คุณพ่อครับ... แม่บอกว่าคุณเป็นแค่คนแปลกหน้า•ตอนที่ 2

ความลับใต้เงา

ผลงานโดย มิคายามวิกาล
“เซ็นให้จบเสียที แล้วเอาตัวลูกออกไปจากที่นี่ให้พ้นสายตาฉัน!” เสียงทุ้มต่ำที่เย็นเยียบดุจน้ำแข็งขั้วโลกของคินน์ ธนดล ไม่ได้สั่นไหวแม้แต่น้อย มันคือถ้อยคำพิพากษาที่เขาตั้งใจจะมอบให้ผู้หญิงที่เขามองว่า ‘ไร้ค่า’ มาตลอดสามปี ทว่าใบหย่าที่วางอยู่บนพรมนั้นกลับไร้ลายเซ็นของรินรดา เธอไม่ได้ก้มลงเก็บมัน เธอเพียงแต่มองเอกสารแผ่นนั้นด้วยสายตาว่างเปล่า ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตาชายผู้เป็นสามีในนามด้วยรอยยิ้มที่ทำให้หัวใจของคินน์กระตุกวูบอย่างประหลาด “ถ้าฉันไป... คุณจะได้รับสิ่งที่ต้องการแน่นอนค่ะ คุณคินน์” รินรดากล่าวเสียงเรียบ ทว่าสั่นเครือในตอนท้าย มือบางลูบไล้หน้าท้องแบนราบของตนเองภายใต้ชุดเดรสสีครีมอย่างแผ่วเบา โดยที่ชายหนุ่มไม่มีวันสังเกตเห็น “แต่ก่อนจะจากกัน ฉันขอยืนยันคำเดิม... ในวันที่คุณตัดสินใจจะทิ้งเราไปจริงๆ วันนั้นคนที่จะเป็นคนแปลกหน้าสำหรับคุณ... คือตัวคุณเอง” คินน์แค่นหัวเราะในลำคอ สายตาคมกริบมองดูท่าทีที่เปลี่ยนไปของภรรยา เขาชินชากับการยอมจำนนที่ไร้จุดยืนของเธอมาตลอด แต่วันนี้กลับมีบางอย่างที่ต่างออกไป รินรดาดูเด็ดเดี่ยว... เหมือนคนที่ไม่เหลือเยื่อใยให้เขาอีกต่อไปแล้ว เขาก้าวเดินข้ามแผ่นกระดาษบนพื้นไปประชิดตัวเธอ กลิ่นน้ำหอมอ่อนๆ ที่เธอใช้มาตลอดสามปีมันช่างขัดกับความรู้สึกที่เขามีต่อเธอเหลือเกิน เขาเชยคางมนขึ้น สัมผัสถึงความเย็นของผิวแก้มเธอ แต่รินรดากลับเบือนหน้าหนีอย่างรวดเร็ว “อย่ามาทำเป็นเล่นละครรักรันทดใส่ฉัน รินรดา ความอดทนของฉันมันมีขีดจำกัด” “ฉันไม่ได้เล่นละครค่ะ แต่ฉันกำลังจะเริ่มชีวิตใหม่... ชีวิตที่ไม่มีคุณ” รินรดาตอบกลับ เธอหมุนตัวเดินไปหยิบกระเป๋าเดินทางที่จัดเตรียมไว้ตั้งแต่เมื่อคืน ความเงียบงันเข้าปกคลุมห้องโถงกว้างใหญ่ที่เคยดูอบอุ่นในวันที่เริ่มแต่งงาน แต่ตอนนี้มันกลับดูเหมือนกรงขังทองคำที่น่าสะอิดสะเอียน เธอเดินผ่านหน้าเขาไปโดยไม่หันกลับมามองอีกเลย แม้ว่าในใจจะกรีดร้องด้วยความเจ็บปวดจากการถูกปฏิเสธซ้ำแล้วซ้ำเล่า แต่ในฐานะแม่ เธอไม่มีสิทธิ์อ่อนแอ ลูกในครรภ์ที่ยังไม่ลืมตาดูโลกคือเหตุผลเดียวที่ทำให้เธอยังมีลมหายใจอยู่ในขณะนี้ เสียงฝีเท้าของเธอดังสะท้อนไปตามทางเดินหินอ่อน รินรดาพยายามก้าวให้เร็วที่สุดเพื่อหนีจากอ้อมกอดของความทรงจำที่คอยกัดกินหัวใจ ความลับที่เธอแบกไว้ไม่ได้มีเพียงแค่ชีวิตใหม่ในท้อง แต่มันคือการปกป้องชีวิตที่เหลืออยู่เพียงหนึ่งเดียวของเธอจากชายที่เป็นพ่อของเด็ก ทว่าเขากลับไม่มีวันคู่ควรกับการได้รับรู้ถึงการมีอยู่ของทายาทคนนี้ เมื่อรินรดามาถึงหน้าคฤหาสน์ รถแท็กซี่คันหนึ่งจอดรออยู่แล้ว เธอหันกลับไปมองโครงสร้างสถาปัตยกรรมที่ดูหรูหรานั้นเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนจะก้าวขึ้นรถ ทันใดนั้น เสียงประตูใหญ่ของคฤหาสน์ก็เปิดออกกว้าง พร้อมกับการปรากฏตัวของบอดี้การ์ดที่เดินตามหลังคินน์ออกมา “รินรดา! หยุดอยู่ตรงนั้น!” เสียงตะโกนของคินน์ไล่หลังมา รินรดาชะงักมือที่กำลังจะปิดประตูรถ หัวใจของเธอเต้นรัวเหมือนกลองรบ เธอไม่ได้หันไปมองเขา เธอเพียงแค่กระซิบกับตัวเองเบาๆ ว่า ‘เพื่อลูก’ ก่อนจะสั่งคนขับรถให้เคลื่อนตัวออกไปทันที คินน์ยืนกำหมัดแน่น มองดูรถคันนั้นขับเคลื่อนลับสายตาไปด้วยความรู้สึกหงุดหงิดที่อธิบายไม่ได้ เขาไม่เคยสนใจเธอ ไม่เคยแม้แต่จะชายตามอง แต่ทำไมเมื่อเห็นเธอเดินจากไปจริงๆ ถึงได้มีความรู้สึกเหมือนบางอย่างในอกกำลังถูกกระชากออกไป เขาหันหลังกลับเดินกลับเข้าสู่คฤหาสน์ ทว่าสายตาเหลือบไปเห็นตุ๊กตาไม้ตัวเล็กๆ ตกอยู่บนพื้นใกล้กับประตูที่เธอเพิ่งเดินผ่านไปเมื่อครู่ คินน์ก้มลงหยิบมันขึ้นมา มันเป็นของเล่นที่เขาจำได้ว่าเคยถูกโยนทิ้งไปในกองขยะเพราะความรำคาญใจที่เห็นมันวางเกะกะในบ้าน เขาสงสัยเหลือเกินว่าทำไมเธอถึงเก็บมันไว้... และทำไมหัวใจของเขาถึงได้เต้นแรงผิดปกติในจังหวะที่มองไปยังถนนสายนั้น ในขณะเดียวกัน ที่บ้านพักหลังเล็กในมุมเมืองที่ห่างไกล รินรดานั่งลงบนเตียงไม้เก่าๆ เธอนำมือทาบบนหน้าท้องด้วยความรักที่เปี่ยมล้น เธอหยิบรูปถ่ายใบหนึ่งออกมาจากกระเป๋า มันไม่ใช่รูปของคินน์ แต่เป็นรูปของเธอตอนเด็กๆ ที่เก็บไว้ดูต่างหน้า *แม่สัญญาค่ะ... ไม่ว่าคนคนนั้นจะเป็นพ่อที่ใจร้ายแค่ไหน แม่จะไม่มีวันให้เขามาทำลายหัวใจของลูกได้* แต่แล้วจังหวะชีวิตที่ดูเหมือนจะสงบสุขก็ถูกกระชากจนขาดวิ่น เมื่อเสียงเคาะประตูที่รุนแรงดังขึ้นในยามวิกาล รินรดาสะดุ้งสุดตัว ความกลัวแล่นริ้วขึ้นมาในอก เธอรีบเก็บรูปถ่ายและกระเป๋าเดินทางไว้ใต้เตียง ก่อนจะค่อยๆ ย่องไปที่ประตู เสียงฝีเท้าภายนอกดูหนักแน่นและเด็ดขาดเกินกว่าจะเป็นคนรู้จัก “รินรดา... ฉันรู้ว่าเธออยู่ในนั้น” เสียงที่คุ้นเคยจนน่าสะพรึงกลัวดังก้องผ่านบานประตูไม้ที่บางเฉียบ คินน์ ธนดล ยืนอยู่ตรงนั้นจริงๆ ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความโกรธเกรี้ยวที่ถูกปิดบังด้วยความสับสน เขาก้าวเข้ามาในบ้านหลังจากถีบประตูจนกลอนหลุดกระเด็น สายตาของเขาจ้องเขม็งไปยังรินรดาที่ตัวสั่นเทาอยู่มุมห้อง ก่อนที่สายตาของเขาจะเลื่อนลงไปหยุดอยู่ที่บริเวณหน้าท้องของเธอ... สายตาของเขาเปลี่ยนไปทันที ราวกับนักล่าที่พบเหยื่ออันล้ำค่าที่เขาตามหามาตลอด “ท้องงั้นเหรอ... รินรดา?” เขาเดินตรงเข้ามาหาเธอเหมือนเสือร้ายที่จ้องตะครุบ “นี่คือเหตุผลที่เธอทิ้งทะเบียนหย่าไว้ข้างหลังใช่ไหม? เธอคิดจะเก็บลูกของฉันไว้เป็นตัวประกัน เพื่อเรียกร้องอะไรที่มากกว่าเงินทองงั้นสินะ?” รินรดาถอยหลังจนชิดกำแพง เธอพยายามรวบรวมความกล้า “ออกไปจากที่นี่! เขาไม่ใช่ลูกของคุณ... เขาไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับคนใจร้ายอย่างคุณ!” คินน์เหยียดยิ้มที่มุมปาก ก่อนจะโน้มตัวลงมาใกล้จนปลายจมูกของเขาสัมผัสกับกลิ่นหอมอ่อนๆ จากผิวแก้มของเธอ “งั้นเหรอ? ถ้าผลตรวจออกมาว่าเป็นลูกฉัน... เธอคิดว่าฉันจะปล่อยให้เธอหนีไปพร้อมกับทายาทของธนดลได้ง่ายๆ จริงหรือ?” เขาหยิบใบแจ้งผลตรวจครรภ์ที่เธอเผลอทำตกไว้ในถุงของใช้บนโต๊ะขึ้นมาดู ก่อนจะเงยหน้ามองเธอด้วยแววตาที่ยากจะคาดเดา “ยินดีด้วยนะรินรดา... ชีวิตใหม่ของเธอจบลงตั้งแต่วินาทีที่ก้าวขาออกจากคฤหาสน์ของฉันแล้ว” รินรดารู้สึกเหมือนโลกทั้งใบกำลังจะพังทลายลงต่อหน้า เพราะในจังหวะที่คินน์กำลังจะคว้าแขนเธอ เสียงหัวเราะสดใสของเด็กน้อยวัย 3 ขวบคนหนึ่งก็ดังแทรกขึ้นมาจากห้องนอนข้างๆ... เด็กน้อยผู้มีใบหน้าเหมือนคินน์ราวกับถอดพิมพ์ออกมาไม่ผิดเพี้ยน! คินน์หยุดชะงัก สายตาที่เคยจ้องมองรินรดาเบนไปที่เด็กน้อยที่กำลังเดินงัวเงียออกมาจากห้องนอน แล้วความเงียบงันก็เข้าปกคลุมทุกอณูอากาศ... นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน? --- ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปกับความเจ็บปวดและแรงแค้นในบทนี้กับมิคายามวิกาลนะคะ
สารจากนักเขียน (มิคายามวิกาล)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณพ่อครับ... แม่บอกว่าคุณเป็นแค่คนแปลกหน้า นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%