรดาต้องหลุดเสียงครางหวานหูออกมาอย่างไม่ตั้งใจ "บอกฉัน... ว่าผู้ชายคนนี้ไม่มีผลกับร่างกายของเธออีกต่อไปแล้ว"
มือใหญ่วาดลูบไล้ขึ้นมาสัมผัสเนินอกอิ่มผ่านเนื้อผ้าบางเบา ปลายนิ้วที่สะกิดโดนจุดอ่อนไหวทำให้รินรดาสะดุ้งเฮือก แอ่นอกเข้าหาโดยสัญชาตญาณ ความต้องการที่ถูกกักเก็บไว้ภายใต้ความโกรธแค้นและทิฐิพังทลายลงในพริบตา ร่างกายของเธอกำลังทรยศต่อจิตใจอย่างสมบูรณ์แบบ
คินน์ประคองร่างบางที่อ่อนระทวยให้ทอดกายลงบนเตียงนอนนุ่มอย่างทะนุถนอม ทว่าเร่าร้อนในทุกสัมผัส เงาร่างของทั้งสองทับซ้อนกันในความมืด บรรยากาศเต็มไปด้วยกลิ่นอายแห่งเสน่หาและความโหยหาที่ระเบิดออกอย่างไร้การควบคุม ริมฝีปากร้อนพรมจูบไปทั่วเรือนร่างอย่างเอาแต่ใจ ขณะที่รินรดาทำได้เพียงจิกปลายนิ้วลงบนลาดไหล่กว้างของเขา ปล่อยให้ตัวเองจมดิ่งลงไปในห้วงแห่งความสุขสมที่เขาหยิบยื่นให้อย่างไร้ทางขัดขืน
ทว่า... ในวินาทีที่เปลวไฟแห่งความเร่าร้อนกำลังแผดเผาทั้งสองให้หลอมละลายเป็นหนึ่งเดียวกัน เสียงฝีเท้าเล็กๆ และเสียงเคาะประตูเบาๆ จากด้านนอกห้องนอนก็ดังขึ้น
*“คุณแม่ฮะ... ลีโอนอนไม่หลับ เข้าไปหาได้ไหมฮะ?”*
ร่างของทั้งคู่แข็งค้างสนิทในทันที คินน์ชะงักกึก ดวงตาคมเบิกกว้างขึ้นเมื่อตระหนักว่าประตูห้องไม่ได้ถูกล็อค และเงาร่างเล็กๆ ของเด็กชายวัยสามขวบกำลังหมุนลูกบิดประตูเปิดเข้ามาอย่างช้าๆ!
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและดำดิ่งไปกับความรู้สึกอันแสนเจ็บปวดและเร่าร้อนนี้ด้วยกันนะคะ
คุณพ่อครับ... แม่บอกว่าคุณเป็นแค่คนแปลกหน้า•ตอนที่ 11
อีโรติกแห่งความคิดถึง
ผลงานโดย มิคายามวิกาล
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (มิคายามวิกาล)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณพ่อครับ... แม่บอกว่าคุณเป็นแค่คนแปลกหน้า นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!