คุณพ่อครับ... แม่บอกว่าคุณเป็นแค่คนแปลกหน้า•ตอนที่ 12

อย่ามายุ่งกับลูกฉัน

ผลงานโดย มิคายามวิกาล
"คุณไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะเอ่ยชื่อแกค่ะ... คุณคินน์" เสียงของรินรดาไม่ได้สั่นเครือเหมือนในอดีตที่ผ่านมา มันราบเรียบ ทว่าหนักแน่นราวกับค้อนเหล็กที่ตอกลงบนลิ่มสลัก สะท้อนก้องอยู่ในห้องรับรองแคบๆ ของโรงเรียนอนุบาลเอกชนชื่อดัง แรงปะทะทางอารมณ์ระหว่างคนทั้งสองพุ่งสูงจนแทบจะเผาไหม้อากาศรอบกายให้มอดไหม้ คินน์ ธนดล ชายหนุ่มผู้เคยควบคุมทิศทางลมหายใจของคนทั้งบริษัทด้วยปลายนิ้ว บัดนี้กลับยืนนิ่งสนิท ดวงตาคมกราบจดจ้องมองใบหน้าของอดีตภรรยาที่เขาเคยทอดทิ้งไว้อย่างไม่ใยดี ภาพของรินรดาในอดีตผู้ยินยอมก้มหัวรับทุกหยดน้ำตาที่เขาหยาดรดลงมา ได้มลายหายไปจนสิ้น เหลือเพียงหญิงสาวแววตากร้าวแกร่ง ที่ยืนกางแขนปกป้องเด็กชายตัวน้อยวัยสามขวบไว้เบื้องหลังอย่างสุดชีวิต "ริน... เธอรู้ไหมว่าเธอกำลังพูดอะไรอยู่" คินน์เค้นเสียงลอดไรฟัน ความเย่อหยิ่งที่ติดตัวมานานนับปีสั่นคลอนด้วยความรู้สึกแปลกประหลาดบางอย่างที่เขาไม่เคยนิยามมันมาก่อน "เด็กคนนั้น... เขามีใบหน้าครึ่งหนึ่งที่ถอดแบบมาจากฉัน หน้าตา ท่าทาง หรือแม้แต่ไฝเม็ดเล็กที่หางตาขวา... เธอจะบอกว่าเขาเป็นลูกของคนอื่นอย่างนั้นเหรอ?" "จะเป็นลูกใคร มันก็เรื่องของฉันค่ะ!" รินรดาตอกกลับทันควัน ดวงตาคู่สวยแดงก่ำด้วยไฟโทสะที่ถูกจุดขึ้นมาเผาผลาญความอดทนตลอดสามปีที่ผ่านมา "วันที่คุณไล่ฉันออกจากบ้านอย่างไร้เยื่อใย วันที่คุณเซ็นใบหย่าแล้วโยกย้ายทรัพย์สินทุกบาททุกสตางค์เพื่อไม่ให้ฉันได้รับอะไรติดมือ... คุณเคยถามสักคำไหมว่าฉันท้องอยู่หรือเปล่า? คุณเคยหันกลับมามองผู้หญิงที่คุณเรียกว่าภรรยาด้วยซ้ำรึยัง?!" ประโยคคำถามนั้นทำเอาคินน์ชะงักไป เขากลืนก้อนสะอื้นที่จุกแน่นขึ้นมาในลำคอลงไปอย่างยากลำบาก ภาพอดีตย้อนกลับมาหลอกหลอน ในคืนที่เขาตวัดปลายปากกาเซ็นชื่อลงบนกระดาษหย่าอย่างไร้เยื่อใย เขามองรินรดาเป็นเพียงเครื่องประดับราคาถูกที่หมดอายุการใช้งาน เป็นความผิดพลาดในชีวิตสมรสทางธุรกิจที่มารดาของเขาเป็นคนจัดฉากขึ้นมา เขาไม่เคยสนใจ ไม่เคยใส่ใจ และไม่เคยคาดคิดเลยแม้แต่น้อยว่า ในครรภ์ของภรรยาที่ถูกขับไลไสส่งผู้นั้น จะมีเลือดเนื้อเชื้อไขของเขาเติบโตขึ้นมาอย่างโดดเดี่ยว "ฉันขอโทษ..." เสียงของคินน์แผ่วเบาลงอย่างไม่น่าเชื่อ มันเป็นคำที่ผู้ชายอย่างเขาไม่เคยปริปากพูดกับใครมาก่อนในชีวิต "วันนั้น... ฉันมันบ้าเอง ริน... ให้โอกาสฉันได้ทำหน้าที่พ่อ ได้ชดเชยเวลาสามปีที่ผ่านมา" "ชดเชย?" รินรดาแค่นหัวเราะออกมา เสียงหัวเราะที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวดและสมเพชเวทนา "คุณเอาอะไรมาพูดคะคุณคินน์? เวลาสามปีที่ลูกไข้ขึ้นสูงจนฉันต้องกอดแกไว้แล้วร้องไห้คนเดียวตอนตีสาม คุณอยู่ที่ไหน? เวลาที่ฉันไม่มีเงินแม้แต่จะซื้อนมกล่องเดียวให้ลูกกินเพราะคุณอายัดบัญชีทุกอย่าง คุณกำลังควงผู้หญิงคนอื่นไปดินเนอร์หรูบนตึกสูงไม่ใช่เหรอคะ? ตอนนั้น... คุณไม่เคยสนใจว่าเด็กคนนี้จะมีชีวิตรอดมาถึงวันนี้ได้ยังไงด้วยซ้ำ!" เบื้องหลังขาเรียวเล็กของรินรดา น้องลีโอเด็กชายตัวน้อยกะพริบตาปริบๆ ด้วยความตื่นกลัว มือป้อมๆ กำชายกระโปรงของมารดาแน่น ดวงตากลมโตสีนิลคู่ความหวาดหวั่นมองชายแปลกหน้าที่กำลังยืนคุยกับแม่ด้วยท่าทีดุดัน เด็กน้อยไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น รู้เพียงแต่ว่าผู้ชายคนนี้ทำให้แม่ของเขามีน้ำตาคลอเบ้า และนั่นคือสิ่งที่น้องลีโอนึกเกลียดเป็นที่สุด "คุณแม่ขา... คนนี้ใครเหรอฮะ ทำไมดุจัง..." เสียงเล็กๆ เอ่ยถามพร้อมกับซบใบหน้าลงกับสะโพกของมารดา รินรดารีบย่อกายลงโอบกอดลูกชายเข้าสู่อ้อมอกทันที ฝ่ามือบางลูบกลุ่มผมนุ่มนิ่มของแกเบาๆ เพื่อปลอบประโลมความหวาดกลัว ภาพความแนบชิดและสายตาที่รินรดามอบให้เด็กน้อย เต็มไปด้วยความรักความอบอุ่นบริสุทธิ์ เป็นความรักที่คินน์ไม่เคยได้รับจากใคร แม้กระทั่งจากมารดาแท้ๆ ของตนเอง ความอิจฉาริษยาและกระแสความโหยหาบางอย่างตีรวนขึ้นมาในอกจนปวดหนึบ เขาก้าวเท้าเข้าไปใกล้สองแม่ลูกอีกก้าวหนึ่งอย่างลืมตัว "ลีโอ... มาหาคุณพ่อนะลูก..." คินน์ย่อตัวลงระดับเดียวกัน ส่งเสียงนุ่มนวลที่สุดเท่าที่ชีวิตนี้จะทำได้ มือหนาเอื้อมออกไปข้างหน้า หวังจะสัมผัสแก้มเนียนนุ่มของเด็กน้อยที่หน้าตาเหมือนเขาราวกับแกะ "อย่าเข้ามานะ!" รินรดาตวัดสายตาดุร้ายใส่เขา มือบางปัดมือของคินน์ออกอย่างไม่ไว้หน้า "ฉันบอกแล้วไงคะว่าอย่ามายุ่งกับลูกฉัน! แกไม่มีพ่อ และพ่อของแกก็ตายไปจากใจฉันตั้งแต่วันที่เราหย่ากันแล้วค่ะคุณคินน์!" "รินรดา! อย่าใจร้ายนักเลยนะ ลูกก็คือลูกของฉัน สายเลือดของธนดลจะปล่อยให้เติบโตมาโดยไม่มีพ่อไม่ได้!" คินน์เริ่มใช้น้ำเสียงดุดันกดดันตามนิสัยเดิมที่แก้ไม่หาย เมื่อความอดทนของเขาเริ่มหมดลงเช่นกัน "สายเลือดของคุณเหรอ? หึ..." รินรดายิ้มหยัน หยาดน้ำตาที่คลอหน่วยอยู่เอ่อล้นไหลอาบแก้มเนียน แต่แววตากลับแข็งกร้าวเด็ดเดี่ยว "ตอนที่แกไม่มีข้าวกิน คุณเคยถามหา 'สายเลือด' ของคุณไหมคะ? ตอนที่แกนอนซมเพราะพิษไข้ คุณเคยสนใจไหมว่าสายเลือดของคุณจะรอดหรือตาย? อย่าเอาคำว่าพ่อมาอ้างเพื่อสนองความเห็นแก่ตัวของคุณเลยค่ะคุณคินน์ เพราะสำหรับน้องลีโอแล้ว คุณเป็นได้แค่ 'คนแปลกหน้า' ที่บังเอิญเดินผ่านมาทำร้ายเราแค่นั้นเอง!" คำพูดทิ่มแทงใจดำนั้นเฉือนลึกเข้าไปในความรู้สึกของคินน์ราวกับมีดโกน เขาชาวาบไปทั้งร่าง ไม่อาจหาคำพูดใดมาแก้ต่างให้กับความโหดร้ายในอดีตของตนเองได้เลย ทุกอย่างที่รินรดาพูดคือความจริง—ความจริงอันน่ารังเกียจที่เขาก่อขึ้นด้วยมือของตนเอง ในขณะที่บรรยากาศกำลังตึงเครียดถึงขีดสุด เสียงโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อสูทของคินน์ก็แผדเสียงดังขึ้นทำลายความเงียบ เขาก้มลงมองหน้าจอแวบหนึ่งด้วยความหงุดหงิด ตั้งใจจะกดตัดสายทิ้ง แต่เมื่อเห็นชื่อของปลายสาย ท่าทีของเขาก็ต้องชะงักงัน "ว่าไงแม่..." คินน์กรอกเสียงลงไป น้ำเสียงยังคงเจือไปด้วยความกระด้าง "คินน์ อยู่ไหนลูก ทำไมป่านนี้ยังไม่กลับเข้าบริษัท?" ปลายสายคือคุณหญิงมณีรัตน์ มารดาผู้ทรงอิทธิพลของเขา "แล้วเรื่องเอกสารรับรองบุตรที่แกให้ทางทนายความเช็ค... มันเรื่องอะไรกัน? แกไปได้ยินข่าวลือไร้สาระมาจากไหนว่ายัยเด็กบ้านนอกคนนั้นมีลูกติด? รีบกลับมาเคลียร์ที่บ้านเดี๋ยวนี้ แม่มีเรื่องสำคัญกว่านั้นต้องคุยกับแก... เรื่องผลตรวจ DNA ที่เพิ่งส่งตรงมาจากโรงพยาบาล... ยัยรินรดามันแอบซ่อนทายาทตระกูลเราไว้จริงใช่ไหม?!" คินน์ชะوکค้าง ดวงตาคมกริบเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยด้วยความตกใจ เขากวาดสายตากลับมามองรินรดาที่กำลังอุ้มเด็กชายหันหลังเตรียมเดินหนี ทว่าก่อนที่เขาจะทันได้เอ่ยปากตอบมารดา รินรดากลับหยุดเดินแล้วหันกลับมาสบตาเขาด้วยรอยยิ้มเยือกเย็นที่ทำให้สันหลังของเขาสั่นเยือก รินรดารู้... เธอล่วงรู้ทุกอย่างมาตลอด และกำลังรอเวลาที่จะกระชากหน้ากากคนตระกูลธนดลให้ร่วงหล่นลงมาแทบเท้าของเธอ ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและดำดิ่งไปกับความรู้สึกอันแสนเจ็บปวดและเร่าร้อนนี้ด้วยกันนะคะ
สารจากนักเขียน (มิคายามวิกาล)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณพ่อครับ... แม่บอกว่าคุณเป็นแค่คนแปลกหน้า นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%