คุณพ่อครับ... แม่บอกว่าคุณเป็นแค่คนแปลกหน้า•ตอนที่ 25

คำขอโทษที่สายเกินไป

ผลงานโดย มิคายามวิกาล
กลิ่นอายความเย็นเยียบของเครื่องปรับอากาศในห้องรับรองวีไอพีไม่ได้ระคายผิวของรินรดาเท่ากับสายตาคู่คมที่กำลังมองตรงมายังร่างของเธอ สัมผัสแห่งความอึดอัดโอบล้อมรอบตัวราวกับกรงขังที่ถูกสร้างขึ้นจากความผิดพลาดในอดีต ร่างสูงใหญ่ของคินน์ ธนดล อดีตสามีผู้เคยประกาศกร้าวว่าเธอไม่มีค่าอะไรมากไปกว่าเครื่องประดับประดับบารมี บัดนี้กลับทรุดกายลงคุกเข่าต่อหน้าเธอบนพื้นพรมราคาแพง ความเย่อหยิ่งทระนงที่เคยค้ำคอเขามาตลอดหลายปีพังทลายลงไม่เป็นท่า ราวกับปราสาททรายที่ถูกคลื่นซัดจนย่อยยับ “ริน...” เสียงทุ้มต่ำที่เคยเปล่งวาจาร้ายกาจใส่เธอนับครั้งไม่ถ้วน บัดนี้กลับสั่นพร่าและแหบแห้งจนแทบฟังไม่ได้ศัพท์ มันคือเสียงของคนที่ตระหนักแล้วว่า โลกทั้งใบของเขากำลังจะพังทลายลงด้วยน้ำมือของตัวเอง คินน์เงยหน้าขึ้นมองหญิงสาวที่เขาเคยผลักไสไล่ส่ง เธอในวันนี้ไม่ใช่รินรดาคนเดิมที่ยอมก้มหน้าอดทนกับหยาดน้ำตาอีกต่อไปแล้ว ดวงตากลมโตคู่นั้นนิ่งสงบ เย็นชา และว่างเปล่าเสียจนน่ากลัว “ลุกขึ้นเถอะค่ะ คุณคินน์” รินรดาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย ทว่าเฉียบคมราวกับใบมีดที่กรีดลงบนหัวใจของคนฟัง “ภาพนี้มันไม่เหมาะกับคุณเลยนะคะ ประธานบริหารผู้ทรงอิทธิพลแห่งธนดลกรุ๊ป กำลังคุกเข่าอ้อนวอนผู้หญิงไร้ค่าที่คุณเคยบอกว่าน่ารังเกียจ... ถ้าสื่อหรือหุ้นส่วนของคุณมาเห็นเข้า พวกเขาคงหัวเราะเยาะน่าดู” คำพูดเชือดเฉือนที่ไร้ซึ่งอารมณ์โกรธเกรี้ยวแต่มันกลับเจ็บปวดเสียยิ่งกว่าการตบหน้า คินน์เม้มริมฝีปากแน่นจนเป็นเส้นตรง หัวใจของเขาร้าวรานราวกับถูกบดขยี้ด้วยค้อนเหล็ก เขารู้ดีว่าความผิดบาปที่ตนเองได้ก่อไว้มันมากมายมหาศาลเกินกว่าจะเอ่ยปากขออภัย แต่ทว่า... เมื่อสายตาคมเหลือบไปเห็นเด็กชายตัวน้อยวัยสามขวบที่กำลังยืนหลบอยู่ด้านหลังกระโปรงของมารดา ดวงตากลมโตใสแป๋วที่ถอดแบบมาจากเขาไม่มีผิดเพี้ยนกำลังมองมาด้วยความหวาดระแวง คินน์ก็ยิ่งรู้สึกเหมือนหายใจไม่ออก “คุณพ่อ... ร้องไห้ทำไมฮะ?” เสียงใสแจ๋วของน้องลีโอดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงัน เด็กน้อยเอียงคอด้วยความสงสัย ไร้เดียงสาเกินกว่าจะเข้าใจว่าผู้ชายคุกเข่าตรงหน้าคือคนที่ให้กำเนิดตน มือเล็กๆ ป้อมๆ เอื้อมไปดึงชายเสื้อของมารดาไว้แน่น ราวกับต้องการความปลอดภัยจากคนแปลกหน้าผู้มีใบหน้าคล้ายคลึงกับตนเองอย่างน่าประหลาด คำว่า "คุณพ่อ" ที่หลุดออกมาจากปากของลูกชายแท้ๆ เปรียบเสมือนมีดสั้นที่กรีดซ้ำลงแผลเดิม คินน์รู้สึกจุกจนพูดไม่ออก หยาดน้ำใสๆ ที่เขาพยายามกลั้นไว้มาตลอดเอ่อล้นออกมาจากหน่วยตาคมเข้ม ผู้ชายที่ไม่เคยหลั่งน้ำตาให้ใครแม้แต่ในวันที่มารดาผู้ให้กำเนิดจากไป บัดนี้กลับร้องไห้ฟูมฟายราวกับเด็ก “ลีโอ... ลูกครับ” คินน์ละล่ำละลักเรียกชื่อบุตรชายด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ เขายื่นมือหนาออกไปหมายจะสัมผัสแก้มนุ่มนิ่มของเด็กน้อย แต่ทว่า... *พรึบ!* รินรดาก้าวเท้าขยับถอยหลังโดยอัตโนมัติ พร้อมทั้งดึงร่างเล็กของลูกชายเข้าสู่อ้อมกอด ป้องกันไม่ให้ปลายนิ้วของเขาแม้แต่จะเฉียดเข้าใกล้แก้วตาดวงใจของเธอ สายตาที่เธอมองมายังเขาเต็มไปด้วยความหวาดระแวงและการปกป้องอย่างถึงที่สุด “อย่าแตะต้องลูกฉันค่ะ!” สุ้มเสียงของรินรดาตึงเครียดขึ้นอย่างเห็นได้ชัด แม้จะยังคงความสุภาพไว้ตามมารยาท แต่แววตานั้นกลับเด็ดเดี่ยวและแข็งกร้าว “คุณไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะเรียกชื่อเขาด้วยซ้ำ คินน์... วันที่คุณเซ็นใบหย่าและไล่เราสองคนออกจากบ้านอย่างไร้เยื่อใย คุณได้ตัดขาดความสัมพันธ์คำว่าพ่อลูกไปตั้งแต่วินาทีนั้นแล้วค่ะ” “ผมรู้... ผมรู้ว่าผมมันเลว” คินน์ปล่อยให้หยาดน้ำตาไหลรินอาบสองแก้มอย่างไม่อายฟ้าดิน เขาคุกเข่าย้ายเข่าเข้าไปใกล้เธออีกนิด ทว่ารินรดากลับถอยหนีจนแผ่นหลังชนเข้ากับผนังห้อง “ผมตาบอด... ผมโง่เง่าเองที่มองไม่เห็นค่าของคนที่รักผมที่สุด วันนั้น... วันที่คุณอุ้องท้องมาบอกผม แต่ผมกลับคิดว่ามันคือแผนการตื้นๆ ของคุณเพื่อเกาะผมกิน... ผมมันสมควรตาย ริน... ได้โปรด ให้โอกาสผมได้แก้ตัวเถอะนะ ให้ผมได้ทำหน้าที่พ่อ... ให้ผมได้ดูแลพวกคุณสองคนในฐานะครอบครัวอีกสักครั้ง” ความเวทนาและความเจ็บปวดสะท้อนอยู่ในน้ำเสียงของอดีตสามีผู้ยิ่งใหญ่ แต่มันไม่อาจลบเลือนรอยแผลเป็นในอิตะกาลที่รินรดาต้องเผชิญหน้าตามลำพังได้เลย ภาพวันที่เธอต้องอุ้องท้องโตๆ เดินตากฝนหางานทำ ภาพความยากลำบากที่ต้องกินข้าวคลุกน้ำปลาเพราะเงินติดตัวก้อนสุดท้ายหมดไปกับการซื้อนมให้ลูก ภาพเหล่านี้ฉายซ้ำขึ้นมาในหัวราวกับภาพยนตร์ซ้ำซาก และมันคือกำแพงหนาที่ต่อให้คินน์เอาหัวโขกพื้นจนเลือดสาด ก็ไม่มีวันพังทลายมันลงได้ง่ายๆ “ครอบครัวเหรอคะ?” รินรดาแค่นหัวเราะออกมาเบาๆ เสียงหัวเราะที่เต็มไปด้วยความสมเพชเวทนา “คุณเพิ่งจะนึกคำนี้ออกหลังจากที่เราผ่านนรกมาด้วยกันอย่างนั้นเหรอคะ คินน์? ตอนที่ลีโอป่วยหนักจนเกือบไม่รอด ตอนที่เราไม่มีแม้แต่เงินค่ารักษาพยาบาล คุณอยู่ที่ไหนคะ? ตอนที่ฉันต้องกราบกรานขอความช่วยเหลือจากคนแปลกหน้า คุณกำลังกอดอยู่กับผู้หญิงคนอื่นบนเตียงไม่ใช่เหรอคะ!” คำถามแต่ละประโยคพุ่งตรงเข้าเสียบแทงหัวใจของคินน์จนพรุน เขาอ้าปากพะงาบๆ คล้ายคนใกล้หมดลมหายใจ ความจริงอันโหดร้ายที่ถูกขุดคุ้ยขึ้นมาประจานทำให้เขาแทบอยากจะเอาหัวโขกกำแพงให้ตายตกไปตามกัน มือหนายกขึ้นกุมขมับ ร่างกายสั่นเทิ้มด้วยความรู้สึกผิดที่กัดกินลึกลงไปถึงไขกระดูก “ริน... ผมขอโทษ... ผมขอโทษจริงๆ” เขาทำได้เพียงพึมพำคำเดิมซ้ำๆ ราวกับคนเสียสติ “ผมยินดีชดใช้ทุกอย่าง... ผมจะยกสมบัติครึ่งหนึ่งให้คุณ จะเอาชื่อคุณมาใส่ไว้ในโฉนดทุกใบ จะกราบกรานขอร้องให้คุณกลับมา... ขอร้องล่ะริน อย่าใจร้ายกับผมขนาดนี้เลย” “ฉันไม่ได้ใจร้ายค่ะ คินน์...” รินรดาก้มลงมองหน้าลูกชายตัวน้อยที่กำลังซบหน้าลงกับอกของเธอ พลางลูบกลุ่มผมนุ่มอย่างแผ่วเบาเพื่อปลอบประโลม “แต่สิ่งที่เรียกว่า ‘ความไว้วางใจ’ เมื่อมันพังลงไปแล้ว ต่อให้คุณเอาทองคำทั้งโลกมาถมลงไป มันก็ประกอบกลับคืนมาเป็นเหมือนเดิมไม่ได้หรอกค่ะ” บรรยากาศภายในห้องเงียบงันลงชั่วขณะ มีเพียงเสียงสะื้นเบาๆ ของคินน์และเสียงลมหายใจเข้าออกอย่างสม่ำเสมอของเด็กน้อยในอ้อมกอด หัวใจของรินรดากำลังสั่นไหวเล็กน้อย ไม่ใช่เพราะความสงสาร... แต่เป็นเพราะความเหนื่อยล้า เธอคิดว่าการได้เห็นผู้ชายที่เคยเหยียบยยำเธอต้องมาคุกเข่าอ้อนวอนแบบนี้จะทำให้เธอรู้สึกสะใจ แต่เปล่าเลย... มันกลับว่างเปล่า มันสายเกินไปที่จะเยียวยา และสายเกินไปที่จะกลับไปจุดเริ่มต้น “กลับไปเถอะค่ะ” รินรดาเอ่ยตัดบทด้วยน้ำเสียงเด็ดเดี่ยว เธออุ้มร่างของลูกชายขึ้นแนบอก เตรียมจะเดินเลี่ยงผ่านร่างสูงที่ยังคงคุกเข่าอยู่บนพื้น “เราต่างคนต่างอยู่กันเถอะนะคะ ถือว่าความสัมพันธ์ของเรามันขาดสะบั้นลงตั้งแต่สามปีที่แล้วแล้ว...” “เดี๋ยวก่อนริน...!” คินน์ผุดลุกขึ้นยืนพรวดพราง ร่างสูงก้าวเข้าไปขวางทางประตูไว้ด้วยความลนลาน ดวงตาแดงก่ำมองตรงมาที่เธอด้วยความหวังเฮือกสุดท้าย “ถ้าคุณไม่เห็นแก่ผม... เห็นแก่ลีโอ... คุณก็ลองฟังเรื่องนี้ก่อน... เรื่องของพ่อคุณ...” เท้าของรินรดาชะงักก้าง ร่างบางแข็งทื่อไปชั่วขณะ หัวใจกระตุกวูบอย่างรุนแรงเมื่อได้ยินชื่อของบุพการีที่ขาดการติดต่อกันไปนาน “พ่อฉัน... ทำไมคะ?” เธอหันกลับมาถาม น้ำเสียงสั่นพร่าโดยไม่รู้ตัว คินน์สูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อตั้งสติ มือหนายื่นซองเอกสารสีน้ำตาลยับยู่ยี่ที่พกติดตัวไว้ออกมาข้างหน้า ดวงตาคมฉายแววความเจ็บปวดระคนหวatกลัวอย่างเห็นได้ชัดเมื่อต้องเอื้อนเอ่ยประโยคถัดมา “พ่อของคุณไม่ได้เพิ่งเสียชีวิตด้วยโรคหัวใจอย่างที่คุณเข้าใจเมื่อปีที่แล้วหรอกนะริน... แต่ท่านถูกฆาตกรรม... และหลักฐานชิ้นสุดท้ายก่อนที่ท่านจะสิ้นใจ มันอยู่ในมือก2ของคนที่คุณกำลังจะแต่งงานด้วยในสัปดาห์หน้าคนนั้นต่างหาก!” *กึก!* โลกทั้งใบคล้ายหยุดหมุน รินรดารู้สึกเหมือนมีสายฟ้าฟาดลงกลางกระหม่อม ซองเอกสารในมือของคินน์ร่วงหล่นลงแทบเท้า เผยให้เห็นภาพถ่ายใบหนึ่งที่หลุดออกมาจากซอง... ภาพของชายหนุ่มอนาคตไกลคู่หมั้นคนปัจจุบันของเธอกำลังยืนถือโฉนดที่ดินผืนสุดท้ายของตระกูลเธอ พร้อมรอยยิ้มเยาะเย้ยที่ชวนให้ขนหัวลุก! --- ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางและอินไปกับความเจ็บปวดนี้ด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ **- มิคายามวิกาล -**
สารจากนักเขียน (มิคายามวิกาล)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณพ่อครับ... แม่บอกว่าคุณเป็นแค่คนแปลกหน้า นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%