กลิ่นกระดาษเนื้อดีและหมึกพิมพ์ราคาแพงไม่เคยมีค่าพอที่จะซื้อความสงบสุขในใจของรินรดาได้เลยสักนิด ปลายนิ้วเรียวที่สั่นเทาเล็กน้อยกำลังกำซองเอกสารสีน้ำตาลในมือแน่นเสียจนกระดาษยับยู่ยี่ ภายในนั้นบรรจุความจริงอันทรงพลังที่สามารถพังทลายกำแพงทิฐิอันสูง
ชันของใครบางคนลงได้ในพริบตาเดียว
“คุณแม่ขา… ปวดฉี่จังเลยครับ”
เสียงใสแจ๋วของเด็กชายวัยสามขวบดังขึ้นทำลายความเงียบงันในห้องรับรองพิเศษ รินรดาสะดุ้งเล็กน้อย เธอรีบซ่อนซองเอกสารมรณะนั้นลงในกระเป๋าถือใบใหญ่ ก่อนจะหันไปยิ้มให้ดวงตากลมโตที่กำลังมองมาด้วยความออดอ้อม
ความรัก ความผูกพัน และรอยยิ้มบริสุทธิ์ของลูกชายคนนี้คือเกราะป้องกันเดียวที่ทำให้เธอยืนหยัดอยู่ได้ท่ามกลางพายุร้ายในอดีต รินรดาย่อตัวลงใช้มือเรียวปัดปอยผมที่ปรกลานกว้างของเด็กน้อยออกอย่างทะนุถนอม หัวใจของคนเป็นแม่พองโตและเจ็บแปลบในเวลาเดียวกันเมื่อนึกถึงว่า หากความลับในซองกระดาษนั้นหลุดรอดออกไป ชีวิตที่สงบสุขของพวกเขาสองแม่ลูกอาจไม่มีวันเหมือนเดิมอีกต่อไป
“ไปค่ะ เดี๋ยวคุณแม่พาไปห้องน้ำนะคะ คนเก่งอดทนอีกนิดเดียวนะคะ” เสียงหวานเอ่ยบอกด้วยความอ่อนโยน หยาดน้ำตาแห่งความตื้นตันเอ่อคลอขึ้นมาในหน่วยตาโดยไม่รู้ตัว เมื่อเธอเหลือบไปเห็นรอยยิ้มที่มีโครงหน้าและมุมปากถอดแบบมาจากผู้ชายคนนั้นราวกับพิมพ์เดียวกัน—คินน์ ธนดล
ตลอดสามปีที่ผ่านมา เธอแบกรับคำครหา ความโดดเดี่ยว และความหวาดกลัวไว้เพียงลำพัง วันที่เขาผลักไสไล่ส่งเธอออกจากชีวิตอย่างไร้เยื่อใย วันที่เธอกรีดร้องแทบขาดใจในโรงพยาบาลโดยไม่มีแม้แต่เงาของสามีผู้เย่อหยิ่ง ทุกหยดน้ำตาถูกกลั่นกรองให้กลายเป็นความเข้มแข็ง เพื่อปกป้องเด็กชายตัวน้อยคนนี้จากโลกที่โหดร้าย
แต่ทว่า… โชคชะตากลับเล่นตลก เมื่อคนจองหองคนนั้นดันก้าวกลับเข้ามาในชีวิต พร้อมกับความสงสัยและการตามล่าหาความจริงที่เธอพยายามหลบ
ลี้มาตลอด
ขณะที่รินรดากำลังพาingน้องลีโอกลับออกมาจากห้องน้ำ สายตาเจ้ากรรมก็ต้องปะทะเข้ากับร่างสูงสง่าของใครบางคนที่ยืนพิงผนังทางเดินอยู่ก่อนแล้ว ร่างของคินน์ ธนดล แข็งค้างไปทันที ดวงตาคมกราบกวาดมองเด็กชายตัวน้อยที่กำลังเกาะชายเสื้อผ้าของอดีตภรรยาแน่น ใบหน้าของชายหนุ่มซีดเผือดลงอย่างเห็นได้ชัด ลมหายใจสะดุดกักขณะที่สมองกำลังประมวลผลภาพตรงหน้า
เด็กผู้ชายคนนี้… อายุสามขวบ
และใบหน้านี้… มันคือกระจกเงาของเขาในวัยเด็กไม่มีผิดเพี้ยน
คินน์ก้าวเข้ามาประชิดตัวพวกเขาทั้งสองคนอย่างรวดเร็วราวกับเสือชีตาห์ที่พบเหยื่อ แววตาที่เคยเย่อหยิ่งและเย็นชาบัดนี้เต็มไปด้วยความสับสนระคนตกตะลึงจนปิดไม่มิด มือหนายื่นออกไปราวกับจะเอื้อมมาสัมผัสแก้วใสของเด็กน้อย แต่รินรดากลับก้าวเท้าถอยหลังหนึ่งก้าวเพื่อปกป้องลูกชายไว้ทันที สัญชาตญาณของแม่พุ่งพล่าน ร่างกายของเธอสั่นเทาด้วยความโกรธเกรี้ยวและหวาดระแวงในคราเดียวกัน
“คุณต้องการอะไรอีกคะ คินน์” รินรดาเค้นเสียงถามลอดไรฟัน ดวงตากลมโตจ้องมองอดีตสามีอย่างไร้ความหวาดกลัว แม้หัวใจจะเต้นระรัวจนแทบกระเด็นออกมานอกอก
“ริน… เด็กคนนี้…” คินน์ไม่อาจเอ่ยคำพูดออกมาจนจบประโยคได้ เสียงของเขาแหบพร่าและสั่นเครืออย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน สายตาคมกริบกวาดมองไปที่น้องลีโอสลับกับใบหน้าซีดเผือดของอดีตภรรยา “เขา… คือลูกของเราใช่ไหม”
ความเงียบเข้าปกคลุมพื้นที่รอบตัวชั่วขณะ ราวกับเข็มนาฬิกาทุกเรือนหยุดเดิน รินรดากัดริมฝีปากแน่นจนห่อเลือด ความลับที่เธออด
ทนปกปิดมาตลอดสามปี บัดนี้กำลังจะถูกเปิดเผยต่อหน้าเจ้าของสายเลือดที่เคยปฏิเสธความรับผิดชอบอย่างไม่ใยดี
ทว่า ในจังหวะที่หัวใจของรินรดากำลังจะหล่นวูบลงไปที่ตาตุ่ม เสียงโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อสูทของคินน์ก็แผדเสียงดังขึ้นทำลายบรรยากาศอันตึงเครียด ชายหนุ่มขมวดคิ้วอย่างหงุดหงิดและปัดสายทิ้งทันทีโดยไม่สนใจจะมองหน้าจอ แต่ทว่าข้อความแจ้งเตือนที่เด้งขึ้นมาบนหน้าจอสมาร์ทโฟนของเขา ซึ่งวางค้างอยู่บนฝ่ามือพอดี กลับทำให้ลมหายใจของคินน์หยุดชะงักไปชั่ววินาที
มันเป็นภาพถ่ายหน้าจอรายงานผลตรวจ DNA จากห้องปฏิบัติการชื่อดัง พร้อมกับตัวเลขเปอร์เซ็นต์ที่ปรากฏหราอยู่เบื้องหน้า—*ความน่าจะเป็น 99.9%*
และบุคคลที่ส่งข้อความนี้เข้ามาหาเขา… คือเลขานุการส่วนตัวผู้แอบไปเก็บตัวอย่างเส้นผมของน้องลีโอมาจากโรงเรียนอนุบาลตามคำสั่งลับของเขาเอง!
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและดำดิ่งไปกับความรู้สึกอันแสนเจ็บปวดและเร่าร้อนนี้ด้วยกันนะคะ
คุณพ่อครับ... แม่บอกว่าคุณเป็นแค่คนแปลกหน้า•ตอนที่ 14
ผลตรวจที่เปลี่ยนชีวิต
ผลงานโดย มิคายามวิกาล
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (มิคายามวิกาล)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณพ่อครับ... แม่บอกว่าคุณเป็นแค่คนแปลกหน้า นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!