คุณพ่อครับ... แม่บอกว่าคุณเป็นแค่คนแปลกหน้า•ตอนที่ 20

ความโกรธของแม่

ผลงานโดย มิคายามวิกาล
กระดาษแผ่นบางในมือสั่นระริก ไม่ใช่เพราะความหนาเย็นของเครื่องปรับอากาศในห้องทำงานหรูหราแห่งนี้ หากแต่เกิดจากแรงอารมณ์ที่ถูกอัดอั้นจนระเบิดออกมาเป็นหยดน้ำตาที่ร่วงหล่นกระทบตัวอักษรสีดำสนิท—*ผลการตรวจสารพันธุกรรม (DNA) ระหว่าง คินน์ ธนดล และ ด.ช.ลีโอ ธนดล* รินรวบรวมลมหายใจเข้าปอดลึกที่สุด เพื่อกลืนก้อนสะอื้นที่จุกแน่นอยู่ตรงลำคอ ดวงตาคู่สวยที่เคยอ่อนแสงและยอมจำนนต่อเขามาตลอด บัดนี้กลับลุกโชนไปด้วยประกายไฟแห่งความโกรธเกรี้ยวที่ร้อนแรงเสียยิ่งกว่าลาวา "คุณทำแบบนี้ลับหลังฉันมานานแค่ไหนแล้วคะ คินน์..." เสียงหวานที่สั่นเครือเอ่ยขึ้นท่ามกลางความเงียบงัน รินรดาเงยหน้าขึ้นจ้องมองชายหนุ่มผู้เป็นอดีตสามี ดวงตาของเธอเต็มไปด้วยความผิดหวังระคนชิงชัง คินน์ยืนนิ่งเป็นรูปปั้นอยู่หน้าโต๊ะทำงาน แววตาคมกริบไหววูบลงเล็กน้อยเมื่อเห็นกระดาษแผ่นนั้นอยู่ในมือเธอ เขารู้ว่าความลับนี้ไม่มีทางปิดบังได้ตลอดไป แต่ไม่คิดว่ามันจะถูกเปิดเผยออกมาในบรรยากาศที่ตึงเครียดและเปราะบางถึงเพียงนี้ "ผมแค่ต้องการความแน่ใจ ริน... มันแปลกมากนักหรือไงที่ผู้ชายคนหนึ่งอยากรู้ว่าเด็กที่เกิดมาคือเลือดเนื้อเชื้อไขของตัวเองจริงๆ" คินน์ตอบกลับด้วยน้ำเสียงราบเรียบ พยายามรักษามาดความเย่อหยิ่งและเย็นชาเอาไว้ ทั้งที่ในอกข้างซ้ายกำลังเต้นระรัวด้วยความหวาดหวั่นลึกๆ "ความแน่ใจงั้นเหรอคะ!" รินรดาแค่นหัวเราะออกมาอย่างสมเพช หยดน้ำตาไหลอาบแก้มเนียนแต่ริมฝีปากกลับยกยิ้มเยาะ "คุณไม่เคยเชื่อใจฉันเลยตั้งแต่แรก... คุณแต่งงานกับฉันเพราะผลประโยชน์ คุณหย่ากับฉันเพราะความรังเกียจ และตอนนี้... พอคุณเห็นลูกของฉันกับสามีใหม่... คุณกลับแอบเอาเส้นผมของเขาไปตรวจ DNA ลับหลังโดยไม่ขออนุญาตฉันสักคำ!" "สามีใหม่?" คินน์ทวนคำนั้นด้วยน้ำเสียงที่กดต่ำลงจนน่ากลัว เขาก้าวเท้าเข้ามาประชิดตัวเธออย่างรวดเร็ว ความสูงใหญ่และออร่าอันคุกคามทำให้รินรดาต้องผถายหลังไปจนชิดขอบโต๊ะทำงาน "คุณคิดว่าผมจะปล่อยให้ลูกแท้ๆ ของผมไปเรียกผู้ชายอื่นว่าพ่ออย่างนั้นเหรอ รินรดา! เด็กคนนั้นคือนายลีโอ... ทายาทคนเดียวของธนดล และเป็นสายเลือดของผม!" "เขาไม่ใช่ลูกของคุณ!" รินรดาตวาดกลับเสียงดังลั่น ดวงตาแดงก่ำจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคู่คมของเขา "ลีโอเป็นลูกของฉัน... และสามีคนปัจจุบันของฉันค่ะ! คนที่โอบกอดฉันในวันที่คุณเหยียบย่ำศักดิ์ศรี คนที่รักและดูแลเราในวันที่คุณขับไล่เราออกจากบ้านคฤหาสน์หลังนั้น คุณไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะเอ่ยชื่อลูกของฉันด้วยซ้ำ!" คำพูดนั้นเปรียบเสมือนคมมีดที่กรีดลงบนหัวใจของคินน์ ความเย่อหยิ่งทลายลงในพริบตา ความหึงหวง ความโกรธเกรี้ยว และความรู้สึกผิดที่กัดกินจิตใจมาเนิ่นนานผสมปนเปกันจนกลายเป็นแรงขับเคลื่อนอันดิบเถื่อน มือหนาเอื้อมไปคว้าข้อมือเรียวของเธอไว้แน่น ออกแรงดึงร่างบางเข้าหาตัวจนแนบชิด ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะกันในระยะประชิดจนสัมผัสได้ถึงความรุ่มร้อนที่แผดเผา "ปล่อยฉันนะ... คนสารเลว!" รินรดาพยายามดิ้นรนทุบตีอกแกร่ง แต่แรงอันน้อยนิดของเธอกลับไม่ต่างอะไรกับการสะกิดผิวกายของชายหนุ่ม "ปากเก่งนักนะริน..." คินน์กระซิบเสียงพร่าข้างใบหูของเธอ ความอดทนที่สะสมมานานขาดผึ่งลง เขาก้มลงประกบเรียวปากหยักเข้ากับริมฝีปากอิ่มที่กำลังต่อว่าเขาอย่างดุเดือด จูบครั้งนี้ไม่มีความอ่อนโยนหลงเหลืออยู่ มีเพียงความโหยหา ความโกรธ และความต้องการที่จะตีตราจองเธอกลับคืนมาเป็นของเขาแต่เพียงผู้เดียว รินรดาเบิกตากว้างด้วยความตกใจ เธอกัดริมฝีปากเขาเพื่อขัดขืน แต่คินน์กลับยิ่งใช้นิ้วแกร่งบีบกรามมนให้เผยอออก ก่อนจะส่งเรียวลิ้นร้อนเข้าไปกวาดต้อนความหวานล้ำภายในโพรงปากอย่างเอาแต่ใจ รสจูบทั้งดิบเถื่อน ลึกซึ้ง และเต็มไปด้วยแรงอารมณ์ที่โหมกระหน่ำ ทำให้เรี่ยวแรงของหญิงสาวระเหิดหายไปในพริบตา ความคุ้นเคยในสัมผัส กลิ่นกายหอมสะอาดผสมกับความเย้ายวนอันเป็นเอกลักษณ์ของเขา ปลุกเร้าไฟปรารถนาที่เธอพยายามฝังกลบมันไว้ให้กลับลุกโชนขึ้นมาอีกครั้งอย่างน่าละอาย มือหนาเลื่อนจากข้อมือบางมาโอบกอดเอวคอดกิ่วไว้แน่น รั้งร่างของเธอให้แนบชิดสนิทจนไม่มีช่องว่าง ขณะที่มืออีกข้างสอดเข้าไปในกลุ่มผมยาวสลวยเพื่อตรึงท้ายทอยของเธอให้รับจูบของเขาอย่างเต็มอิ่ม รินรดาครางอือในลำคอ ร่างกายอ่อนยวบยาบอยู่ภายใต้อ้อมแขนที่แข็งแกร่งเหมือนคีมเหล็ก ความรู้สึกผิดชอบชั่วดีเลือนหายไปชั่วขณะ แทนที่ด้วยความโหยหาที่กัดกินหัวใจมาตลอดหลายปี คินน์ผริมฝีปากออกช้าๆ ลมหายใจของทั้งคู่หอบกระชั้น ร่างกายแนบชิดจนสัมผัสได้ถึงอัตราการเต้นของหัวใจที่เต้นรัวเร็วไม่เป็นจังหวะ ดวงตาสีเข้มของเขาเต็มไปด้วยประกายปรารถนาอันล้ำลึก ขณะที่รินรดาหอบหายใจจนอกอิ่มกระเพื่อมไหว ใบหน้าหวานแดงก่ำด้วยความเขินอายและโกรธขึงในเวลาเดียวกัน "คุณมันบ้าไปแล้ว..." เธอกระซิบเสียงสั่น พยายามผลักอกเขาออกเบาๆ "ใช่... ผมบ้าไปแล้ว ตั้งแต่วันที่คุณเดินออกไปจากชีวิตผม" คินน์กระซิบตอบ เสียงทุ้มต่ำพร่าหวานชวนขนลุก เขาก้มลงซุกไซ้ซอกคอหอมกรุ่น ขบเม้มเบาๆ จนร่างบางสะดุ้งเฮือก มือหนาลูบไล้แผ่นหลังเนียนผ่านเนื้อผ้าอย่างรكومเร้า "และต่อให้คุณจะมีสามีใหม่กี่คน หรือพยายามซ่อนลูกของเรายังไง... ริน... คุณก็ไม่มีวันหนีผมพ้นหรอก" ทันใดนั้นเอง... เสียงเคาะประตูก็รัวดังขึ้นสามครั้งติดกัน ตามด้วยเสียงเปิดประตูที่แง้มออกโดยไม่รออนุญาต "คุณคินน์คะ... ดิฉันพาแขกสำคัญมารอพบ... เอ๊ะ!" เสียงของเลขาฯ สาวชะงักกึกทันทีเมื่อเห็นภาพเบื้องหน้า—ภาพที่อดีตสามีภรรยาคู่แค้นกำลังกอดรัดฟัดเหวี่ยงกันในสภาพเสื้อผ้าหลุดลุ่ยเล็กน้อย รินรดารีบผลักคินน์ออกสุดแรงด้วยความตกใจ ใบหน้าแดงซ่านด้วยความอับอาย ขณะที่คินน์ขมวดคิ้วมุ่นด้วยความไม่พอใจ หันขวับไปมองผู้มาใหม่ที่บังอาจขัดจังหวะ แต่ทว่า... เมื่อบุคคลที่ยืนอยู่ด้านหลังเลขาฯ ก้าวพ้นธรณีประตูเข้ามาในห้องทำงาน คินน์ก็ต้องชะงักง้าง ลมหายใจของเขาติดขัดอยู่ในลำคอทันที ชายหนุ่มร่างสูงโปรดในชุดสูทเนี๊ยบเฉียบ ใบหน้าคมคายคุ้นตาที่มักปรากฏตามหน้าสื่อธุรกิจชื่อดัง ยืนกอดอกมองเขาด้วยรอยยิ้มเย็นชา... และจูงมือเด็กชายตัวน้อยวัยสามขวบหน้าตาถอดแบบมาจากคินน์ไม่มีผิดเพี้ยนเดินตามเข้ามาด้วย "ขอโทษทีนะครับที่รบกวนเวลาส่วนตัว... พอดีผมมารับ *ภรรยา* และ *ลูกชาย* ของผมกลับบ้านครับ" เสียงทุ้มทรงอำนาจเอ่ยขึ้นอย่างเยือกเย็น พร้อมกับรอยยิ้มที่สร้างความระอุไปทั่วทั้งห้อง ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและดำดิ่งลึกซึ้งไปกับห้วงอารมณ์อันเปราะบางนี้กับมิคายามวิกาลนะคะ
สารจากนักเขียน (มิคายามวิกาล)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณพ่อครับ... แม่บอกว่าคุณเป็นแค่คนแปลกหน้า นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%