คุณพ่อครับ... แม่บอกว่าคุณเป็นแค่คนแปลกหน้า•ตอนที่ 13

พิสูจน์ DNA

ผลงานโดย มิคายามวิกาล
"คุณไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะแตะต้องตัวลูกฉัน คินน์... สิ่งที่คุณควรทำในตอนนี้คือการไสหัวออกไปให้พ้นจากชีวิตของเราสองคน" น้ำเสียงของรินรดาราียบเรียบ ทว่าเฉียบคมราวกับใบมีดที่กรีดลงบนกลางใจของคินน์ ธนดล ในวินาทีที่ความเงียบงันภายในห้องพักสี่เหลี่ยมแคบๆ นี้ถูกทำลายลงด้วยประโยคประกาศิตจากอดีตภรรยา แววตาของหญิงสาวไม่ได้มีความหวาดกลัวหลงเหลืออยู่อีกต่อไป มีเพียงความแข็งกร้าว เย็นชา และกำแพงหนาเตอะที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อปกป้องสิ่งล้ำค่าที่สุดในชีวิตของเธอ—น้องลีโอ เด็กชายวัยสามขวบผู้กำลังนอนหลับพริ้มอยู่บนเตียงนอนขนาดเล็ก คินน์ยืนนิ่งสนิท ร่างสูงสง่าในชุดสูทราคาแพงระยับดูขัดแย้งกับบรรยากาศอันแสนมอมแมมและคับแคบของห้องพักแห่งนี้อย่างสิ้นเชิง หัวใจของเขาเต้นกระหน่ำรัวด้วยแรงปะทะทางอารมณ์ที่อธิบายไม่ถูก ภาพของเด็กชายตัวน้อยที่มีดวงตากลมโตและสันจมูกโด่งรั้นราวกับถอดแบบมาจากกระจกเงา สะท้อนอยู่ในห้วงความคิดของเขาซ้ำแล้วซ้ำเล่าตลอดหลายวันที่ผ่านมา มันไม่ใช่แค่ความบังเอิญ... ไม่มีทางที่ความบังเอิญจะสร้างสิ่งมหัศจรรย์ที่หน้าตาถอดพิมพ์ทรงเดียวกับเขาได้มากขนาดนี้ "ริน..." คินน์เอ่ยชื่อนั้นด้วยน้ำเสียงที่แหบพร่า สติสัมปชัญญะของนักธุรกิจหนุ่มผู้เคยควบคุมทุกสิ่งบนโลกใบนี้กำลังพังทลายลงทีละน้อยเมื่ออยู่ต่อหน้าเธอ "ผมแค่อยากรู้ความจริง... คุณไม่มีสิทธิ์โกหกผมเรื่องสายเลือด เรื่องที่เด็กคนนี้คือลูกของผม" "ความจริงงั้นเหรอคะ?" รินรดาแค่นหัวเราะออกมาเบาๆ เสียงหัวเราะที่เต็มไปด้วยหยาดหยดแห่งความเจ็บช้ำระคนสมเพช "วันที่ฉันอุ้มท้องเขาด้วยความยากลำบาก วันที่ฉันต้องกราบกรานขอร้องคุณให้อยู่ฟังคำอธิบายจากฉัน... คุณเลือกที่จะเหยียบย่ำฉันลงกับพื้นแล้วบอกว่าเด็กคนนี้ไม่ใช่ลูกของคุณ คุณบอกว่าฉันมันก็แค่ผู้หญิงสำส่อนที่หวังจะเกาะคุณกิน แล้ววันนี้คุณยังมีหน้ามาทวงสิทธิ์ความเป็นพ่อเนี่ยนะคะ? น่าขำสิ้นดีค่ะคุณคินน์" คำพูดเหล่านั้นกรีดแทงหัวใจของคินน์จนชาดิ่ง เขารู้ดีว่าตนเองคือคนที่ทำลายทุกอย่างด้วยมือคู่เดิม ความเย่อหยิ่งและทิฐิอันโง่เขลาในอดีตทำให้เขาผลักไสผู้หญิงคนนี้ออกไปจากชีวิตอย่างไร้เยื่อใย และตอนนี้... กรรมตามสนองกำลังเล่นงานเขาอย่างสาสม ร่างสูงก้าวเท้าเข้าไปใกล้เธอทีละก้าวอย่างคุกคาม แต่รินรดากลับไม่มีทีท่าถอยหนี เธอยืนหยัดเผชิญหน้ากับเขาด้วยแววตาที่พร้อมจะแหลกสลายไปพร้อมกัน "ต่อให้คุณจะเกลียดผมแค่ไหน แต่ถ้าเด็กคนนั้นมีสายเลือดของผมไหลเวียนอยู่..." คินน์กดเสียงต่ำลง ดวงตาคมกริบจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเธอ "ผมไม่มีวันปล่อยให้ลูกของผมต้องมาลำบากอยู่ในที่แบบนี้... และผมจะพิสูจน์ให้ได้ว่าร่องรอยแห่งสายเลือดนี้มันปฏิเสธไม่ได้" ในจังหวะที่ความตึงเครียดพุ่งทะยานจนถึงขีดสุด รินรดาเบี่ยงตัวหลบด้วยความรวดเร็วเมื่อลูกน้อยบนเตียงส่งเสียงครางฮือเบาๆ เหมือนจะตื่นจากนภวังค์ ความหวาดกลัวที่จะเห็นลูกชายตื่นมาพบกับความวุ่นวายทำให้เธอรีบออกคำสั่งเฉียบขาด "ออกไปซะ! ก่อนที่ฉันจะแจ้งความข้อหาบุกรุก!" คินน์ขบกรามแน่นจนสันนูนขึ้นเป็นริ้ว เขาจำต้องถอยหลังออกมาก่อนที่สถานการณ์จะบานปลายไปมากกว่านี้ สายตาคมปลาบกวาดมองไปรอบห้องเป็นครั้งสุดท้ายก่อนจะหมุนตัวเดินจากไป ทว่า... ในวินาทีที่เขาเอื้อมมือผลักประตูห้องออกไปนั้น ไม่มีใครล่วงรู้เลยว่า แผนการที่เงียบงันและเด็ดขาดได้ถูกขับเคลื่อนขึ้นแล้ว ลับหลังร่างสูงที่ก้าวออกไป รินรดาทรุดตัวลงนั่งพิงกับขอบเตียงอย่างหมดแรง หยาดน้ำตาที่กลั้นไว้ไหลทะลักออกมาอย่างเงียบเชียบ เธอรู้ดีว่าการปะทะคารมเมื่อครู่เป็นเพียงแค่จุดเริ่มต้น คินน์ ธนดล ไม่มีวันยอมแพ้อะไรง่ายๆ โดยเฉพาะเรื่องที่เกี่ยวกับศักดิ์ศรีและความเป็นสายเลือดของตระกูลใหญ่ ทว่าสิ่งที่เธอยังไม่รู้ก็คือ ความลับที่เธอพยายามปกป้องด้วยชีวิต กำลังจะถูกกระชากหน้ากากออกในอีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้า ภายในรถยนต์หรูหราที่จอดลับตาคนอยู่ท้ายซอย คินน์ไม่ได้ขับรถออกไปทันทีตามที่รินรดาคาดคิด ชายหนุ่มนั่งนิ่งอยู่หลังพวงมาลัย ลมหายใจเข้าออกลึกยาวเพื่อระงับความเร่าร้อนและสับสนที่ตีรวนอยู่ในอก ฝ่ามือหนากำแน่นเข้าหากันก่อนจะหยิบวัตถุชิ้นเล็กๆ ออกมาจากกระเป๋าเสื้อสูทด้านใน—เส้นผมสีดำสนิท เส้นเล็กละเอียดนุ่มมือที่เขาฉวยจังหวะเอื้อมมือไปหยิบติดมือมาตอนที่โน้มตัวลงไปจัดหมอนให้น้องลีโอขณะที่เด็กน้อยกำลังหลับสนิท แสงไฟสลัวจากแผงหน้าปัดรถสาดกระทบลงบนเส้นผมเส้นนั้น คินน์มองมันด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย ทั้งความหวาดหวั่น ความอยากรู้ และแรงปรารถนาอันแรงกล้าที่จะเหนี่ยวรั้งความรับผิดชอบที่เขาเคยปฏิเสธมันอย่างไร้เยื่อใย "นายท่านครับ ทุกอย่างเตรียมพร้อมแล้วครับ" เสียงทุ้มต่ำของบอดี้ดังมือหนึ่งดังขึ้นจากปลายสายโทรศัพท์ที่เขาต่อตรงถึงห้องแล็บพันธุศาสตร์ส่วนตัว "จัดการให้เร็วที่สุด ฉันต้องการผลตรวจแบบด่วนที่สุดภายในคืนนี้ ห้ามผิดพลาดเด็ดขาด" คินน์สั่งการด้วยน้ำเสียงเฉียบขาด เด็ดเดี่ยว และเต็มไปด้วยอำนาจที่ไม่อาจปฏิเสธได้ ความเงียบงันเข้าปกคลุมภายในห้องโดยสารอีกครั้ง คินน์หลับตาลงช้าๆ ปล่อยให้ภาพใบหน้าของเด็กชายตัวน้อยลอยวนเวียนอยู่ในห้วงความคิด ความรู้สึกผิดที่กัดกินหัวใจผสานเข้ากับความเร่าร้อนของแรงขับ3ทางอารมณ์ที่ถูกปลุกเร้า ทุกสัมผัส ทุกกลิ่นกาย และทุกร่องรอยแห่งความเจ็บปวดในอดีตกำลังย้อนกลับมาลงทัณฑ์เขาอย่างสาสม เวลาผ่านไปอย่างเชื่องช้า ท่ามกลางความกดดันที่บีบคั้นหัวใจจนแทบหยุดเต้น จนกระทั่งเสียงแจ้งเตือนข้อความจากสมาร์ทโฟนราคาแพงดังขึ้นทำลายความเงียบ หัวใจของนักธุรกิจผู้ไม่เคยเกรงกลัวสิ่งใดกลับกระตุกวูบไหวอย่างรุนแรง ฝ่ามือหนาสั่นเทาเล็กน้อยขณะที่หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเปิดดูไฟล์เอกสารลับที่ถูกส่งตรงมาจากห้องปฏิบัติการทางการแพทย์ ดวงตาคมกริบกวาดสายตาอ่านบรรทัดสุดท้ายของผลตรวจ DNA อย่างรวดเร็ว... และในเสี้ยววินาทีนั้นเอง ลมหายใจของคินน์ก็แทบจะขาดห้วงลงเมื่อตัวเลขเปอร์เซ็นต์ความสัมพันธ์ทางสายเลือดปรากฏเด่นชัดอยู่ตรงหน้า พร้อมกับความจริงอันน่าตกใจที่พลิกผันทุกอย่างไปตลอดกาล! ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและดำดิ่งไปกับความรู้สึกอันแสนเจ็บปวดและเร่าร้อนนี้ด้วยกันนะคะ
สารจากนักเขียน (มิคายามวิกาล)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณพ่อครับ... แม่บอกว่าคุณเป็นแค่คนแปลกหน้า นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%
พิสูจน์ DNA — คุณพ่อครับ... แม่บอกว่าคุณเป็นแค่คนแปลกหน้า | yayni