กลิ่นอายความเย็นเยียบจากเครื่องปรับอากาศภายในรถยนต์หรูราคาแปดหลักไม่ได้ช่วยให้แผงอกกว้างของคินน์เย็นลงเลยแม้แต่น้อย หัวใจของเขายังคงเต้นกระหน่ำรัวราดราวกับกลองศึก ประสาทสัมผัสทุกส่วนตื่นตัวถึงขีดสุดเมื่อภาพของรินรดา—อดีตภรรยาผู้เคยเป็นเงาจางๆ ในบ้านหลังใหญ่—ก้าวขาลงมาจากรถคันตรงข้ามด้วยท่าทีที่นิ่งสงบ ทว่าเฉียบคมและเปี่ยมไปด้วยอำนาจที่เขาไม่เคยล่วงรู้มาก่อนว่าเธอมี
เธอไม่ได้ก้มหน้าหนีเขาเหมือนวันวาน... เธอกล้าสบตา เขากล้าท้าทาย และเธอกลأกำลังทำให้เขา "ติดกับ" อย่างสมบูรณ์แบบ
"คุณลืมอะไรหรือเปล่าคะ... คุณคินน์"
เสียงหวานทุศกที่เคยสั่นเครือยามอยู่ต่อหน้าเขา บัดนี้กลับเรียบนิ่ง ราวกับสายน้ำลึกที่ซ่อนกระแสน้ำวนอันเชี่ยวกรากไว้เบื้องล่าง รินรดายืนอยู่ตรงนั้น ในชุดสูทเข้ารูปสีเพิร์ลเกรย์ขับเน้นสัดส่วนโค้งเว้าที่เคยเป็นของเขาคนเดียว ปลายนิ้วเรียวสวยแตะลงบนกระจกประตูรถฝั่งที่เขานั่งอยู่ราวกับผู้ล่ากำลังเคาะกรงของเหยื่อ
คินน์สูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อควบคุมความสั่นไหวในทรวงอก ร่างสูงก้าวลงจากรถ เผชิญหน้ากับเธอในระยะประชิด กลิ่นกายหอมกรุ่นของเธอยังคงวนเวียนอยู่ปลายจมูก กลิ่นอายเดิมที่คุ้นเคย แต่ทว่า... ความรู้สึกกลับพลิกคว่ำเป็นคนละโลก
"เธอต้องการอะไรกันแน่ รินรดา" เสียงทุ้มต่ำรอดไรฟันออกมาด้วยความเคืองขุ่น นัยน์ตาคมกริบจดจ้องมองใบหน้านวลเนียนที่เชิดขึ้นอย่างไม่เกรงกลัว "เล่นเกมอะไรอยู่... คิดว่าทำแบบนี้แล้วฉันจะสนใจเธออย่างนั้นเหรอ?"
รินรดาหัวเราะเบาๆ ในลำคอ เสียงหัวเราะที่เปี่ยมไปด้วยเยื่อใยที่ขาดสะบั้นและรอยแผลเป็นที่เขาเป็นคนฝากฝัง เธอย่างสามขุมเข้ามาใกล้จนแผ่นหลังของเขาเกือบชิดติดกับตัวรถ ความเย่อหยิ่งและถือดีของนักธุรกิจหนุ่มผู้ไม่เคยยอมก้มหัวให้ใคร กลับถูกแรงกดดันจากสตรีตรงหน้าตรึงไว้จนแทบขยับตัวไม่ได้
"สนใจฉันเหรอคะ?" รินรดาเอียงคอมองเล็กน้อย ดวงตากลมโตคู่สวยฉาบแววเย้ยหยันอย่างปิดไม่มิด "คุณเข้าใจผิดมหันต์แล้วล่ะค่ะคุณคินน์... คนอย่างคุณ ต่อให้คุกเข่าร้องขอความสนใจจากฉันตอนนี้ ฉันก็ยังรังเกียจที่จะมองเลยค่ะ"
เพล้ง!
ประโยคนั้นเปรียบเสมือนค้อนเหล็กที่ทุบลงกลางความเย่อหยิ่งของคินน์จนแหลกละเอียด ความโกรธเกรี้ยวพุ่งพล่านขึ้นมาถึงขีดสุดจนเส้นเลือดที่ขมับปูดโปน มือหนาคว้าหมับเข้าที่ต้นแขนเรียวของเธอทันที บีบแน่นด้วยแรงโทสะที่ถูกกระตุ้นจนควบคุมไม่ได้
"ปากดีนักนะ! ลืมไปแล้วหรือไงว่าเธอเคยเป็นใคร เคยอ้อนวอนขอความเมตตาจากฉันยังไง!" คินน์กระซิบเสียงลอดไรฟัน ใบหน้าหล่อเหลาโน้มลงไปใกล้จนริมฝีปากเกือบจะแนบชิดกับแก้มเนียน ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดผิวเนื้อจนรินรดาสั่นสะท้านเล็กน้อย—ไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เป็นเพราะคลื่นอารมณ์บางอย่างที่พยายามซ่อนไว้
รินรดาไม่ดิ้นรน เธอปล่อยให้เขาบีบเคล้นจนเนื้อตัวขึ้นรอยแดง เธอกลับยกมืออีกข้างขึ้นแตะที่ปกเสื้อสูทราคาแพงของเขา ปลายนิ้วกรีดกรายแผ่วเบาอย่างยั่วยวน ก่อนจะออกแรงกระชากเข้าหาตัวอย่างไม่เกรงใจ จนแผงอกของทั้งคู่แนบชิดสนิทกัน
"จำได้สิคะ... จำได้แม่นเลยล่ะว่าผู้ชายใจร้ายคนนี้เคยเหยียบย่ำศักดิ์ศรีของฉันป่นปี้แค่ไหน" เสียงกระซิบของเธอพร่าสั่นและแหบพร่าลงเล็กน้อย นัยน์ตาสั่นไหวด้วยประกายไฟแห่งความปรารถนาอันมืดดำที่ซ่อนเร้น "แต่จำไว้นะคะคุณคินน์... ผู้หญิงที่ยอมให้คุณย่ำยีในวันนั้น ได้ตายไปตั้งแต่วินาทีที่คุณเซ็นใบหย่าให้ฉันแล้วค่ะ"
รสสัมผัสจากความโกรธเกรี้ยวเปลี่ยนผ่านเป็นความวาบหวามในเสี้ยววินาที คินน์ก้มลงประกบเรียวปากหยักลึกบดขยี้ริมฝีปากอิ่มของเธอทันทีอย่างไร้ความปรานี เป็นการจูบที่เปี่ยมไปด้วยแรงแค้น ความโหยหา และความต้องการที่จะครอบครองเธอกลับคืนมาให้อยู่ใต้รณรงค์ของเขาอีกครั้ง
รินรดาสูดลมหายใจเฮือกใหญ่ก่อนจะตอบรับสัมผัสร้อนแรงนั้นอย่างไม่ยอมแพ้ ลิ้นร้อนเกี่ยวพันตวัดเกลียวความเร่าร้อนท่ามกลางบรรยากาศที่อัดแน่นไปด้วยแรงปรารถนาอันบิดเบี้ยว ร่างบางถูกดันจนแผ่นหลังแนบติดกับประตูรถ มือหนาของคินน์สอดเข้าไปใต้เสื้อสูท ลูบไล้ผิวเนื้อเนียนนุ่มที่ร้อนผ่าวตามอารมณ์ที่พุ่งพล่าน ความหอมหวานจากเรือนร่างของเธอทำให้สติที่เหลืออยู่ของเขาขาดผึ่ง เขาต้องการเธอ... ต้องการลบเลือนทุกหยดน้ำตาและร่องรอยความเย็นชา ด้วยบทรักที่ร้อนแรงและดุดันเพื่อประกาศความเป็นเจ้า
ทว่า... ในจังหวะที่มือเรียวของเธอสอดขยุ่มเส้นผมหนาของเขา ดึงรั้งให้ริมฝีปากยิ่งแนบแน่นและลึกซึ้งยิ่งขึ้น สติอันน้อยนิดของรินรดากลับดึงเธอกลับสู่ความจริง เสียงฝีเท้าเล็กๆ และเสียงหัวใสที่คุ้นเคยก็ดังแทรกเข้ามาในโสตประสาท
"คุณแม่คะ! น้องลีโอหิวน้ำ..."
ร่างสูงของคินน์แข็งทื่อทันที ริมฝีปากที่กำลังบดเคล้าอยู่กับกลีบปากนุ่มชะงักกึก เลือดในกายเย็นเฉียบลงในพริบตาเมื่อได้ยินคำว่า "น้องลีโอ" และเสียงเด็กน้อยที่วิ่งใกล้เข้ามาเรื่อยๆ
รินรดาผลקอกเขาออกสุดแรง นัยน์ตาสีรัตติกาลฉายแววท้าทายเปี่ยมชัยชนะ เธอยกมือขึ้นเช็ดริมฝีปากที่บวมเจ่อเล็กน้อยด้วยรอยยิ้มเยียบเย็น
คินน์หันขวับไปมองตามเสียงนั้น ร่างสูงก้าวถอยหลังหนึ่งก้าวราวกับถูกมนต์สะกด เมื่อสายตาคมกริบปะทะเข้ากับร่างป้อมกลมของเด็กชายวัยสามขวบที่วิ่งเตาะแตะเข้ามาหาอดีตภรรยาของเขา ดวงตากลมโต จมูกรั้น และโดยเฉพาะร่องรอยความดื้อรั้นบนใบหน้านั้น... มันถอดแบบมาจากกระจกเงาของตัวเขาเองไม่มีผิดเพี้ยน!
ความจริงที่ถูกปิดตายกำลังสั่นคลอน และโลกทั้งใบของคินน์ก็พังทลายลงในวินาทีนั้นเอง
"คุณพ่อ... ทำไมผู้ชายคนนี้ถึงหน้าตาเหมือนคุณแม่จังเลยล่ะครับ?"
...
ขอบคุณที่ติดตามและร่วมดำดิ่งไปกับความสัมพันธ์อันแสนร้าวรานนี้ด้วยกันนะคะ
คุณพ่อครับ... แม่บอกว่าคุณเป็นแค่คนแปลกหน้า•ตอนที่ 8
ความจริงที่เริ่มสั่นคลอน
ผลงานโดย มิคายามวิกาล
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (มิคายามวิกาล)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณพ่อครับ... แม่บอกว่าคุณเป็นแค่คนแปลกหน้า นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!