“อย่าให้ฉันต้องพังบ้านหลังนี้ทิ้ง เพียงเพื่อจะลากตัวเธอออกมา รินรดา!”
เสียงทุ้มต่ำที่แฝงไปด้วยไอสังหารของคินน์ ธนดล ดังสะท้อนก้องไปทั่วบริเวณคฤหาสน์หลังเก่าในต่างจังหวัดที่รินรดาใช้หลบซ่อนตัว ดวงตาคมกริบของชายหนุ่มแดงก่ำราวกับสัตว์ป่าที่ถูกพรากอาณาเขต เขากระชากคอเสื้อคนขับรถที่พาเขามาที่นี่จนยับเยิน ก่อนจะผลักออกไปอย่างไม่ใยดี
ชายผู้เคยสุขุมเยือกเย็นในชุดสูทราคาแพง บัดนี้เสื้อเชิ้ตสีขาวของเขายับยู่ยี่ กระดุมหลุดลุ่ยจนเผยให้เห็นแผงอกที่กระเพื่อมขึ้นลงตามแรงอารมณ์ที่พุ่งพล่าน คินน์ไม่ได้มาในฐานะนักธุรกิจผู้ทรงอิทธิพล แต่เขามาในฐานะ 'คนโบ้ที่เสียสติ' ผู้ซึ่งสูญเสียอำนาจควบคุมเหนือชีวิตตัวเองไปตั้งแต่วินาทีที่ภรรยาผู้แสนอ่อนหวานหายไปจากชีวิตพร้อมกับความลับบางอย่างที่เขาเพิ่งจะประจักษ์แก่สายตา
ภายในบ้าน รินรดากอดร่างเล็กของน้องลีโอไว้แน่นจนตัวสั่นเทา สองมือเรียวสั่นระริกปิดหูเด็กน้อยเอาไว้เพื่อไม่ให้เขาได้ยินเสียงคำรามของปีศาจร้ายที่กำลังพังประตูรั้วเข้ามา
“แม่ครับ... ใครมาหรอครับ? เขาดูน่ากลัวจัง” ลีโอวัยสามขวบช้อนตามองมารดาด้วยความหวาดกลัว ดวงตากลมโตใสซื่อคู่นั้นทำให้รินรดาใจจะขาด เธอจุมพิตลงบนหน้าผากลูกน้อยเบาๆ พยายามกลั้นน้ำตาที่เอ่อล้น
“ไม่มีอะไรนะลีโอ... แค่คนแปลกหน้าที่หลงทางน่ะลูก ไปเล่นในห้องเก็บของก่อนนะคะ ไปค่ะ... ฟังแม่นะ ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ห้ามออกมาเด็ดขาด”
เธอผลักลูกน้อยเข้าไปในห้องลับที่ซ่อนอยู่หลังตู้หนังสือเก่าๆ ก่อนจะล็อคกลอนจากด้านนอก แล้วทรุดตัวลงพิงผนังด้วยความอ่อนแรง เสียงฝีเท้าหนักๆ ของคินน์เดินเข้ามาในตัวบ้านแล้ว ทุกก้าวย่างของเขาเหมือนเข็มที่ทิ่มแทงหัวใจของเธอ
“ออกมา!”
คินน์ไม่ได้ตะโกนอีกต่อไป แต่น้ำเสียงที่เปลี่ยนเป็นความเงียบเชียบนั้นกลับน่ากลัวยิ่งกว่า เขาหยุดยืนอยู่หน้าห้องที่รินรดาหลบอยู่ สายตาของเขาเปลี่ยนไปเมื่อเห็นร่องรอยเล็กๆ น้อยๆ ที่เธอลืมทิ้งไว้บนโต๊ะอาหาร ของเล่นชิ้นเล็กรูปเครื่องบินลำจิ๋ว... ของเล่นที่เขาเป็นคนซื้อให้เมื่อหลายปีก่อนในวันที่เขาเคยคิดว่ามันเป็นเพียงขยะไร้ค่า
ความทรงจำย้อนกลับมาเหมือนคมมีดบาดลึก คินน์เคยเกลียดชังความอ่อนแอของรินรดา เขาเคยเหยียบย่ำความรักของเธอจนแหลกละเอียด แต่ในยามที่เขาเหลือเพียงความว่างเปล่า เขาถึงได้ตระหนักว่า สิ่งที่เขาต้องการไม่ใช่การเอาชนะ แต่คือการกลับไปอยู่ในจุดที่เขายังได้รับความรักจากผู้หญิงคนนี้
“ริน...” คินน์เอ่ยชื่อเธอด้วยน้ำเสียงที่สั่นพร่า ความหยิ่งทระนงที่เคยมีมลายหายไปสิ้นเหลือเพียงความสิ้นหวัง “ผมรู้ว่าคุณอยู่แถวนี้... ผมไม่ได้มาเพื่อพรากคุณไป ผมแค่... ผมแค่ต้องการความเมตตาจากคุณสักครั้ง”
รินรดาที่นั่งอยู่หลังผนังกลั้นสะอื้นจนตัวโยน เธอไม่เคยคิดเลยว่าวันที่ชายผู้เย็นชาคนนี้จะยอมก้มหัวให้เธอจะมาถึง แต่มันสายเกินไป... ความเจ็บปวดที่เขาเคยมอบให้มันฝังรากลึกเกินกว่าจะลบเลือนด้วยคำพูดเพียงไม่กี่คำ
“กลับไปเถอะค่ะ” รินรดาตัดสินใจเอ่ยขึ้นผ่านผนัง เสียงของเธอสั่นเครือแต่ทว่าเด็ดเดี่ยว “ที่นี่ไม่มีภรรยาของคุณ... คุณคินน์ ที่นี่มีเพียงผู้หญิงที่ตายไปแล้วจากชีวิตของคุณเมื่อหลายปีก่อน”
คินน์ชะงัก ฝ่ามือหนาที่กำลังจะผลักบานประตูถึงกับอ่อนแรงลง เขาค่อยๆ เลื่อนมือลงมาสัมผัสกับเนื้อไม้ที่กั้นกลางระหว่างเขากับเธอ
“ตายไปแล้วงั้นหรือ...” เขาแค่นหัวเราะให้กับตัวเองอย่างสมเพช “ถ้าคุณตายไปแล้ว แล้วหัวใจที่มันเต้นรัวอยู่ในอกผมตอนนี้คืออะไร? รินรดา... ผมยอมแลกทุกอย่างที่มี เพื่อให้ได้ยินคุณเรียกชื่อผมด้วยความรักอีกสักครั้ง... แม้ต้องให้ผมคุกเข่าลงแทบเท้าคุณตอนนี้ ผมก็ยอม”
ความเงียบเข้าปกคลุมบรรยากาศ มีเพียงเสียงหัวใจที่เต้นรัวของคนทั้งสองที่ห่างกันเพียงแค่ผนังไม้กั้น รินรดาหลับตาลง ภาพลูกน้อยที่อยู่หลังตู้นั้นคือเกราะป้องกันเดียวที่ทำให้เธอต้องเข้มแข็ง
ทว่า ในจังหวะที่คินน์กำลังจะเดินจากไปเพื่อตั้งหลัก เสียงหนึ่งก็ดังขึ้นจากห้องลับ... เสียงลูกบอลกระทบพื้นเบาๆ ตามด้วยเสียงใสๆ ที่ไร้เดียงสาของเด็กน้อยที่เผลอทำของเล่นตก
“แม่ครับ... ผมหิวจัง”
คินน์หยุดกึก ร่างกายของเขาแข็งทื่อไปชั่วขณะ หัวใจที่เต้นระรัวในอกแทบจะหยุดทำงานเมื่อเขาสบตาเข้ากับรอยแง้มของประตูห้องเก็บของที่แอบอยู่หลังตู้ ซึ่งตอนนี้มันเปิดออกเพียงเล็กน้อยพอที่จะเห็นใบหน้าเล็กๆ ของเด็กชายคนหนึ่ง... เด็กที่มีดวงตาคมกริบและโครงหน้าที่ถอดแบบมาจากเขาไม่มีผิดเพี้ยน
ความเงียบที่น่าสะพรึงกลัวปกคลุมไปทั่วบ้าน คินน์ค่อยๆ ก้าวเท้าเข้าไปหาประตูบานนั้นด้วยมือที่สั่นเทา รินรดากระโจนออกมาขวางหน้าเขาไว้ แต่คินน์กลับมองข้ามไหล่ของเธอไปที่เด็กน้อยที่กำลังยืนงุนงงอยู่ตรงนั้น
วินาทีนั้นเองที่ความจริงทั้งหมดถูกเปิดเผย คินน์ล้มลงคุกเข่ากับพื้นในทันที สายตาของเขาไม่ได้จดจ้องที่รินรดาอีกต่อไป แต่มันจดจ้องไปที่เด็กชายตรงหน้าด้วยความรู้สึกที่บรรยายไม่ถูก
“ลีโอ...” เสียงของเขาสั่นเครือจนแทบฟังไม่ได้ศัพท์ พลางหยิบรูปถ่ายใบเก่าในกระเป๋าสตางค์ที่เขาพกติดตัวไว้ตลอดเวลาออกมาเปรียบเทียบกับใบหน้าของเด็กน้อย “นี่คือลูกของผม... นี่คือสิ่งที่คุณปิดบังผมมาตลอดงั้นเหรอ?”
รินรดาเบิกตากว้าง ความลับที่เธอพยายามปกป้องด้วยชีวิตถูกทำลายลงในพริบตา คินน์เงยหน้าขึ้นมองเธอด้วยดวงตาที่เต็มไปด้วยน้ำตาและประกายแห่งความคลั่งไคล้ที่น่าหวาดหวั่น เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง พลางก้าวเข้ามาประชิดตัวเธอจนไม่มีทางหนี
“คุณคิดจริงๆ เหรอรินรดา ว่าคุณจะพรากลูกไปจากผมได้โดยที่ผมไม่ทำอะไรเลย?” เขากระซิบข้างหูเธอด้วยน้ำเสียงที่เยือกเย็นจนน่าขนลุก ก่อนจะคว้าข้อมือเธอไว้แน่น “ในเมื่อคุณไม่อยากเป็นภรรยาผม... งั้นก็มาดูกันว่า ในฐานะแม่ของลูกผม คุณจะหนีจาก 'นรก' ที่ผมสร้างขึ้นได้นานแค่ไหน”
รินรดาสัมผัสได้ถึงแรงบีบที่ข้อมือพร้อมกับสายตาที่เปลี่ยนไปของเขา... คินน์ไม่ได้มาเพื่ออ้อนวอนอีกต่อไป แต่เขามาเพื่อทวงคืน 'สมบัติ' ที่เป็นของเขาเพียงผู้เดียว และคราวนี้... เขาจะไม่ยอมให้ใครหน้าไหนมาพรากมันไปจากเขาได้อีกตลอดกาล
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและดำดิ่งลึกซึ้งไปกับห้วงอารมณ์อันเปราะบางนี้กับมิคายามวิกาลนะคะ
คุณพ่อครับ... แม่บอกว่าคุณเป็นแค่คนแปลกหน้า•ตอนที่ 22
คนโบ้ที่เสียสติ
ผลงานโดย มิคายามวิกาล
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (มิคายามวิกาล)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณพ่อครับ... แม่บอกว่าคุณเป็นแค่คนแปลกหน้า นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!