คุณพ่อครับ... แม่บอกว่าคุณเป็นแค่คนแปลกหน้า•ตอนที่ 15

โหมดคนคลั่งรักเริ่มทำงาน

ผลงานโดย มิคายามวิกาล
"ถ้าคุณพ่อคิดว่าจะใช้เงินฟาดหัวผมเหมือนที่ชอบทำกับคุณแม่... ฝันไปเถอะครับ" เสียงใสแจ๋วของเด็กชายวัยสามขวบเศษดังขึ้น ท่ามกลางความเงียบงันของห้องรับแขกสไตล์โมเดิร์นที่ถูกเนรมิตให้กลายเป็นสวนสนุกขนาดย่อม คินน์ ธนดล นักธุรกิจหนุ่มผู้ทรงอิทธิพลและไม่เคยยอมก้มหัวให้ใครถึงกับชะงัก ค้างเติ่งในท่าถือกล่องของเล่นราคาแพงหูฉี่ ดวงตาคมกتิตที่เคยเฉยชาและมองโลกด้วยความเหยียดหยัน บัดนี้ฉายแววตื่นตระหนกและทำตัวไม่ถูกอย่างสิ้นเชิง เขากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก มองเด็กชายตัวน้อยที่ยืนกอดอกเชิดหน้าเลียนแบบมารดาไม่มีผิดเพี้ยน รินรดาที่นั่งอยู่บนโซฟาอีกฝั่งเบือนหน้าหนี ซ่อนรอยยิ้มหยันไว้ภายใต้ความเงียบ เธอยอมให้เขาเข้ามาในพื้นที่ส่วนตัวเพื่อลูกชาย แต่ไม่ได้หมายความว่าจะยอมให้เขาซื้อความรู้สึกที่พังทลายไปแล้วด้วยของเล่นฟุ่มเฟือยเหล่านี้ "ลีโอ... ลูกครับ พ่อไม่ได้หมายความแบบนั้น" คินน์พยายามปรับน้ำเสียงให้ทุ้มนุ่มที่สุดเท่าที่จะทำได้ ซึ่งเป็นสิ่งที่เขาไม่เคยทำกับใครหน้าไหนมาก่อนในชีวิต ชายหนุ่มวางกล่องหุ่นยนต์คันโตลงกับพื้น คุกเข่าลงข้างหนึ่งเพื่อลดระดับสายตาให้เสมอกับลูกชาย แม้ชุดสูทราคาแพงลิบลิ่วจะเปื้อนฝุ่นจากการนั่งคุกเข่าบนพรม แต่เขากลับไม่ใส่ใจมันเลยแม้แต่น้อย ภาพของคินน์ ธนดล ผู้หยิ่งทะนงในศักดิ์ศรี ยอมลดตัวลงมานั่งคุกเข่าอ้อนวอนเด็กน้อย เป็นสิ่งที่คนในแวดวงธุรกิจไม่มีวันได้เห็นเป็นอันขาด แต่วันนี้... ผู้ชายที่เคยเหยียบย่ำหัวใจของรินรดาอย่างไร้ความปรานี กลับกำลังพยายามอย่างยิ่งยวดที่จะไขว่คว้าเศษเสี้ยวความสนใจจากสายเลือดเพียงคนเดียวของเขา รินรดาลอบมองภาพนั้นด้วยความรู้สึกที่ซับซ้อน หัวใจที่เคยด้านชาและเจ็บปวดจนแทบตายไหววูบไปชั่วขณะ ความทรงจำอันโหดร้ายเมื่อครั้งอดีตผุดขึ้นมาเตือนสติ ผู้ชายคนนี้เคยบอกว่าเด็กคนนี้คือภาระ และเป็นแค่ความผิดพลาด... แต่วันนี้ เขากลับกำลังเปลี่ยนไปเป็นคนละคน เพียงเพราะคำพูดคำเดียวที่ว่า *"แม่บอกว่าคุณเป็นแค่คนแปลกหน้า"* มันคือคมมีดที่กรีดลึกลงไปในอกของคินน์ในวันที่รินรดาพา Luk หนีไป และคำพูดนั้นก็ยังคงก้องกังวานอยู่ในหัวของเขาไม่เคยจางหาย กลายเป็นตราบาปที่เขาต้องชดใช้ด้วยลมหายใจ "คุณไม่ใช่พ่อ..." ลีโอยังคงยืนกรานด้วยน้ำเสียงดื้อรั้น ดวงตากลมโตคู่นั้นถอดแบบมาจากรินรดาไม่มีผิด มีทั้งความเปราะบางและความเข้มแข็งซ่อนอยู่ข้างใน "คุณแม่บอกว่า คุณพ่อรักงานมากกว่าผม กับคุณแม่... คุณพ่อไม่เคยมากอดผมตอนนอน ไม่เคยอ่านนิทานให้ฟังเหมือนคุณอาธนาด้วยซ้ำ!" ชื่อของ 'ธนา' หลุดออกมาจากปากเด็กน้อย ทำให้สันกรามของคินน์กระตุกเกร็งขึ้นมาทันที ความหึงหวงและความเจ็บปวดพวยพุ่งขึ้นมาจุกอกจนหายใจไม่ออก เขารู้ดีว่าตลอดเวลาที่ผ่านมา ธนาเพื่อนสนิทของเขาคอยดูแลรินรดาและลีโอในยามที่เขาใจร้ายใส่พวกเธอแค่ไหน ความจริงข้อนี้เปรียบเสมือนค้อนเหล็กที่ทุบลงกลางใจของคินน์จนแหลละเอียด "พ่อขอโทษ..." คินน์เอ่ยเสียงพร่า มือหนาที่เคยเซ็นเช็คเงินล้านสั่นเทาเล็กน้อยยามที่ยื่นออกไปหมายจะแตะไหล่เล็ก แต่มันกลับถูกปัดออกอย่างไร้เยื่อใยจากเด็กน้อย "เก็บคำขอโทษของคุณไว้เถอะครับ ลีโอไม่ต้องการ" เด็กชายหันหลังขวับ เดินเตาะแตะไปซุกตัวเข้าสู่อ้อมอกของมารดา รินรดารีบสวมกอดลูกชายไว้แน่น มือเรียวลูบกลุ่มผมนุ่มนิ่มนั้นอย่างปลอบโยน สายตาที่เธอมองมายังคินน์เต็มไปด้วยความว่างเปล่า เย็นชา และไร้ซึ่งความคาดหวังใดๆ อีกต่อไป ความเงียบเข้าปกคลุมบรรยากาศในห้องอีกครั้ง เสียงเครื่องปรับอากาศทำงานเบาๆ ยิ่งขับเน้นให้ความอึดอัดระหว่างคนทั้งสามเด่นชัดขึ้น คินน์คุกเข่าอยู่ตรงนั้น เนิ่นนานราวกับรูปปั้นหินที่ไร้จิตวิญญาณ ความพยายามที่จะซื้อใจลูกด้วยวัตถุพังทลายลงไม่เป็นท่า เขารู้ซึ้งแล้วในวินาทีนี้ว่า ความรักและความไว้ใจ... เป็นสิ่งเดียวในโลกที่ต่อให้มีเงินหมื่นล้านก็ซื้อไม่ได้ หากไม่อาจลบเลือนรอยแผลเป็นที่ตนเองเป็นคนสร้างขึ้น "ริน..." คินน์เปล่งเสียงเรียกแผ่วเบา ดวงตาคมกริบแดงก่ำอย่างคนIอดนอนมาหลายคืน "ผม... ผมต้องทำยังไง ลีโอถึงจะยอมเรียกผมว่าพ่อจากใจจริง?" รินรดาเงยหน้าขึ้นสบตาอดีสามี นัยน์ตาคู่สวยไหวระริกด้วยหยาดน้ำตาที่เธอพยายามกลั้นเอาไว้ไม่ให้ไหลออกมาประจานความอ่อนแอ เธอยิ้มหยันให้กับความพยายามที่สายเกินไปของเขา "คุณคินน์คะ" เสียงหวานใสแต่เย็นเยียบราวน้ำแข็งเอ่ยขึ้น "คุณไม่ได้เสียเวลาแค่สามปีที่คุณไม่เคยสนใจลูกหรอกนะคะ แต่คุณกำลังจะเสียโอกาสสุดท้ายในชีวิตที่จะได้ยืนอยู่ในฐานะครอบครัว... ถ้าคุณยังคิดว่าทุกอย่างแก้ไขได้ด้วยเงิน" รินรดาลุกขึ้นยืนอุ้มลีโอแนบอก เตรียมจะเดินเลี่ยงขึ้นชั้นบนเพื่อหนีความอึดอัดนี้ แต่ทว่า... เสียงกริ่งหน้าบ้านกลับดังขึ้นทำลายความเงียบเสียก่อน กริ่ง... กริ่ง... ทั้งสามคนชะงักค้าง คินน์ขมวดคิ้วมุ่นด้วยความไม่พอใจ ในยามวิกาลเช่นนี้ ใครกันที่กล้ามาบุกรุกความเป็นส่วนตัวของพวกเขา รินรดากระชับกอดลูกน้อยแน่นขึ้นด้วยความสังหรณ์ใจบางอย่างที่ไม่สู้ดีนัก คินน์ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ปัดฝุ่นที่เข่าลวกๆ ก่อนจะก้าวเดินด้วยท่าทางคุกคามไปยังประตูหน้าบ้านเพื่อดูว่าแขกยามวิกาลคือใคร แต่ทว่า... ทันทีที่บานประตูไม้สักเปิดออก ร่างสูงใหญ่ของใครบางคนก้าวเข้ามาพร้อมกับรอยยิ้มเย็นเยียบที่มุมปาก ทำให้คินน์ถึงกับผงะถอยหลังด้วยความตกใจ รอยยิ้มนั้น... รอยยิ้มที่ถือวิสาสะยื่นซองเอกสารสีน้ำตาลลับเฉพาะมาตรงหน้าเขา พร้อมกับคำพูดที่ทำเอาโลกทั้งใบของคินน์ดิ่งวูบลงสู่หุบเหวแห่งความมืดมิด "ขอโทษที่มารบกวนดึกๆ นะครับคุณคินน์..." ธนาเอ่ยทักทายด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่เฉียบคมบาดลึก "พอดีผมมี 'ผลตรวจ DNA อีกฉบับ' ที่คุณอาจจะอยากดู... ก่อนที่คุณจะพยายามทำตัวเป็นพ่อที่ดีของเด็กคนนี้" "..." ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและดำดิ่งไปกับความรู้สึกอันแสนเจ็บปวดและเร่าร้อนนี้ด้วยกันนะคะ
สารจากนักเขียน (มิคายามวิกาล)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณพ่อครับ... แม่บอกว่าคุณเป็นแค่คนแปลกหน้า นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%