กระเป๋าเดินทางสองใบถูกรูดซิปปิดสนิทด้วยมือที่สั่นเทาแต่เด็ดเดี่ยว รินรดาไม่เหลือหยดน้ำตาให้รินไหลอีกต่อไปแล้ว ความเจ็บปวดที่ถูกกัดเซาะจนพรุนตลอดหลายปีที่ผ่านมา สอนให้เธ้ารู้ว่าความอ่อนแอคือกรงขังที่แน่นหนาที่สุด และทางเดียวที่จะช่วยชีวิตน้อยๆ ของลูกชายไว้ได้ คือการวิ่งหนีให้พ้นจากเงาของอดีตสามีผู้ทรงอิทธิพล
"แม่ครับ... เราจะไปเที่ยวกันอีกแล้วเหรอครับ"
เสียงใสแจ๋วของน้องลีโอวัยสามขวบดังขึ้นขณะที่เจ้าตัวเล็กกำลังกอดตุ๊กตาหมีตัวโปรดแน่น ดวงตากลมโตใสซื่อมองหน้ามารดาอย่างไร้เดียงสา รินรดากลืนก้อนสะอื้นลงคอ ฝืนยิ้มจนแก้มสั่น รีบดึงร่างเล็กเข้ามากอดแนบอก ถ่ายทอดความอบอุ่นและความรักทั้งหมดที่มีให้ลูกน้อย เพื่อทดแทนโลกอันโหดร้ายภายนอก
"ใช่ค่ะคนดี ไปเที่ยวที่ไกลมากๆ ที่ซึ่งเราจะได้อยู่ด้วยกันสองคนแม่ลูกอย่างมีความสุข ไม่มีใครมารบกวนเราได้อีกแล้วนะคะ" เธอกระซิบเสียงสั่น พลางกดจูบลงบนหน้าผากเนียนนุ่มสูดกลิ่นหอมสะอาดของเด็กน้อยเข้าปอด
สัมผัสนี้คือเกราะป้องกันเดียวที่ทำให้เธอยังมีลมหายใจ หัวใจของความเป็นแม่พองโตและเปี่ยมล้นไปด้วยความรักอันบริสุทธิ์ แม้ภายนอกโลกใบนี้จะมืดมนและเต็มไปด้วยอันตราย แต่ตราบใดที่เธอยังมีลีโออยู่ในอ้อมแขน เธอก็พร้อมจะแลกด้วยทุกสิ่ง แม้กระทั่งชีวิต
เสียงเคาะประตูกระชั้นชิดดังขึ้นจากด้านนอก หัวใจของรินรดากระตุกวูบตกลงไปอยู่ที่ตาตุ่ม
"คุณรินรดาครับ! นายใหญ่สั่งให้ผมมาตรวจสอบความเรียบร้อย..." เสียงทุ้มต่ำของบอดี้เนิร์ดมือขวาของคินน์ดังลอดเข้ามา พร้อมกับเสียงบิดลูกบิดประตูที่พยายามจะเปิดเข้ามาอย่างถือวิสาสะ
เวลาหมดลงแล้ว...
รินรดาคว้ากระเป๋าเป้และจูงมือลูกชายวิ่งไปที่ระเบียงห้องพักชานเมือง โชคดีที่ห้องของเธออยู่ชั้นสองและมีบันไดหนีไฟเชื่อมต่อลงสู่ซอยแคบด้านหลัง หัวใจของเธอเต้นระส่ำด้วยความหวาดกลัว เสียงทุบประตูด้านในดังขึ้นพร้อมกับเสียงพังห้องที่ตามมา
"เร็วค่ะลูก วิ่งตามแม่มานะ ห้ามปล่อยมือเด็ดขาด" เธอกระซิบเร่งเร้าพลางช้อนอุ้มร่างเล็กขึ้นแนบอก ออกแรงวิ่งฝ่าสายลมหนาวยามวิกาลมุ่งหน้าสู่สถานีรถไฟสายใต้ทันที โดยไม่หันกลับไปมองเบื้องหลังอีกเลย
ในขณะเดียวกัน ที่คฤหาสน์หลังใหญ่ใจกลางเมือง คินน์ ธนดล กำลังนั่งจ้องมองกรอบรูปครอบครัวที่ว่างเปล่าบนโต๊ะทำงานด้วยแววตาว่าง
ความเย่อหยิ่งและทิฐิมานะที่เคยค้ำคอเขามาตลอดพังทลายลงในค่ำคืนนี้ ภาพรอยยิ้มของรินรดาในวันที่เธอยอมจำนน และเสียงหัวเราะของเด็กชายตัวน้อยที่เขาเคยผลักไส วิ่งวนเวียนอยู่ในโสตประสาทซ้ำแล้วซ้ำเล่า เขารู้แล้วว่าการสูญเสียที่แท้จริงหน้าตาเป็นอย่างไร มันไม่ใช่การสูญเสียธุรกิจนับพันล้าน แต่เป็นการสูญเสียลมหายใจของตัวเองไปตลอดกาล
โทรศัพท์มือถือบนโต๊ะแผדเสียงแหลมสูงขึ้นท่ามกลางความเงียบงัน คินน์รีบคว้ามันขึ้นมารับทันทีด้วยความหวังอันริบหรี่
"นายครับ... เราตามไปไม่ทัน เธอไวกว่าที่เราคิด ตอนนี้ร่องรอยของเธอขาดหายไปที่สถานีรถไฟสายใต้ มุ่งหน้าสู่เมืองชายแดนภาคเหนือครับนาย!"
คินน์กำโทรศัพท์ในมือแน่นจนข้อต่องนิ้ว PALE WHITE ดวงตาคมกริบฉายแววกร้าวและเจ็บปวดร้าวลึก
เธอคิดว่าจะหนีเขาพ้นอย่างนั้นหรือ... รินรดา
ชายหนุ่มลุกขึ้นยืนเต็มความสูง คว้าเสื้อโค้ทตัวยาวมาสวมด้วยมือที่สั่นเทา ก่อนจะก้าวเดินออกไปจากห้องทำงานด้วยเป้าหมายเดียวในชีวิต—ต่อให้ต้องพลิกแผ่นดินหา เขาก็จะลากตัวเธอกลับมาสู่อ้อมอกให้จงได้
ทว่า... ในจังหวะที่เขาหมุนตัวจะเดินออกจากคฤหาสน์เพื่อมุ่งหน้าสู่สนามบินส่วนตัว เสียงแจ้งเตือนข้อความจากอีเมลนิรนามก็ดังขึ้นบนหน้าจอโทรศัพท์
คินน์ชะงักฝีเท้า ก้มลงมองหน้าจอที่ปรากฏภาพถ่ายใบเสร็จค่าใช้จ่ายโรงพยาบาลแห่งหนึ่งเมื่อสามปีก่อน พร้อมกับเอกสารรับรองสิทธิ์การปกครองบุตรที่ระบุชื่อของเขา... และชื่อของเด็กชายอีกคนหนึ่งที่เขาไม่เคยรู้การมีตัวตนมาก่อน
ดวงตาคมเบิกกว้างขึ้นอย่างตื่นตะลึง เมื่อเลื่อนลงมาเห็นภาพถ่ายใบหน้าของเด็กชายวัยสามขวบที่ถอดแบบพิมพ์เดียวกันกับเขาออกมาทุกกระเบียดนิ้ว พร้อมกับข้อความสั้นๆ ที่ทิ้งท้ายไว้เบื้องล่างอย่างเย้ยหยัน:
*"อยากได้ลูกคืน... ก็ลองตามหาให้เจอสิครับ... คุณพ่อผู้แสนดี"*
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและดำดิ่งลึกซึ้งไปกับห้วงอารมณ์อันเปราะบางนี้กับมิคายามวิกาลนะคะ
คุณพ่อครับ... แม่บอกว่าคุณเป็นแค่คนแปลกหน้า•ตอนที่ 21
หนีให้ไกลกว่าเดิม
ผลงานโดย มิคายามวิกาล
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (มิคายามวิกาล)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณพ่อครับ... แม่บอกว่าคุณเป็นแค่คนแปลกหน้า นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!