กลิ่นอายความเย็นเยียบของเครื่องปรับอากาศในร้านกาแฟเล็กๆ ย่านชานเมืองแทบจะกลายเป็นไอระเหยกลายเป็นพิษร้าย เมื่อร่างสูงโปรดของคินน์ ธนดล ก้าวเข้ามาครอบครองพื้นที่โดยไม่ต้องเอ่ยคำอนุญาตจากใคร ใบหน้าคมคายที่เคยเชิดสูงด้วยความหยิ่งทะนงในโลกธุรกิจ บัดนี้กลับมีรอยยิ้มมุมปากที่แฝงไว้ด้วยความเหี้ยมเกรียมและดุดัน แววตาของเขาไม่ได้มองผู้คนรอบตัวเลยด้วยซ้ำ มันพุ่งตรงไปยังเป้าหมายเดียว... ร่างระหงของรินรดาที่กำลังยืนมือสั่นเทาอยู่หน้าเคาน์เตอร์
ผลตรวจ DNA ฉบับจริงที่สะท้อนอยู่บนหน้าจอมือถือเครื่องหรู เป็นเครื่องยืนยันว่าเกมที่เธอพยายามซ่อนมาตลอดสามปีได้พังทลายลงแล้ว
"บังเอิญจังนะคะ... หรือว่าตั้งใจตามกันแน่คะคุณคินน์" รินรดากลืนก้อนสะอื้นลงคออย่างยากลำบาก เธอยืดตัวขึ้น พยายามสลัดความหวาดกลัวออกจากแววตา ถึงแม้ว่าหัวใจข้างในจะเต้นระรัวราวกับกลองเพลเมื่อเห็นเขาเดินเข้ามาประชิดตัว กลิ่นกายหอมสะอาดผสมกลิ่นบุหรี่จางๆ และน้ำหอมแบรนด์เนมราคาแพงที่คุ้นเคย แผ่ซ่านเข้ามาโอบล้อมจนเธอแทบหายใจไม่ออก
คินน์ไม่ตอบทันที เขากวาดสายตามองไปรอบร้านที่มีผู้คนบางตา ก่อนจะโน้มใบหน้าลงมาใกล้ซอกคอหอมกรุ่นของอดีตภรรยา จนเธอต้องผถะถอยหลังด้วยความตื่นตระหนก แต่ทว่า... วงแขนแข็งแกร่งกลับคว้าเอวบางเข้าหาตัวอย่างรวดเร็วและถือวิสาสะ บังคับให้เธอแนบชิดกับแผงอกกว้างของเขาอย่างไร้ทางสู้
"สามปีที่เธอหนีหายไปพร้อมกับลูก... คิดว่าฉันจะปล่อยให้เธอเล่นซ่อนหาไปถึงไหนกัน ริน" เสียงทุ้มต่ำกระซิบชิดริมใบหู ร้อนผ่าวและเต็มไปด้วยแรงกดดันที่ทำเอาขนลุกเกรียว "ย้ายมาอยู่ใกล้บ้านฉันขนาดนี้... รุกหนักเสียยิ่งกว่าตอนที่เราแต่งงานกันเสียอีกนะ หึ"
"ปล่อยฉันนะคะคุณคินน์! เราหย่ากันขาดแล้ว และคุณก็ไม่มีสิทธิ์อะไรในตัวลีโอทั้งสิ้น!" รินรดาเค้นเสียงลอดไรฟันด้วยความโกรธเกรี้ยว มือเล็กพยายามผลักไสอกหนาออกห่าง แต่สำหรับคินน์แล้ว แรงของเธอมันก็แค่ลูกแมวข่วนเท่านั้น
"ไม่มีสิทธิ์งั้นเหรอ?" คินน์แค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตาคมกริบหรี่ลงอย่างอันตราย นิ้วเรียวยาวเอื้อมขึ้นเกลี่ยปอยผมที่หลุดลุ่ยของเธอออกอย่างถือดี "เอกสารในมือฉัน... และหน้าตาของเด็กผู้ชายวัยสามขวบที่วิ่งเล่นอยู่ในบ้านหลังนั้น มันฟ้องชัดเจนว่าเลือดเนื้อเชื้อไขของฉันครึ่งหนึ่งกำลังเรียกผู้ชายคนอื่นว่าพ่อ... รู้ไหมริน ว่าความอดทนของฉันมันมีขีดจำกัด และเธอกำลังทดสอบมันจนเกินเยียวยาย"
บรรยากาศรอบตัวอึดอัดจนแทบหายใจไม่ออก ความทรงจำเก่าๆ ที่เคยถูกเขาทุบทำลายด้วยความเย็นชาและคำพูดดูถูกเหยียดหยาม ไหลย้อนกลับเข้ามาในหัวของรินรดาเป็นฉากๆ ผู้ชายคนนี้ไม่เคยรักเธอ เขาเคยเห็นเธอเป็นแค่ดอกไม้ประดับบ้านที่ไร้ค่า แต่ตอนนี้ เมื่อเขารู้ว่าเธอกุมสมบัติล้ำค่าที่สุดของตระกูลธนดลเอาไว้ เขากลับตามมาคุกคามถึงที่นี่... บ้านหลังเล็กๆ ที่เธอใช้สร้างชีวิตใหม่กับลูกอย่างสงบสุข
"คุณต้องการอะไรกันแน่ เงินเท่าไหร่ถึงจะยอมจบเรื่องนี้!" เธอตวาดเสียงสั่นเครือ หยาดน้ำตาแห่งความคับแค้นเอ่อคลอเบ้าแต่เธอจะไม่ยอมให้มันร่วงหล่นลงมาต่อหน้าเขาเด็ดขาด
"เงินเหรอ?" คินน์ทวนคำ เสียงหัวเราะเย้ยหยันดังขึ้นในลำคอ ก่อนที่เขาจะรวบเอวเธอแน่นขึ้นจนแทบไม่มีช่องว่างระหว่างกัน "สิ่งที่ฉันต้องการ... ไม่ใช่เงินสดในบัญชีของเธอ รินรดา แต่ฉันต้องการตัวเธอ... และลูก กลับคืนสู่กรงทองที่เธอสมควรจะอยู่"
ไม่รอให้เธอได้ทันตั้งตัว คินน์ก็ลากตัวเธอเดินออกจากร้านกาแฟ ท่ามกลางสายตาตกใจของพนักงานและผู้คนรอบข้าง เขากึ่งลากกึ่งจูงเธอมาที่รถยนต์สปอร์ตคันหรูที่จอดลับตาคนอยู่มุมตึก แรงขัดขืนของเธอนั้นไร้ความหมายเมื่อเผชิญหน้ากับพละกำลังที่เหนือกว่า ก่อนที่ร่างบางจะถูกดันเข้าไปเบาะหลังของรถอย่างรวดเร็ว และตามด้วยร่างสูงที่ก้าวตามเข้ามาปิดประตูขังเธohไว้ในพื้นที่แคบๆ ทันที
"คุณคินน์! จะบ้าหรือไง ปล่อยฉันนะ!" รินรดาร้องลั่น พยายามจะเปิดประตูหนี แต่ฝ่าหนาใหญ่กลับตรึงข้อมือทั้งสองข้างของเธอไว้เหนือศีรษะด้วยมือข้างเดียวได้อย่างง่ายดาย
"ใช่... ฉันมันบ้าไปแล้วตั้งแต่เห็นรูปผลตรวจ DNA นั่นแหละ" คินน์คำรามต่ำในลำคอ ใบหน้าคมคายโน้มลงมาใกล้จนปลายจมูกชนกัน ลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดริมฝีปากอิ่มที่เม้มเข้าหากันแน่นด้วยความหวาดกลัว "สามปีที่ต้องนอนตื่นมาอย่างไร้ความรู้สึก... สามปีที่บ้านหลังนั้นว่างเปล่าจนน่ารังเกียจ เธอกล้ามากนะริน ที่ทำให้ฉันต้องทนทรมานอยู่คนเดียว"
"คุณก็แค่เสียหน้า... ไม่ได้เสียใจหรอก!" รินรดาตอกกลับเสียงสั่น น้ำตาที่กลั้นไว้ร่วงเผาะลงมาอาบแก้ม "คุณไม่เคยรักฉัน คุณแค่อยากชนะ! ปล่อยฉันไปเถอะนะคะ... ขอร้องล่ะ"
คำพูดตัดพ้อและหยาดน้ำตาคู่นั้น แทนที่จะทำให้เขารู้สึกผิด มันกลับจุดชนวนความปรารถนาอันดิบเถื่อนที่ถูกกดทับมานานนับปีให้ระเบิดออกมา คินน์มองริมฝีปากที่สั่นระริกนั้นด้วยสายตาร้อนแรงดั่งเปลวเพลิง ความโกรธ ความคิดถึง และความกระหายอยากหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียว
"งั้นก็ถือว่าฉันยอมแพ้ให้เธอก็แล้วกัน..."
สิ้นเสียงกระซิบอันแหบพร่า ริมฝีปากร้อนจัดก็ทาบทับลงมาปิดกลีบปากอิ่มของเธอทันทีอย่างไม่ยอมให้อستกเสี้ยววินาทีเพื่อตั้งตัว รินรดาเบิกตากว้างด้วยความตกใจ พยายามจะเบือนหน้าหนีและทุบตีอกเขา แต่คินน์กลับยิ่งรุกหนักขึ้นอย่างไร้ความปรานี เรียวลิ้นร้อนสอดแทรกเข้ามาตักตวงความหวานล้ำที่เขาโหยหามาเนิ่นนาน รสจูบทั้งดุดัน เอาแต่ใจ และเรียกร้องสิทธิ์ความเป็นเจ้า
สัมผัสที่คุ้นเคยแต่แฝงไปด้วยความเร่าร้อนแผ่ซ่านไปทั่วสรรพางค์กาย รินรดาครางอือในลำคอ สมองขาวโพลนราวกับถูกไฟแผดเผา แรงขัดขืนที่เคยมีเริ่มอ่อนยวบลงทีละน้อย เมื่อฝ่ามือหนาเริ่มลูบไล้ไปตามสัดส่วนโค้งเว้าภายใต้เสื้อผ้าเนื้อบาง ปลุกเร้าอารมณ์สวาทที่เธอพยายามกดฝังกลบไว้ให้ตื่นขึ้นมาอีกครั้งอย่างน่าละอาย
ปลายนิ้วอุ่นจัดลูบไล้ผิวเนื้อเนียนนุ่มผ่านเนื้อผ้า ทำให้รatสะท้านเฮือกด้วยความวาบหวาม ลมหายใจของทั้งคู่หอบกระชั้นประสานกันในพื้นที่แคบๆ ของรถหรู คินน์ผละริมฝีปากออกชั่วครู่เพื่อมองใบหน้าแดงก่ำและแววตาสั่นไหวที่ยอมจำนนต่อสัมผัสของเขาอย่างถอนตัวไม่ขึ้น ก่อนที่เขาจะกระซิบเสียงพร่าข้างใบหูที่แดงก่ำ
"จำความรู้สึกนี้เอาไว้ให้ดี... ริน... เพราะต่อจากนี้ เธอหนีฉันไม่พ้นอีกแล้ว"
และก่อนที่สติของรินรดาจะหลุดลอยไปกับสัมผัสวาบหวามที่เขากำลังปรนเปรอให้อย่างเอาแต่ใจ... เสียงเคาะกระจกรถจากภายนอกก็ดังขึ้นกะทันหัน!
*ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!*
"คุณแม่ครับ! คุณแม่ขา... อยู่ในนี้หรือเปล่า ทำไมไม่ยอมกลับบ้านสักทีล่ะครับ?"
เสียงใสแจ๋วของเด็กชายวัยสามขวบที่ดังเล็ดลอดเข้ามาผ่านกระจกรถ ทำให้คินน์และรินรดาชะביงค้างราวกับถูกสายฟ้าฟาด ร่างบางเบิกตากว้างด้วยความตื่นตระหนกสุดขีดเมื่อนึกขึ้นได้ว่า... ลูกชายของเธอตามหาเธอจนเจอแล้ว!
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและดำดิ่งไปกับความรู้สึกอันแสนเจ็บปวดและเร่าร้อนนี้ด้วยกันนะคะ
คุณพ่อครับ... แม่บอกว่าคุณเป็นแค่คนแปลกหน้า•ตอนที่ 10
รุกหนัก
ผลงานโดย มิคายามวิกาล
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (มิคายามวิกาล)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณพ่อครับ... แม่บอกว่าคุณเป็นแค่คนแปลกหน้า นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!