กลิ่นอายความชื้นของฝนที่เพิ่งขาดเม็ดในยามพลบค่ำ ลอยอบอวลอยู่เบื้องหน้าหน้าต่างกระจกบานแคบของอพาร์ตเมนต์เก่าแก่ย่านชานเมือง รินรดาผ่อนลมหายใจยาวเหยียด ปลายนิ้วเรียวยังคงละเลียดเช็ดหยดน้ำบนแก้มกลมๆ ของเด็กชายตัวน้อยที่เพิ่งผลอยหลับไปหลังจากร้องงอแงอยากกินนมอุ่นๆ สามปีที่ผ่านมา... เธอใช้หยาดเหงื่อและลมหายใจทุกวินาทีเพื่อสร้างโลกใบเล็กๆ ใบนี้ขึ้นมา โลกที่ไม่มีเงาของชายผู้เย่อหยิ่งคนนั้น โลกที่ความสุขวัดค่าได้จากรอยยิ้มบริสุทธิ์ของลูกชาย ไม่ใช่ตัวเลขในบัญชีธนาคารหรือสถานะทางสังคมที่จอมปลอม
เสียงเคาะประตูกระชั้นชิดดังขึ้นสามครั้งในความเงียบงัด ขัดจังหวะความคิดของหญิงสาวให้สะดุดลง รินรดาขมวดคิ้วมุ่นด้วยความแปลกใจ ดึกดื่นป่านนี้ ไม่มีใครรู้พิกัดที่ซ่อนตัวของเธอและลูก นอกเสียจากเจ้าاحของหอพักที่เพิ่งจ่ายค่าเช่าล่วงหน้าไปเมื่อช่วงบ่าย
ร่างระหงก้าวช้าๆ ไปยังประตูกับมือที่กำลูกบิดแน่นโดยไม่ทันระวัง เมื่อแง้มเปิดออกกว้างพ้นบานพับ รัศมีแสงไฟสีส้มสลัวจากทางเดินสาดกระทบเข้ากับใบหน้าคมสันที่คุ้นเคยจนน่ากลัว ดวงตาคู่คมที่เคยราบเรียบราวกับพื้นน้ำแข็งบัดนี้ไหวระริก เต็มไปด้วยความเหนื่อยล้า ร่องรอยการเดินทางไกล และประกายไฟบางอย่างที่รินรดาจำต้องถอยหลังกรูดโดยสัญชาตญาณ
"คุณ..." เสียงหวานสั่นพร่าหลุดลอดริมฝีปากที่เม้มเข้าหากันแน่น
คินน์ ธนดล ไม่รอให้เธออนุญาต ร่างสูงใหญ่ก้าวล้ำเข้ามาในห้องพักแคบๆ ทันที สายตาคมกริบกวาดมองไปรอบห้องอย่างรวดเร็ว ราวกับกำลังประเมินความยากลำบากที่เธอต้องเผชิญตลอดสามปีที่ผ่านมา กลิ่นน้ำหอมราคาแพงระเหยปะปนกับกลิ่นอายความเย็นยะเยือกที่เขาพกพามาจากโลกภายนอก ทำให้บรรยากาศในห้องที่เคยอบอุ่นกลับอึดอัดจนแทบหายใจไม่ออก
"เธอคิดว่าจะซ่อนตัวพ้นไปได้ตลอดชีวิตอย่างนั้นเหร่อรินรดา?" น้ำเสียงทุ้มต่ำรอดไรฟันออกมา มันไม่ได้เกรี้ยวกราด แต่กลับเต็มไปด้วยแรงอารมณ์ที่ถูกกดทับไว้อย่างน่ากลัว
"ที่นี่ไม่ใช่ที่ของคุณ ออกไปซะ!" รินรดาเชิดหน้าขึ้น พยายามรวบรวมเศษเสี้ยวความเข้มแข็งทั้งหมดที่มีมาต้านทานแววตาคุกคามคู่นั้น แม้หัวใจจะเต้นรัวจนแทบกระเด็นหลุดออกมานอกอก "เราหย่ากันแล้ว และคุณก็ไม่มีสิทธิอะไรในตัวฉันอีก"
คินน์หัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความขบขัน มันเยียบเย็นและบาดลึกถึงขั้วหัวใจ ชายหนุ่มก้าวเข้ามาใกล้เรื่อยๆ จนรินรดาต้องถอยร่นไปจนแผ่นหลังชนติดกับชั้นวางหนังสือเก่าๆ "หย่า? ใครเป็นคนเซ็นเอกสารใบนั้น? ฉันจำได้ว่าฉันไม่เคยยินยอมให้อิสระกับเธอ รินรดา... เธอต่างหากที่หนีไป พร้อมกับขโมยบางอย่างที่สำคัญที่สุดในชีวิตฉันไปด้วย"
สายตาของคินน์เบนเลยผ่านร่างบางไปหยุดลงที่เตียงนอนขนาดเล็กมุมห้อง บนนั้น... เด็กชายวัยสามขวบกำลังนอนขดตัวซุกผ้าห่ม ลมหายใจเข้าออกสม่ำเสมอ ใบหน้าจิ้มลิ้มและแพขนตายาวงอนนั้นถอดแบบมาจากใครบางคนอย่างไม่ต้องสงสัย
ลมหายใจของคินน์สะดุดกึก เขารู้สึกราวกับถูกสายฟ้าฟาดเข้ากลางกระหม่อม ภาพเด็กผู้ชายตัวเล็กๆ คนนี้ไม่ใช่แค่เด็กแปลกหน้า แต่เป็นเงาสะท้อนของตัวเขาเองในวัยเด็ก ยิ่งไปกว่านั้น... แวบหนึ่งที่เขาจำได้คือรอยยิ้มและเสียงหัวเราะที่เขาเคยบังเอิญได้ยินผ่านสายโทรศัพท์เมื่อหลายเดือนก่อน
ขายาวก้าวผ่านรินรดาไปอย่างรวดเร็วจนเธอเอื้อมมือคว้าแทบไม่ทัน คินน์ทรุดตัวลงคุกเข่าข้างเตียงเล็กๆ นั้น มือหนาสั่นเทาเล็กน้อยยื่นไปปัดปอยผมที่ปรกหน้าผากของเด็กน้อยออกอย่างแผ่วเบา ราวกับกลัวว่าภาพตรงหน้าจะเป็นเพียงภาพลวงตาที่จะสลายหายไปหากเขาออกแรงสัมผัสแรงเกินไป
"ลีโอ..." คินน์พึมพำชื่อนั้นออกมาด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครืออย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อนในชีวิต ความเย่อหยิ่งและเย็นชาทั้งมวลพังทลายลงในพริบตา เมื่อปลายนิ้วของเขาแตะโดนพวงแก้มอุ่นนุ่มนั้น หัวใจที่ด้านชามาตลอดหลายปีกลับเต้นระรัวด้วยความรู้สึกที่อธิบายเป็นคำพูดไม่ได้ สายใยเลือดเนื้อเชื้อไขที่เชื่อมโยงกันอย่างลึกลับกำลังร้องเรียกหาเด็กน้อยคนนี้
รินรดายืนมองภาพนั้นด้วยหัวใจที่บีบรัด น้ำตาคลอหน่วยด้วยความหวาดกลัว เธอรู้ดีว่านี่คือจุดจบของความสงบสุขที่เธอเพิ่งไขว่คว้ามาได้
"อย่าแตะต้องลูกฉันนะ!" รินรดาพุ่งเข้าไปหมายจะดึงมือเขาออก แต่คินน์กลับหันมาคว้าข้อมือเธอไว้ด้วยมือข้างเดียว แรงบีบไม่ได้หนักหน่วงจนเจ็บ แต่เด็ดขาดและไม่อาจขัดขืน
คินน์ค่อยๆ ลุกขึ้นยืนช้าๆ ใบหน้าคมคายหันกลับมามองเธอ ดวงตาคู่คมแดงก่ำด้วยหยาดน้ำตาที่สะกดกลั้นไว้ "ลูก... เด็กคนนี้คือลูกของเราสินะรินรดา ทำไมเธอถึงใจร้ายขนาดนี้? กล้าดียังไงถึงปิดบังเรื่องสายเลือดของฉันจากฉันมาได้ตั้งสามปี?"
"แล้วคุณล่ะคินน์!" รินรดาตวาดกลับ น้ำตาที่อดกลั้นมานานไหลทะลักอาบแก้ม เสียงสะอื้นหลุดลอดออกมาพร้อมกับความอัดอั้นตันใจทั้งหมด "คุณเคยสนใจฉันไหม? คุณเคยเห็นค่าของฉันนอกจากเป็นผู้หญิงประดับบารมีในบ้านหลังนั้นหรือเปล่า? วันที่ฉันแท้งลูกคนแรก คุณยังบอกเลยว่ามันเป็นแค่ความสะเพร่าของฉันเอง! แล้วถ้าฉันบอกคุณเรื่องลีโอ... คุณก็จะมองเขาเป็นแค่เครื่องมือทางธุรกิจ หรือไม่ก็เขี่ยเราสองคนแม่ลูกทิ้งเหมือนเศษขยะอยู่ดี!"
คำพูดเชือดเฉือนนั้นพุ่งตรงเข้าปักอกคินน์ราวกับคมมีด ทุกคำคือความจริงที่เขาไม่มีสิทธิปฏิเสธ อดีตอันโหดร้ายที่เขาเคยสร้างขึ้นด้วยมือตัวเองกำลังย้อนกลับมาลงทัณฑ์เขาอย่างสาสม ร่างสูงชะงักงัน หัวใจปวดแปลบราวกับถูกบีบขยี้จนแหลกเหลว
แต่ก่อนที่คินน์จะได้เอื้อnคำใดเพื่อแก้ตัว เสียงฝีเท้าหนักๆ และเสียงทุบประตูดังสนั่นจากด้านนอกก็ขัดจังหวะขึ้น พร้อมกับเสียงตะโกนโหวเหวกที่ทำให้หัวใจของรินรดาดิ่งวูบลงสู่ตาตุ่ม
"เปิดประตูตรวจห้องเดี๋ยวนี้! มีการแจ้งเบาะแสว่ามีบุคคลต้องสงสัยหลบหนีเข้ามา!" เสียงเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของอาคารดังแทรกเข้ามา พร้อมเสียงไขกุญแจสำรองที่ดังแกรกกราก
รินรดาหน้าซีดเผือด เธอหันไปมองหน้าคินน์ด้วยความตื่นตระหนกสุดขีด ที่นี่ไม่ใช่เขตอภัยทาน และการที่นักธุรกิจชื่อดังระดับประเทศปรากฏตัวอยู่ในอพาร์ตเมนต์ซอมซ่อกลางดึกย่อมไม่ใช่เรื่องบังเอิญ... และยิ่งไปกว่านั้น การ์ดและบอดี้การ์ดของคินน์ที่ตามสะกดรอยเขามาคงกำลังปิดล้อมตึกนี้ไว้ทั้งหมดแล้ว!
คินน์ขมวดคิ้วแน่น เขารวบร่างบางเข้ามาประชิดตัวโดยไม่เปิดโอกาสให้เธอได้ตั้งตัว ดวงตาคมกราบกรานมองประตูห้องที่กำลังจะถูกเปิดออกด้วยแววตาดุดัน
"ถ้าไม่อยากให้ใครหน้าไหนมาพรากลูกไปจากเธอ..." คินน์กระซิบชิดริมหูของเธอ น้ำเสียงทุ้มต่ำจริงจังจนน่ากลัว "ก็เงียบซะ... แล้วยอมให้สามีคนนี้จัดการทุกอย่างเอง... ที่รัก"
ประตูกระแทกเปิดผางออกพร้อมกับแสงไฟจ้าที่สาดส่องเข้ามา แต่ภาพที่ปรากฏเบื้องหน้าเจ้าหน้าที่และบุคคลแปลกหน้ากลับไม่ใช่การต่อสู้... หากแต่เป็นร่างสูงใหญ่ของนักธุรกิจหนุ่มผู้ทรงอิทธิพล ที่กำลังยืนโอบกอดอดีตภรรยาไว้แนบอก พร้อมกับปรายตามองผู้บุกรุกด้วยรังสีอำมหิตที่แผ่ซ่านจนทุกคนต้องผถอยหลังกรูด
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางเคียงข้างและสัมผัสห้วงอารมณ์อันเปราะบางนี้ร่วมกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ
(มิคายามวิกาล)
คุณพ่อครับ... แม่บอกว่าคุณเป็นแค่คนแปลกหน้า•ตอนที่ 24
พบกันที่ปลายทาง
ผลงานโดย มิคายามวิกาล
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (มิคายามวิกาล)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณพ่อครับ... แม่บอกว่าคุณเป็นแค่คนแปลกหน้า นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!