คุณพ่อครับ... แม่บอกว่าคุณเป็นแค่คนแปลกหน้า•ตอนที่ 1

ใบหย่าที่รอคอย

ผลงานโดย มิคายามวิกาล
กลิ่นอายของกระดาษราคาแพงและหมึกพิมพ์สีดำสนิทบนแผ่นเอกสาร A4 สองแผ่นนั้น ช่างบาดลึกหัวใจของรินรดาเสียยิ่งกว่าคมมีด บนโต๊ะอาหารหรูหราสไตล์หลุยส์ที่ประดับด้วยเทียนหอมกลิ่นกุหลาบมอญ—ดอกไม้ที่คินน์มักจะสั่งให้แม่บ้านจัดเตรียมไว้ในทุกๆ วันครบรอบแต่งงาน ทว่าในรอบสามปีหลังมานี้ มันไม่เคยถูกจุดขึ้นด้วยความใส่ใจเลยแม้แต่ครั้งเดียว มีเพียงเปลวไฟสีส้มไหวระริกสะท้อนอยู่ในนัยน์ตาคู่คมกริบของสามีทางนิตินัย ผู้ซึ่งกำลังนั่งไขว่ห้างจิบไวน์แดงวินเทจราคาแพงลิบลิ่วราวกับโลกใบนี้ไม่มีสิ่งใดน่าสนใจไปกว่าของเหลวสีเข้มในแก้ว “คุณเงียบไปนานนะริน” เสียงทุ้มต่ำที่เคยทำให้หัวใจของเธอเต้นรำด้วยความหลงใหลเมื่อหลายปีก่อน บัดนี้กลับราบเรียบ ไร้ซึ่งอุณหภูมิ และเต็มไปด้วยความหยิ่งผยองที่ถูกหล่อหลอมขึ้นจากอำนาจและเงินตรา “ถ้าจะพูดเรื่องของขวัญครบรอบอีก... ผมบอกคุณแล้วว่าช่วงนี้โปรเจกต์ห้างสรรพสินค้าแห่งใหม่กำลังอยู่ในช่วงวิกฤต ผมไม่มีเวลามานั่งเล่นเกมครอบครัวสุขสันต์กับคุณหรอกนะ” รินรดาไม่ได้ตอบคำถามนั้นทันที เธอกวาดสายตามองใบหน้าหล่อเหลาที่พระเจ้าบรรจงสร้างขึ้นอย่างไร้ที่ติสันจมูกโด่งเป็นคม ดวงตาคมปลาที่มักจะมองคนอื่นเหมือนฝุ่นผง และริมฝีปากหยักลึกที่มักจะเอื้อIเอ่ยคำพูดเชือดเฉือนจิตใจเธอจนพรุน เธอเคยคิดว่าความอดทน ความยอมจำนน และความอ่อนหวานของเธอจะสามารถหลอมละลายก้อนน้ำแข็งในอกของเขาได้ ทว่าสามปีที่ผ่านมาเป็นเพียงเครื่องพิสูจน์แล้วว่า... น้ำแข็งไม่มีวันกลายเป็นไฟ และคนหมดรัก ต่อให้เธอตายต่อหน้า เขาก็คงแค่กะพริบตาแล้วสั่งให้คนมาเก็บกวาดศพให้อย่างรวดเร็วเท่านั้น “รินไม่ได้ต้องการของขวัญค่ะคุณคินน์” เธอกล่าวด้วยน้ำเสียงที่นิ่งสนิท ผิดไปจากทุกค่ำคืนที่ผ่านมาซึ่งมักจะเต็มไปด้วยคราบน้ำตาและการอ้อนวอน นิ้วเรียวสวยเลื่อนซองเอกสารสีน้ำตาลอ่อนที่วางอยู่ริมโต๊ะออกไปข้างหน้าอย่างช้าๆ แรงเสียดทานของกระดาษกับพื้นผิวไม้ขัดเงาเกิดเสียงแกรกเบาๆ แต่มันกลับดังสะท้อนก้องไปทั่วห้องอาหารที่เงียบสงัด คินน์ชะงักแก้วไวน์ที่กำลังจะจรดริมฝีปาก ดวงตาคมกริบเหลือบมองซองเอกสารนั้นแวบหนึ่ง ก่อนจะเลื่อนกลับมามองใบหน้าที่ซีดเซียวแต่ทว่าเรียบเฉยของภรรยา มุมปากหยักกระตุกขึ้นเป็นรอยยิ้มเยาะหยันตามนิสัย “อะไรอีกูล่ะ? หุ้นบริษัท? หรือว่าที่ดินแปลงใหม่ที่ภูเก็ต? ริน... คุณก็รู้ว่าช่วงนี้สภาพคล่องของธนดลกรุ๊ปไม่ได้อยู่ในจุดที่จะมาตามใจความอยากได้ของคุณ—” “ใบหย่าค่ะ” คำพูดเพียงสามคำถูกปล่อยออกมาจากริมฝีปากบางเฉียบของรินรดา ราวกับสายฟ้าที่ฟาดผ่าลงกลางห้องอาหารอันหรูหรา คินน์ถึงกับนิ่งค้าง รอยยิ้มเยาะบนใบหน้าแข็งกร้าวจนกลายเป็นความบึ้งตึง นัยน์ตาคู่คมหรี่แคบลงราวกับพยัคฆ์ร้ายที่กำลังจับจ้องเหยื่อผู้กล้าท้าทายอำนาจ “คุณว่ายังไงนะ?” เขาเน้นทีละคำ ราวกับไม่แน่ใจว่าประสาทการได้ยินของตนเองผิดปกติไปหรือไม่ “รินบอกว่า... ใบหย่าค่ะ” รินรดาทวนคำเดิม น้ำเสียงของเธอมั่นคงและเด็ดเดี่ยวอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน เธอยกมือขึ้นดันซองเอกสารให้ขยับเข้าไปใกล้เขาอีกนิด “อ่านดูให้ละเอียดนะคะ สามปีที่ผ่านมา คุณให้เกียรติรินในฐานะภรรยาแค่ในนาม ตอนนี้เราหมดพันธะทางกฎหมายต่อกันแล้วค่ะ รินไม่ได้เรียกร้องทรัพย์สินใดๆ ของตระกูลธนดลเลยแม้แต่บาทเดียว สิ่งเดียวที่รินต้องการ... คืออิสรภาพของรินคืนมา” คินน์วางแก้วไวน์ลงบนโต๊ะกระแทกเสียงดังจนของเหลวสีแดงกระฉอกออกมาปริ่มขอบ ร่างสูงใหญ่ผุดลุกขึ้นยืนเต็มความสูง แรงกดดันมหาศาลแผ่ซ่านออกมาจากตัวเขาจนบรรยากาศรอบกายเย็นเยียบลงถนัดตา เขาก้าวช้าๆ เข้ามาหารินรดาที่นั่งหลังตรงราวกับรูปปั้นสลัก ก่อนจะโน้มใบหน้าหล่อเหลาลงมาจนชิด จนลมหายใจอุ่นร้อนที่เจือกลิ่นแอลกอฮอล์ปะทะเข้ากับแก้มเนียนของเธอ “กล้ามากนะรินรดา” เสียงกระซิบของเขาต่ำลอดไรฟัน เต็มไปด้วยความโกรธเกรี้ยวที่ถูกปลุกเร้าขึ้นมาอย่างกะทันหัน “คุณคิดว่าคุณเป็นใคร ถึงกล้าเดินมาบอกเลิกผม? กล้าดียังไงเอาคำว่า ‘หย่า’ มายื่นใส่หน้าผมในวันครบรอบแต่งงานแบบนี้!” “แล้วคุณคินน์คิดว่ารินเป็นอะไรล่ะคะ?” รินรดาเงยหน้าขึ้นสบตาเขาอย่างไร้ความหวาดกลัว นัยน์ตาคู่สวยที่เคยฉายแววออดอ้อนและเจ็บปวด บัดนี้กลับว่างเปล่าไร้ก้นบึ้ง “เป็นนางบำเรอที่ถูกกฎหมาย? เป็นเครื่องประดับราคาแพงที่คุณคอยเอาไว้ควงออกงานสังคมเพื่อตบตาคนอื่น? หรือเป็นแค่คนแปลกหน้า... ที่บังเอิญนอนร่วมเตียงเดียวกันมาสามปีคะ?” คำว่า ‘คนแปลกหน้า’ กระแทกเข้าที่หัวใจของคินน์อย่างจัง ความรู้สึกแปลกประหลาดบางอย่างแล่นพล่านขึ้นมาในอก คล้ายกับความเจ็บแปล๊บที่เขาไม่เคยสัมผัสมาก่อน แต่มันถูกกลบฝังด้วยทิฐิอันสูงส่งและความเย่อหยิ่งที่ค้ำคอมาทั้งชีวิต “คุณพูดอะไรเพ้อเจ้อ!” คินน์กัดฟันกรอด มือหนาเอื้อมไปคว้าข้อมือเล็กของเธอไว้แน่นโดยอัตโนมัติ แรงบีบที่มากเกินไปทำให้รินรดานิหน้าด้วยความเจ็บปวด แต่เธอกลับไม่ยอมส่งเสียงร้องคร่ำครวญออกมาแม้แต่น้อย “คิดจะไปจากผมงั้นเหรอ? ฝันไปเถอะ! ผมแต่งงานกับคุณ ซื้อคุณเข้ามาอยู่ในบ้านหลังนี้ด้วยเงินของผม ชีวิตของคุณ ร่างกายของคุณ แม้กระทั่งลมหายใจของคุณ... ก็เป็นของผมทั้งสิ้น!” “ปล่อยค่ะ!” รินรดาพยายามสะบัดข้อมือออกจากการเกาะกุม ทว่าแรงของเธอนั้นเทียบไม่ได้กับชายหนุ่มผู้เพียบพร้อมและออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอเลยแม้แต่น้อย คินน์ไม่เพียงแต่ไม่ปล่อย แต่เขากลับออกแรงดึงรั้งร่างบางให้ลุกขึ้นยืนประชิดตัวเขาอย่างรวดเร็ว แรงปะทะทำให้หน้าอกนุ่มหยุ่นของรินรดากระแทกเข้ากับแผงอกกว้างที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามภายใต้เสื้อเชิ้ตสีขาวราคาแพง กลิ่นกายหอมสะอาดผสมผสานกับความดุดันของผู้ชายเลือดร้อนพุ่งเข้าปะทะนาสิก ทว่าในสถานการณ์นี้ มันไม่ได้สร้างความวาบหวามใดๆ ให้แก่เธอเลย นอกจากความอึดอัดและชิงชัง “ปล่อยรินเดี๋ยวนี้...” เธอกัดริมฝีปากแน่นเมื่อคินน์ใช้มืออีกข้างเชยคางเธอขึ้นบังคับให้สบตา “อยากได้อิสรภาพนักใช่ไหม?” คินน์แค่นหัวเราะในลำคอ แววตาคมกริบฉายแววดุดันและดิบเถื่อนจนน่ากลัว “บอกผมสิริน... ว่าที่คุณกล้าแข็งข้อกับผมขนาดนี้ เพราะคุณมีใครซ่อนอยู่ข้างนอกใช่ไหม? หรือว่าเงินชดเชยสามปีนี้มันไม่พอ คุณถึงอยากเรียกร้องความสนใจด้วยวิธีต่ำๆ แบบนี้!” “คุณมันบ้าไปแล้วคินน์! สมองคุณมีแต่เรื่องผลประโยชน์และความดูถูกเหยียดหยามคนอื่นหรือไงคะ?!” รินรดาระเบิดอารมณ์ออกมาบ้าง น้ำตาที่พยายามกลั้นไว้เอ่อคลอเบ้าแต่เธอไม่ยอมปล่อยให้มันไหลลงมาประจานความอ่อนแอเด็ดขาด “ถ้าคุณเกลียดรินนัก ถ้าการมีรินอยู่ในชีวิตมันทำให้คุณอึดอัดนัก ทำไมคุณถึงไม่เซ็นชื่อแล้วปล่อยรินไปล่ะคะ?! หรือว่าศักดิ์ศรีจอมปลอมของคุณมันค้ำคอจนยอมรับไม่ได้ที่ผู้หญิงที่คุณไม่เคยชายตามอง เป็นฝ่ายทิ้งคุณก่อน!” เพล้ง! ประโยคสุดท้ายนั้นราวกับเป็นการจุดชนวนระเบิดลูกใหญ่ คินน์ตบโต๊ะอาหารข้างตัวเสียงดังสนั่นด้วยความบันดาลโทสะ ความเย่อหยิ่งที่ถูกท้าทายทำให้สติสัมปชัญญะของนักธุรกิจหนุ่มผู้เยือกเย็นขาดผึ่งลงในชั่วพริบตา เขาไม่พูดพร่ำทำเพลงอีกต่อไป มือหนาที่ตรึงข้อมือเธอไว้เปลี่ยนเป็นรวบเอวบางเข้าหาตัวอย่างแนบแน่น จนร่างของทั้งคู่แทบจะหลอมรวมเป็นเนื้อเดียวกัน รินรดาเบิกตากว้างด้วยความตื่นตระหนกเมื่อถูกจู่โจมอย่างกะทันหัน “อยากให้ผมปล่อยนักใช่ไหม? งั้นก็มาดูกันว่า... ร่างกายที่คุณบอกว่าเป็นอิสระแล้วเนี่ย มันจะยังปฏิเสธผมได้อยู่ไหม!” เสียงทุ้มต่ำที่แหบพร่าเต็มไปด้วยแรงปรารถนาอันป่าเถื่อนและแรงแค้นที่ผสมปนเปกันจนแยกไม่ออก คินน์ก้มลงประกบเรียวปากหยักเข้ากับริมฝีปากนุ่มของเธออย่างไร้ความปรานี รสจูบในค่ำคืนนี้ไม่มีความอ่อนโยนหรือโหยหาเหมือนวันวาน มีเพียงความดุดัน การลงทัณฑ์ และการเรียกร้องความเป็นเจ้าของอย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาด รินรดาพยายามเบือนหน้าหนีและทุบตีแผงอกกว้างเพื่อประท้วง ทว่าเรียวปากหนากลับบดขยี้ลงมาหนักหน่วงยิ่งขึ้น ลิ้นร้อนแทรกซึมผ่านกลีบปากที่เผยอขึ้นด้วยความตกใจ กวาดต้อนความหวานล้ำภายในโพรงปากอย่างเอาแต่ใจ รสชาติของไวน์แดงผสมผสานกับลมหายใจร้อนผ่าวสร้างความมึนงงชวนเคลิบเคลิ้มในขณะเดียวกันก็เจ็บปวดร้าวราน มือหนาเริ่มไม่อยู่นิ่ง มันลูบไล้ไปตามแผ่นหลังบอบบาง ใช้นิ้วเรียวปลดกระดุมเสื้อผ้าของเธอออกทีละเม็ดอย่างรวดเร็วจนผิวเนียนละเอียดเปลือยเปล่าสัมผัสกับอากาศเย็นยามค่ำคืน ความรู้สึกวับวามแปลกประหลาดแล่นริ้วขึ้นตามสันหลังเมื่อฝ่ามืออุ่นจัดของเขาลูบไล้ไปทั่วสรีระ ร่างกายที่เคยปฏิเสธกลับเริ่มสั่นสะท้านด้วยปฏิกิริยาตอบสนองตามธรรมชาติที่เธอเกลียดชังตัวเองนัก “อื้อ... คินน์... ปล่อย...” เสียงประท้วงเล็ดลอดออกมาได้เพียงเท่านั้น เมื่อเรียวปากของเขาเคลื่อนต่ำลงมาซุกไซร้ที่ซอกคอขาวผ่อง ขบเม้มสร้างรอยกุหลาบสีแดงช้ำอย่างจงใจ มือข้างหนึ่งรวบสะโพกมนเข้าหาตัวจนเธอรับรู้ได้ถึงความตื่นตัวของเขาที่แนบชิดอยู่บริเวณหน้าท้อง ความร้อนระอุแผ่ซ่านทะลุกางเกงเนื้อดีเข้ามาจนสติของรินรดาเริ่มพร่าเลือน ท่ามกลางบรรยากาศที่เต็มไปด้วยแรงขับเคลื่อนทางอารมณ์อันร้อนแรงและสัญชาตญาณดิบเถื่อน คินน์อุ้มร่างบางขึ้นโดยที่ริมฝีปากยังคงไม่ละจากกัน รินรดาต้องเกี่ยวตวัดเรียวขาโอบรอบเอวสอบของเขาไว้ตามสัญชาตญาณเพื่อไม่ให้ร่วงหล่น ร่างทั้งร่างถูกพาไปยังโซฟาตัวยาวนุ่มหนาที่ตั้งอยู่มุมห้อง ความรู้สึกวาบหวามและเร่าร้อนแผ่ซ่านไปทั่วสรรพางค์กายราวกับไฟลามทุ่ง สติสัมปชัญญะที่เคยต่อต้านถูกหลอมละลายหายไปในห้วงอารมณ์ปรารถนาที่เขาเป็นผู้ชักนำ แต่ทว่า... ในวินาทีที่คินน์กำลังจะทาบทับร่างลงมาเพื่อครอบครองเธอให้สมกับความโกรธเกรี้ยว เสียงฝีเท้าเล็กๆ พร้อมกับเสียงเคาะประตูก็ก้องขึ้นขัดจังหวะความเร่าร้อนนั้น “คุณพ่อขา... คุณแม่ขา... เปิดประตูให้น้องลีโอหน่อยครับ น้องลีโอตื่นแล้วไม่เห็นใครเลย กลัวจังครับ” เสียงใสแจ๋วของเด็กชายวัยสามขวบดังลอดผ่านบานประตูไม้สักเข้ามาอย่างชัดเจน รินรดาเบิกตากว้าง ลมหายใจที่หอบสะท้านหยุดชะงักลงทันที ความรู้สึกผิดบาปพุ่งทะยานขึ้นมาจนจุกอก เธอดันอกคินน์สุดแรงด้วยเรี่ยวแรงทั้งหมดที่มีในขณะที่สติกลับคืนมาเต็มร้อย คินน์ชะงักค้าง ร่างสูงใหญ่ที่กำลังคร่อมร่างเปลือยเปล่าของเธออยู่ผละออกเล็กน้อย ใบหน้าหล่อเหลายังคงเจือด้วยสีandแดงก่ำจากอารมณ์ปรารถนา ทว่าแววตากลับฉายความงุนงงและสับสนอย่างเห็นได้ชัดเมื่อได้ยินสรรพนามและเสียงเรียกนั้น “เสียง... เสียงใคร?” คินน์ขมวดคิ้วมุ่น หันไปมองทางประตูห้องอาหารที่ปิดสนิทด้วยความประหลาดใจ รินรดาใช้จังหวะนั้นรีบดึงเสื้อผ้าของตนเองขึ้นมาสวมคลุมร่างอย่างลวกๆ มือไม้สั่นเทาด้วยความตื่นตระหนก ใบหน้าหวานเผือดสีลงจนไร้เลือดฝาด เธอกัดริมฝีปากแน่นจนห่อเลือด ขณะที่หัวใจเต้นรำด้วยความหวาดกลัวว่าความลับที่เธอปกปิดมาตลอดสามปีจะถูกเปิดเผยในคืนนี้ ทว่าก่อนที่คินน์จะได้เอ่ยถามอะไรเพิ่มเติม ประตูห้องอาหารที่ไม่ได้ลงกลอนก็ถูกผลักเปิดออกอย่างช้าๆ ด้วยมือเล็กๆ ของเด็กชายคนหนึ่ง ร่างป้อมของเด็กชายวัยสามขวบในชุดนอนลายการ์ตูนก้าวเข้ามาในห้อง ดวงตากลมโตใสแป๋วแพรวพราวด้วยหยาดน้ำตาคลอเบ้า แก้มยุ้ยขึ้นสีแดงระเรื่อ และที่สำคัญที่สุด... โครงหน้าเรียว จมูกโด่งรั้น และนัยน์ตาสีเข้มคู่นั้น ถอดแบบพิมพ์เดียวกันกับคินน์ ธนดล ราวกับแกะ! คินน์หันขวับไปมองเด็กน้อยที่ยืนกะพริบตาปริบๆ อยู่หน้าประตู สมองของนักธุรกิจหนุ่มผู้ปราดเปรื่องหยุดทำงานไปชั่วขณะ ลมหายใจสะดุดกึกเมื่อสายตาคมกริบกวาดมองใบหน้าของเด็กชายสลับกับใบหน้าที่ซีดเผือดของอดีตภรรยา เอกสารใบหย่าที่วางอยู่บนโต๊ะร่วงหล่นลงสู่พื้นพรม เสียงกระดาษกระทบพื้นดังแผ่วเบา แต่กลับดังก้องกังวานในความเงียบงันที่เข้าปกคลุมทั่วทั้งห้อง ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและร่วมเดินทางดิ่งลึกไปกับความสัมพันธ์อันเปี่ยมด้วยแรงแค้นและเสน่ห์หาในตอนนี้นะคะ
สารจากนักเขียน (มิคายามวิกาล)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณพ่อครับ... แม่บอกว่าคุณเป็นแค่คนแปลกหน้า นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%