กลิ่นอายความชื้นของฝนที่เพิ่งซาลงเคล้าคลอไปกับกลิ่นดินและไอแดดอ่อนๆ ยามบ่ายของตลาดสดชุมชนชานเมือง ไม่ได้ทำให้บรรยากาศรอบตัวคินน์ผ่อนคลายลงเลยแม้แต่น้อย ในทางกลับกัน... อากาศที่อบอ้าวนี้กลับยิ่งโหมกระพือไฟโทสะและความสับสนระคนตกใจในอกของเขาให้ลุกโชนขึ้นจนแทบแผดเผา
"รินรดา..."
คินน์เค้นเสียงลอดไรฟันออกมาทีละคำอย่างยากเย็น ดวงตาดุดจดจ้องร่างสั่นเทาของอดีตภรรยา สลับกับเด็กชายตัวน้อยที่ยืนกะพริบตาปริบๆ อยู่ข้างกายเธอ "นี่มันหมายความว่ายังไง... เด็กนี่เป็นใคร?!"
ความเงียบงันชั่วขณะหนึ่งราวกับถูกยืดออกให้ยาวนานนับกัลป์ รินรดากัดริมฝีปากจนห่อเลือด ความหวาดกลัวที่เคยฝังรากลึกในใจเมื่อครั้งยังเป็นภรรยาผู้ยอมจำนนถูกแทนที่ด้วยความเด็ดเดี่ยวอย่างไม่น่าเชื่อ เธอขยับกายเข้าไปยืนบังร่างเล็กของเด็กชายไว้มิดชิด ราวกับแม่นกที่กำลังปกป้องลูกน้อยจากพญาอินทรีผู้กระหายเลือด
"ไม่ใช่เรื่องที่... คุณจะต้องมารู้ค่ะคุณคินน์" เสียงของเธอสั่นพร่าแต่กลับแข็งกร้าวในความหมาย รินรดาเชิดหน้าขึ้น แม้ขาทั้งสองข้างจะแทบพยุงร่างตัวเองไม่ไหว "เราหย่ากันแล้ว... ชีวิตของฉัน และทุกอย่างที่เป็นของฉัน ไม่เกี่ยวกับคุณอีกต่อไป"
"ไม่เกี่ยวกับฉันงั้นเหรอ?!" คินน์แค่นหัวเราะในลำคอ รอยยิ้มหยันปรากฏขึ้นบนใบหน้าหล่อเหลาที่บิดเบี้ยวด้วยความโกรธ "เธอคิดว่าฉันตาบอดหรือไงรินรดา! เด็กคนนั้น... หน้าตา ท่าทาง แม้กระทั่งไฝที่หางตาซ้ายนั่น... มันถอดแบบมาจากฉันเด๊ะๆ ยิ่งกว่าเอาพิมพ์มาปั๊มเสียอีก!"
สายตาคมกริบของนักธุรกิจหนุ่มผู้ทรงอิทธิพลกวาดมองเด็กชายวัยสามขวบที่ซ่อนอยู่หลังกระโปรงของมารดา ดวงตากลมโตสุกใสคู่นั้น จมูกโด่งรั้นรั้น และริมฝีปากหยักได้รูป... มันคือกระจกเงาที่สะท้อนภาพวัยเด็กของเขาเองไม่มีผิดเพี้ยน สายใยบางเบาแต่ทรงพลังบางอย่างกระชากใจของคินน์อย่างรุนแรงจนเขาต้องก้าวถอยหลังไปครึ่งก้าว
หัวใจที่เคยด้านชาและถูกมองว่าไร้หัวใจของคินน์ ธนดล กลับเต้นระรัวอย่างบ้าคลั่ง มันไม่ใช่ความโกรธเกรี้ยวอีกต่อไปแล้ว... แต่มันคือความตื่นตระหนก ความไม่เชื่อสายตา และความจริงอันน่าตกตะลึงที่กำลังพุ่งเข้าชนโสตประสาท
*เด็กนี่... ลูกของเขาอย่างนั้นหรือ?*
"คุณลุงขา... คุณแม่เจ็บนะฮะ"
เสียงใสแจ๋วราวกับระฆังแก้วดังขึ้น ทำลายบรรยากาศที่ตึงเครียดลงชั่วขณะ น้องลีโอชะโงกหน้าออกมาจากด้านหลังของรินรดา ดวงตากลมโตใสแป๋วไร้เดียงสาคู่นั้นกะพริบปริบๆ มองชายแปลกหน้าผู้มีใบหน้าดุร้ายด้วยความหวาดกลัวเล็กน้อย แต่มือเล็กๆ กลับเอื้อมไปดึงชายเสื้อของมารดาไว้แน่น
คินน์ชะงักงัน ลมหายใจของเขาติดขัด ภาพตรงหน้าพร่าเลือนไปชั่วขณะเมื่อสบเข้ากับดวงตาคู่นั้น ดวงตาที่ราวกับหลุดออกมาจากเงาของตัวเขาเอง ร่างสูงใหญ่ทรุดตัวลงคุกเข่าลงข้างหนึ่งกับพื้นตลาดที่เปียกชื้นไม่ใส่ใจว่ากางเกงราคาแพงจะเปื้อนโคลน เขายื่นมือสั่นเทาออกไปหมายจะแตะต้องแก้มเนียนนุ่มของเด็กน้อย
"ลีโอ... ถอยไปลูก อย่าเข้าใกล้เขา!" รินรดาร้องห้ามเสียงหลง เธอหวาดกลัวเหลือเกิน หวาดกลัวว่าอดีตสามีผู้ไร้หัวใจคนนี้จะกระชากลูกชายดวงใจของเธอไปจากอก เหมือนกับที่เขาเคยทำลายจิตใจเธอจนไม่เหลือชิ้นดีในอดีต
"ริน! ฉันแค่อยาก..." คินน์เงยหน้าขึ้นมองอดีตภรรยา แววตาที่เคยแข็งกร้าวและเต็มไปด้วยความเย่อหยิ่งบัดนี้กลับเต็มไปด้วยความร้าวรานและคำถามมากมายมหาศาล "ทำไม... ทำไมเธอถึงซ่อนเขาจากฉัน? ทำไมเธอถึงใจร้ายขนาดนี้รินรดา!"
"ฉันใจร้ายเหรอคะ?" น้ำตาที่พยายามกลั้นไว้ของรินรดาไหลทะลักออกมาในที่สุด เสียงหัวเราะเยาะหยันหลุดออกมาจากริมฝีปากที่สั่นระริก "คนที่ใจร้ายและเหยียบย่ำศักดิ์ศรีของคนอื่นจนไม่เหลือชิ้นดี... มันคือฉันหรือคุณกันแน่, คุณคินน์!"
ความทรงจำอันเจ็บปวดในคืนวันเก่าๆ ไหลย้อนกลับมาดั่งสายน้ำเชี่ยวกราก วันที่เธอตั้งครรภ์และพยายามบอกเขา วันที่เขาปัดป่าวดูดายและบอกว่าเด็กคนนี้อาจไม่ใช่ลูกของเขา วันที่เขาไล่เธอออกจากคฤหาสน์หลังโตโดยไม่ใยดี รินรดากลืนก้อนสะอื้นลงคอ ความเจ็บปวดตลอดสามปีที่ผ่านมาหล่อหลอมให้เธอกลายเป็นผู้หญิงที่เข้มแข็งเกินกว่าจะยอมจำนนให้เขาขยี้ซ้ำสอง
"จำไม่ได้เหรอคะ... วันที่คุณบอกว่าเด็กคนนี้เป็นแค่ภาระ เป็นความผิดพลาดที่คุณไม่ต้องการ วันที่คุณเซ็นใบหย่าแล้วปัดส่งเงินมาให้ตัดขาดกันเหมือนทานเศษเงินให้ทาน!" รินรดากระซิบเสียงลอดไรฟัน ดวงตาแดงก่ำจ้องมองอดีตสามีเขม็ง "ตอนนี้คุณจะมาเรียกร้องอะไรจากเด็กที่พ่อบอกว่า 'ไม่อยากมีตั้งแต่แรก' ล่ะคะ!"
คินน์นิ่งอึ้ง คำพูดของเธอดั่งคมมีดที่กรีดลงบนแผลฉกรรจ์ในใจ เขาย้อนนึกถึงอดีต... ใช่ เขาเคยพูดแบบนั้น เขาเคยผลักไสเธอเพราะความเย่อหยิ่งและทิฐิอันไร้สาระ โดยไม่เคยเฉลียวใจเลยว่า ผู้หญิงที่ก้มหน้ายอมรับชะตากรรมมาตลอดคนนั้น จะมีความลับที่ยิ่งใหญ่ที่สุดซ่อนอยู่
มือหนาของคินน์ลดลงช้าๆ เขามองเด็กชายตัวน้อยที่ตอนนี้ซุกตัวเข้าสู่อ้อมกอดของมารดา รินรดารีบอุ้มลีโอขึ้นแนบอก หันหลังเตรียมจะก้าวเดินหนีไปจากสถานการณ์นี้ทันที
"เดี๋ยวก่อนริน!" คินน์ลุกขึ้นยืนพรวดพruad ก้าวตามไปคว้าข้อมือเรียวไว้แน่น แรงบีบไม่ได้รุนแรงเหมือนก่อน แต่มันเต็มไปด้วยความเวทนาและดื้อรั้นที่จะไม่ยอมปล่อย "ปล่อยฉันนะ!" รินรดาตวาดลั่น พยายามบิดข้อมือออก "ฉันไม่ปล่อย..." คินน์พึมพำเสียงพร่า ดวงตาคมกริบมองลึกลงไปในดวงตาของเธอ "ถ้าเขาเป็นลูกของฉัน... ฉันมีสิทธิ์ที่จะรู้ มีสิทธิ์ที่จะดูแลเขา!"
"คุณไม่มีสิทธิ์อะไรทั้งนั้น!" เสียงทุ้มต่ำและทรงอำนาจอีกเสียงหนึ่งดังแทรกขึ้นท่ามกลางความชุลมุนของตลาดสด
คินน์ชะงัก หันขวับไปตามเสียงนั้น ร่างสูงโปรสง่าของชายหนุ่มในชุดสูทเนี๊ยบก้าวเข้ามาหยุดยืนเคียงข้างรินรดา มือหนาอีกข้างเอื้อมแตะไหล่บางของเธออย่างสนิทสนมและปกป้อง ดวงตาคมปลาบของชายแปลกหน้าจ้องมองคินน์ด้วยรอยยิ้มเยือกเย็นที่ชวนให้เลือดในกายจับตัวเป็นน้ำแข็ง
"เพราะในฐานะ 'พ่อ' ของน้องลีโอ... ผมดูแลพวกเขามาตลอดสามปีที่ผ่านมา และผมไม่มีทางยอมให้คุณมาพรากครอบครัวของเราไปแน่ครับ, คุณธนดล"
ดวงตาของคินน์เบิกกว้างขึ้นอย่างตกตะลึง เลือดในกายสูบฉีดจนหูอื้ออึง ร่างกายชาวาบไปทั่วสรรพางค์เมื่อได้ยินคำประกาศกร้าวจากชายผู้มาใหม่
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางและดำดิ่งไปกับความเจ็บปวดนี้ด้วยกันนะคะ
- มิคายามวิกาล
คุณพ่อครับ... แม่บอกว่าคุณเป็นแค่คนแปลกหน้า•ตอนที่ 6
เด็กชายที่หน้าเหมือนฉัน
ผลงานโดย มิคายามวิกาล
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (มิคายามวิกาล)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณพ่อครับ... แม่บอกว่าคุณเป็นแค่คนแปลกหน้า นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!