คุณพ่อครับ... แม่บอกว่าคุณเป็นแค่คนแปลกหน้า•ตอนที่ 33

บทเรียนราคาแพง

ผลงานโดย มิคายามวิกาล
กลิ่นอายของชา Earl Grey ที่เพิ่งชงเสร็จใหม่ ๆ ลอยกรุ่นอยู่กลางห้องทำงานกว้าง แต่ไม่มีใครในห้องนี้สนใจจิบมันเลยสักนิด คินน์ ธนดล ในชุดสูทสั่งตัดเข้ารูปที่ยับยู่ยี่เล็กน้อยจากการทำงานหามรุ่งหามค่ำ กำลังยืนประจันหน้ากับรินรดา อดีตภรรยาที่ครั้งหนึ่งเขาเคยคิดว่าเธอเป็นเพียงเฟอร์นิเจอร์ชิ้นหนึ่งในบ้านหลังนี้ ทว่าในยามนี้ รินรดากลับเปล่งประกายด้วยความเข้มแข็งและเยือกเย็นจนน่าเกรงขาม ดวงตากลมโตคู่นั้นมองเขาด้วยความว่างเปล่า ซึ่งมันบาดลึกเข้าไปในขั้วหัวใจของคนที่เคยถือไพ่เหนือกว่ามาตลอด "คุณทำตามสัญญาที่ให้ไว้กับฉันแล้วหรือยังคะ คินน์" เสียงหวานทว่าราบเรียบเอ่ยขึ้น ทลายความเงียบอันอึดอัดภายในห้อง รินรดานั่งไขว่ห้างอยู่บนโซฟาหนังแท้ รอยยิ้มจาง ๆ ที่มุมปากของเธอมันช่างเย้ยหยันและดึงดูดสายตาในเวลาเดียวกัน คินน์ไม่ได้ตอบทันที เขาก้าวเข้าไปใกล้เธอทีละก้าว ช้า ๆ ทว่ามั่นคง แววตาของนักธุรกิจผู้เย่อหยิ่งในอดีตบัดนี้เต็มไปด้วยความเว้าวอนและรุ่มร้อน เขาคุกเข่าลงเบื้องหน้าเธออย่างไร้ศักดิ์ศรี มือหนาสั่นเทาเล็กน้อยยื่นไปกุมมือเรียวบางที่วางอยู่บนตักของเธอ แต่มันถูกปฏิเสธด้วยการชักกลับอย่างนิ่มนวล "ผมทำทุกอย่างแล้ว ริน..." เสียงทุ้มต่ำเอ่ยออกมาด้วยความแหบพร่า ดวงตาคมกริบมองสบตาเธอนิ่ง "ผมเซ็นโอนหุ้นครึ่งหนึ่งให้คุณ ผมไล่ผู้หญิงทุกคนออกไปจากชีวิต และที่สำคัญ... ผมพิสูจน์ให้คุณเห็นแล้วว่าผมยอมแลกทุกอย่าง แม้กระทั่งลมหายใจของตัวเอง เพื่อให้คุณกับลูกกลับมา" รินรดาแค่นหัวเราะเบา ๆ ในลำคอ "คำพูดมันราคาถูกเกินไปค่ะ คินน์ คุณก็รู้ดี" "งั้นจะให้ผมทำอะไรล่ะ?" คินน์ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ก่อนจะโน้มตัวลงกักขังเธอไว้ระหว่างพนักพิงโซฟาและอ้อมแขนของเขา ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะเข้ากับพวงแก้มเนียน กลิ่นกายเฉพาะตัวของผู้ชายที่เธอเคยรักและเกลียดชังในคราเดียวกันกำลังแผดเผาความตั้งใจอันแข็งกร้าวของเธอให้ละลายลง "ถ้าการไถ่บาปมันต้องแลกด้วยชีวิตของผม ผมก็ยินดี... แต่ได้โปรด อย่าทำเหมือนผมเป็นคนแปลกหน้าอีกเลย" ความใกล้ชิดนี้มันอันตราย... รินรดารู้สึกได้ถึงหัวใจที่เต้นรำอย่างบ้าคลั่งในอก แม้สมองจะสั่งให้ผลักเขาออกไป แต่สัญชาตญาณลึก ๆ กลับโหยหาออนแอมป์ความอบอุ่นที่ขาดหายไปนานนับปี คินน์ไม่รอให้เธอได้เอ่ยปฏิเสธ ริมฝีปากหยักลึกทาบทับลงบนเรียวปากอิ่มทันทีอย่างเอาแต่ใจ รสจูบในคราแรกเต็มไปด้วยความเว้าวอนและโหยหา ก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นความเร่าร้อนและดุดันตามแรงอารมณ์ที่ถูกกักเก็บไว้มาเนิ่นนาน รินรดาเบิกตากว้างด้วยความตกใจ มือบางที่ตั้งใจจะดันอกแกร่งออกกลับเปลี่ยนเป็นกำเสื้อสูทของเขาแน่นขึ้นโดยไม่รู้ตัว เมื่อลิ้นร้อนกวาดต้อนความหวานล้ำภายในโพรงปากอย่างเอาแต่ใจ รสจูบที่ทั้งหวานล้ำและเจ็บปวดนี้ทำให้หยาดน้ำใสเอ่อคลอหน่วยตา เขารู้ดีว่าจะต้องทำอย่างไรจึงจะทลายกำแพงทิฐิของเธอลงได้ มือหนาเลื่อนไล้ผ่านแนวสันหลังบอบบาง ลูบไล้อย่างทะนุถนอมราวกับเธอบอบบางดั่งแก้วเจียระไน แต่ในขณะเดียวกันก็แฝงไว้ด้วยความเร่าร้อนที่แผดเผาจนแทบละลาย รินรดาสะท้านเฮือกเมื่อสัมผัสอุ่นร้อนจากปลายนิ้วของเขาแทรกซึมผ่านเนื้อผ้าเข้ามาลูบไล้ผิวเนื้อเนียนนุ่ม สัมผัสที่คุ้นเคยแต่เต็มไปด้วยความตั้งใจที่จะชดใช้ทุกหยาดหยด บรรยากาศในห้องทำงานส่วนตัวถูกตัดขาดจากโลกภายนอกโดยสิ้นเชิง เสียงหอบหายใจกระชั้นชิดเคล้าคลอไปกับเสียงครางแผ่วเบาในลำคอ รินรดาถูกอุ้มขึ้นแนบกายโดยสัญชาตญาณ แขนเรียวเรียวเกี่ยวรั้งรอบลำคอหนาของเขาแน่น ขณะที่แผ่นหลังบางแนบชิดลงบนความนุ่มของโซฟาตัวยาว คินน์ตามทาบทับลงมา ร่างกายกำยำบดเบียดแนบชิดอย่างไร้ช่องว่าง ทุกสัมผัส ทุกรอยจูบที่ประทับลงบนลาดไหล่เนียนและลำคอระหง คือคำสารภาพบาปที่ไร้ซึ่งคำพูด น้ำตาของความอัดอั้นตันใจที่สะสมมานานนับปีไหลรินผ่านหางตา แต่คินน์กลับใช้ริมฝีปากจูบซับหยาดน้ำตานั้นออกให้อย่างอ่อนโยน ราวกับจะบอกเธอว่า นับจากวินาทีนี้ไป จะไม่มีน้ำตาหยดไหนต้องร่วงหล่นเพราะความใจร้ายของเขาอีกแล้ว "คุณเป็นของผม... ริน" เสียงกระซิบพร่าพรายดังอยู่ข้างใบหู พร้อมกับจังหวะรักที่ถูกขับเคลื่อนด้วยความเร่าร้อน ลึกซึ้ง และเปี่ยมไปด้วยความโหยหา ความสัมพันธ์ของผู้ใหญ่ที่ผ่านบทเรียนราคาแพงมาด้วยกันทั้งคู่ ดำเนินไปท่ามกลางเปลวเพลิงแห่งความปรารถนาที่แผดเผาความเจ็บปวดในอดีตให้มอดไหม้ เหลือไว้เพียงความสุขสมและสัญญากลาย ๆ ว่าพวกเขาจะไม่ปล่อยมือจากกันอีก เนิ่นนานกว่าพายุอารมณ์จะสงบลง รินรดานอนหอบหายใจอยู่บนอกแกร่งของสามีที่แปรเปลี่ยนเป็นความอ่อนโยน มือหนาลูบเส้นผมนุ่มสลวยของเธออย่างทะนุถนอม ขณะที่สายตาทอดยาวมองออกไปนอกหน้าต่างกระจกใสด้วยความรู้สึกโล่งใจอย่างบอกไม่ถูก คินน์ทำตามสัญญา ทุกอย่างกำลังจะเข้ารูปเข้ารอย น้องลีโอลูกชายตัวน้อยกำลังรอคอยพ่อแม่ของเขากลับไปพร้อมหน้า และเธอก็พร้อมจะให้อภัย... ก๊อก ก๊อก! เสียงเคาะประตูดังขึ้นทำลายความเงียบสงบในห้องนอนส่วนตัว คินน์ขมวดคิ้วด้วยความไม่พอใจเล็กน้อยที่ถูกขัดจังหวะ เขากระชับผ้าคลุมกายก่อนจะเอ่ยอนุญาตให้เข้ามา โดยคิดว่าเป็นแม่บ้านที่นำเอกสารมาส่ง "เข้ามาสิ" ประตูกระจกบานหรูเปิดออก เผยให้เห็นร่างสูงโปรดของเลขาฯ ส่วนตัวที่ก้าวเข้ามาด้วยสีหน้าตื่นตระหนก มือถือซองเอกสารสีน้ำตาลหนาทึบสั่นเทาเล็กน้อย "คุณคินน์คะ... ดิฉันต้องขอประทานโทษที่ต้องรบกวนเวลานี้ค่ะ แต่มีเรื่องด่วนที่สุดที่จำเป็นต้องรายงานให้คุณทราบทันที..." เลขาฯ กลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ก่อนจะเหลือบมองรินรดาที่เพิ่งลุกขึ้นนั่งแล้วกล่าวต่อด้วยเสียงสั่นเครือ "คือ... ผลตรวจ DNA ยืนยันความสัมพันธ์อย่างเป็นทางการ ที่คุณคินน์เคยสั่งให้ตรวจสอบลับ ๆ เมื่อหลายปีก่อน... เพิ่งถูกส่งมาถึงมือดิฉันค่ะ" คินน์ชะงัก รินรดาหันขวับมามองซองเอกสารในมือเลขาฯ ด้วยความสงสัยระคนตื่นตระหนก "ผลตรวจอะไร? ของใคร?" คินน์ถามเสียงเข้ม สังหรณ์ใจแปลก ๆ เริ่มกัดกินขั้วหัวใจ เลขาฯ สูดลมหายใจเข้าลึก ๆ ก่อนจะเอ่ยประโยคที่ทำให้โลกทั้งใบของคินน์และรินรดาดิ่งวูบลงสู่ห้วงเหวแห่งความจริงที่ไม่อาจหลีกหนี "ผลตรวจของ... น้องลีโอกับคุณคินน์ค่ะ... ปรากฏว่า... เด็กคนนั้น..." แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปค่ะ
สารจากนักเขียน (มิคายามวิกาล)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณพ่อครับ... แม่บอกว่าคุณเป็นแค่คนแปลกหน้า นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%