กลิ่นอายความเย็นเยียบของเครื่องปรับอากาศในห้องรับแขกแทบจะทำให้คินน์สำลักลมหายใจของตัวเอง ดวงตาคมกริบที่เคยตวัดมองใครด้วยความหยิ่งผยอง บัดนี้กลับเบิกกว้างสั่นระริกราวกับคนสูญเสียการทรงตัว ทุกคำพูด ทุกพยางค์ที่เด็กชายตัวน้อยเอื้อnนเอ่ยออกมา มันไม่ได้เป็นเพียงแค่เสียงเจื้อยแจ้วไร้เดียงสาของเด็กวัยสามขวบ หากแต่มันคือคมมีดนับพันเล่มที่กรีดลึกลงมาบนกลางใจของชายผู้ไม่เคยรู้จักคำว่าพ่ายแพ้
"คุณ... เป็นใครเหรอฮะ?"
น้องลีโอเอียงคอมองเขาด้วยดวงตากลมโตคู่สวยที่ถอดแบบมาจากรินรดาไม่มีผิดเพี้ยน เจ้าตัวเล็กขยับถอยหลังไปครึ่งก้าว ยามเมื่อฝ่ามือเล็กๆ นั้นเอื้อมไปควชายเสื้อของมารดาไว้แน่น ราวกับต้องการหาที่พึ่งพิงจาก "คนแปลกหน้า" ผู้บุกรุกพื้นที่ปลอดภัย
คำว่า *คนแปลกหน้า* วิ่งวนซ้ำไปซ้ำมาในโสตประสาทของคินน์ มันดังก้องกังวานเสียจนเขาปวดหนึบไปหมดทั้งกะโหลกศีรษะ
นี่คือลูกชาย... สายเลือดเนื้อเชื้อไขของเขาเอง เด็กน้อยที่เขาไม่เคยรู้แม้แต่การลืมตาดูโลก เด็กน้อยที่เขาเคยปรามาสและปัดตกไปว่าเป็นเพียงภาระที่รินรดาใช้ผูกมัดเขาไว้ในอดีต ทว่าในวินาทีนี้ เมื่อเด็กชายตัวน้อยเอ่ยปากถามเขาด้วยความหวาดระแวง คินน์กลับตระหนักได้อย่างชัดเจนว่า... ตัวเขาต่างหากที่เป็นคนแปลกหน้าที่แท้จริง คนแปลกหน้าที่แม้แต่สิทธิ์ในการเป็นพ่อก็ยังไม่หลงเหลือให้ภาคภูมิใจ
รินรดาลอบสูดลมหายใจเข้าลึก ร่างระหงภายใต้ชุดเดรสเรียบง่ายแต่ทรงพลังยืนหยัดบังร่างเล็กของลูกชายไว้ครึ่งหนึ่ง ดวงตาคู่คมที่เคยฉาบแววอ่อนแอและยอมจำนนต่อเขาเสมอ บัดนี้กลับนิ่งสนิทราวกับผืนน้ำในบึงลึก ไม่มีร่องรอยของความหวาดกลัว ไม่มีแม้แต่หยดน้ำตา มีเพียงความเย็นชาที่สะท้อนกลับมาจนคินน์แทบกระอัก
"ลีโอคะ..." รินรดาก้มตัวลงกระซิบกับลูกชายด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน ทว่าสายตากลับตวัดขึ้นมองอดีสามีที่กำลังยืนแข็งทื่อเป็นหิน "ไปรอแม่ที่ห้องนอนก่อนนะคะ ลูกมีนัดต่อเลโก้กับคุณน้าไม่ใช่เหรอ เดี๋ยวแม่คุยกับ... แขกคนนี้เสร็จแล้วจะตามไปค่ะ"
"ฮะ คุณแม่" เด็กชายพยักหน้ารับอย่างว่าง่าย ก่อนจะช้อนตาขึ้นมองคินน์เป็นครั้งสุดท้ายด้วยความระแวงระวัง แล้ววิ่งดุ๊กๆ หายเข้าไปในห้องนอน ปิดประตูลงกลอนเบาๆ ทิ้งให้ห้องโถงกว้างขวางเหลือเพียงแรงกดดันมหาศาลที่ระอุอยู่ระหว่างคนทั้งคู่
เพล้ง!
ความอดทนของคินน์ขาดผึ่งลงตรงนั้น เขาก้าวพรวดเข้าไปประชิดตัวรินรดา ใช้มือหนาคว้าข้อมือเรียวของเธอไว้โดยอัตโนมัติ แรงบีบไม่ได้รุนแรงถึงขั้นทำร้าย แต่มันสั่นเทาด้วยแรงอารมณ์ที่อัดอั้นจนเกินทานทน
"ริน..." เสียงทุ้มต่ำที่เคยทรงอำนาจ บัดนี้กลับแหบพร่าและสั่นเครือ "เธอ... เธอสอนลูกว่ายังไง? ทำไมเขาถึงถามฉันแบบนั้น ทำไมเขาถึงไม่รู้ว่าฉันเป็นใคร!"
รินรดาไม่ดิ้นรน เธอเพียงแค่ก้มมองข้อมือตัวเองที่ถูกพันธนาการไว้ด้วยมือของคนที่เคยขึ้นชื่อว่าเป็นสามี ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตาเขา รอยยิ้มเยาะหยันที่มุมปากปรากฏขึ้นช้าๆ เป็นรอยยิ้มที่กรีดแทงหัวใจคินน์ให้แหลกละเอียดลงไปอีก
"ปล่อยค่ะคุณคินน์" น้ำเสียงของเธอนิ่งเรียบ ทว่าเฉียบคมราวกับใบมีดโกนอาบน้ำผึ้ง "ทำไมฉันจะต้องสอนอะไรลูกด้วยล่ะคะ ในเมื่อตลอดสามปีที่ผ่านมา คุณเองต่างหากที่ไม่เคยมีตัวตนอยู่ในชีวิตของเราสองคนแม่ลูก ตั้งแต่วันที่คุณเซ็นใบหย่าอย่างไร้เยื่อใย ตั้งแต่วันที่คุณเหยียบย่ำศักดิ์ศรีของฉันแล้วโยนเงินไล่หลังให้ไปทำแท้ง... ตั้งแต่วันนั้น สำหรับลีโอแล้ว คุณก็เป็นแค่คนแปลกหน้ามาโดยตลอดค่ะ"
คำพูดทุกคำเปรียบเสมือนค้อนเหล็กที่ทุบลงกลางหน้าอกของคินน์ ภาพเหตุการณ์ในอดีตย้อนกลับมาหลอกหลอน วันที่เขาเย็นชา วันที่เขาไล่เธอออกจากบ้านโดยไม่ฟังคำอธิบาย วันที่เขาผลักไสผู้หญิงคนนี้ออกไปจากชีวิตอย่างไร้ความปรานี โดยไม่รู้เลยว่าเธอกำลังอุ้มท้องสายเลือดของเขาอยู่
หัวใจของคินน์บีบรัดเข้าหากันจนเจ็บปวดไปหมด ความหยิ่งยศและทิฐิที่เคยค้ำคอพังทลายลงไม่เป็นท่า เหลือเพียงความสำนึกผิดที่สายเกินกาลโถมเข้าใส่จนเขาแทบยืนไม่อยู่ เขายอมคุกเข่าลงตรงหน้าเธอ ปล่อยมือที่กุมข้อมือเธอไว้เปลี่ยนเป็นโอบกอดเรียวขาของเธอแน่น ใบหน้าคมคายซบลงกับหน้าท้องของหญิงสาวอย่างหมดฟอร์ม
"ริน... ฉันขอโทษ..." เสียงคินน์ขาดห้วง มีหยดน้ำตาอุ่นร้อนรินไหลออกมาจากดวงตาคู่คมเป็นครั้งแรกในรอบหลายปี ผู้ชายที่คุมอาณาจักรธุรกิจมูลค่าแสนล้าน ยอมทิ้งศักดิ์ศรีทั้งหมดที่มีเพื่อร้องขอความเมตตาจากผู้หญิงที่เขาเคยทอดทิ้ง "ฉันขอโทษ... ให้โอกาสฉันแก้ตัวเถอะนะ ให้ฉันได้ทำหน้าที่พ่อ ให้ฉันได้ชดใช้... ริน"
รินรดามองภาพผู้ชายที่เคยเย่อหยิ่งที่สุดในโลกกำลังคุกเข่าแทบเท้าเธอ หัวใจที่เคยด้านชากับความเจ็บปวดกลับไม่ได้รู้สึกสะใจอย่างที่ควรจะเป็น มันมีแต่ความว่างเปล่าและความเหนื่อยล้า เธอค่อยๆ ย่อตัวลง ใช้ปลายนิ้วเรียวเชยคางสากระคายที่มีไรหนวดขึ้นมาบังคับให้เขาเงยหน้าสบตาเธอ
ดวงตาของรินรดาราบเรียบสนิท ไร้ซึ่งประกายความรัก ความโกรธแค้น หรือแม้แต่ความอาลัยอาวรณ์
"คุณคิดจริงๆ เหรอคะคินน์ ว่าเวลาสามปีที่ฉันต้องอุ้มท้อง ดิ้นรนหาเงินเลี้ยงลูกตามลำพัง ถูกตราหน้าว่าเป็นผู้หญิงเลี้ยงเดี่ยวที่ไม่มีใครต้องการ... มันจะลบเลือนหายไปได้ด้วยคำว่า 'ขอโทษ' ของคุณเพียงแค่คำเดียว?"
เธอยกยิ้มเยาะอีกครั้ง ก่อนจะปัดมือของเขาออกอย่างไร้เยื่อใย แล้วลุกขึ้นยืนเต็มความสูง มองลงมาที่เขาด้วยสายตาที่ทำให้คินน์รู้สึกราวกับตัวเองเป็นแค่ฝุ่นผงใต้รองเท้า
"ความผิดพลาดที่คุณทำไว้ มันราคาแพงเกินกว่าที่คุณจะจ่ายไหวค่ะ และที่สำคัญที่สุด..." รินรดาเว้นจังหวะเล็กน้อย ดวงตาคู่สวยฉายแววเด็ดเดี่ยวจนน่ากลัว "ลีโอมีแค่แม่คนเดียว และเด็กคนนี้ไม่จำเป็นต้องมีพ่อที่ใจร้ายแบบคุณอีกต่อไป"
สิ้นคำพูดนั้น รินรดาก็หมุนตัวเดินผละออกจากห้องรับแขกทิ้งให้คินน์คุกเข่าอยู่ลำพังท่ามกลางความมืดมิดของความจริงที่ว่า เขาสูญเสียทุกอย่างไปหมดแล้วจริงๆ สูญเสียภรรยาที่รักเขา และสูญเสียสิทธิ์ในการเป็นพ่อของลูกชายแท้ๆ ของตัวเอง
ทว่า ในขณะที่คินน์กำลังจะจมดิ่งลงสู่ห้วงแห่งความสิ้นหวังนั้นเอง เสียงฝีเท้าหนักๆ พร้อมกับเสียงเคาะประตูกระจกบานใหญ่ด้านหลังห้องก็ดังขึ้น ขัดจังหวะความเจ็บปวดของเขา
ก๊อก ก๊อก ก๊อก!
คินน์ขมวดคิ้วอย่างหงุดหงิด เขากวาดน้ำตาลวกๆ บนใบหน้าแล้วหันไปมองต้นเสียงด้วยความระแวง ทว่าภาพที่สะท้อนผ่านกระจกใสบานใหญ่นั้น กลับทำให้หัวใจของเขาหยุดเต้นไปชั่วขณะ
ร่างสูงโปรดของชายแปลกหน้าในชุดสูทสีเข้มยืนอยู่เบื้องหลังกระจก ใบหน้าคมคายคุ้นตาที่เขาจำได้ดีว่าเป็นใคร พร้อมกับรอยยิ้มเยือกเย็นที่ส่งตรงมาถึงเขา และ... โทรศัพท์มือถือในมือของอีกฝ่ายที่กำลังชูหน้าจอผลตรวจ DNA ฉบับจริงขึ้นโชว์หราให้เขาเห็นอย่างชัดเจน!
"มิคายามวิกาล" ขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและอินไปกับความดิ่งลึกของตัวละครในตอนนี้นะคะ พบกันใหม่ตอนหน้าค่ะ
คุณพ่อครับ... แม่บอกว่าคุณเป็นแค่คนแปลกหน้า•ตอนที่ 9
คุณเป็นใคร?
ผลงานโดย มิคายามวิกาล
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (มิคายามวิกาล)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณพ่อครับ... แม่บอกว่าคุณเป็นแค่คนแปลกหน้า นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!