บันทึกความลับฉบับยืมชีท: รุ่นพี่ครับอย่าพึ่งใจร้าย•ตอนที่ 15

การเผชิญหน้ากับความคาดหวัง

ผลงานโดย กลิ่นลิลลี่สีขาว
“หนูพริ้ม... ถ้าปีนี้เกรดเฉลี่ยตกลงแม้แต่ทศนิยมเดียว อย่าหาว่าแม่ไม่เตือน” เสียงเย็นเยียบที่ลอดผ่านปลายสายโทรศัพท์ไม่ได้แค่บาดลึกไปถึงขั้วหัวใจ แต่ดูเหมือนมันจะดังสนั่นไปทั่วห้องพักที่มืดสลัว กุญแจที่กำลังไขเข้ามาจากฝั่งด้านนอกหยุดชะงักไปชั่วครู่ เสียงเหล็กกระทบกันดังกริ๊กเบาๆ เหมือนคนภายนอกกำลังลังเลที่จะเผชิญหน้ากับพายุอารมณ์ที่พริ้มกำลังเผชิญอยู่ พริ้มนั่งนิ่งอยู่บนเก้าอี้ไม้ตัวเก่า แสงไฟสลัวจากโคมไฟบนโต๊ะทำงานทำให้ใบหน้าที่เคยสง่างามดูซีดเผือด เธอจ้องมองโทรศัพท์มือถือในมือที่ยังคงแสดงชื่อ ‘คุณแม่’ ราวกับว่ามันเป็นวัตถุอันตราย “พริ้มทราบแล้วค่ะแม่... พริ้มจะทำทุกอย่างให้ดีที่สุด” พริ้มตอบกลับไป น้ำเสียงของเธอสั่นเครือเพียงเสี้ยววินาที ก่อนจะปรับให้ราบเรียบเหมือนการอ่านตำราเรียนที่เธอแสนจะเบื่อหน่าย “ดีที่สุดของแกมันต้องเป็นที่หนึ่งเท่านั้น อย่าให้ความเห็นแก่ตัวของแกมาทำให้ชื่อเสียงของครอบครัวเราต้องมัวหมอง แค่นี้แหละ” สายตัดไปแล้ว เหลือทิ้งไว้เพียงความเงียบงันที่กดทับจนแทบหายใจไม่ออก ทว่าในเสี้ยววินาทีนั้น ประตูห้องก็ถูกผลักเข้ามาอย่างแผ่วเบา มินอาที่ยืนอยู่ตรงกรอบประตูด้วยสีหน้าตื่นตระหนก ใบหน้าเรียวเล็กนั้นฉายชัดถึงความตกใจเมื่อเห็นพริ้มในสภาพที่ดูแตกสลาย “พี่พริ้ม... คือ มินเห็นประตูแง้มอยู่ เลยคิดว่า...” มินอาไม่กล้าพูดต่อ มือของเธอที่ถือชีทเลกเชอร์แน่นจนกระดาษยับยู่ยี่ พริ้มไม่หันไปมอง เธอเพียงแค่วางโทรศัพท์ลงบนโต๊ะแล้วหลับตาลงแน่น “ออกไปเถอะมินอา... พี่อยากอยู่คนเดียว” “แต่พี่ดูไม่โอเคเลยนะคะ” มินอาก้าวเข้ามาในห้อง กลิ่นหอมอ่อนๆ จากตัวรุ่นน้องที่มักจะทำให้พริ้มใจเย็นลงได้เสมอ กลับกลายเป็นสิ่งที่กระตุ้นความรู้สึกเจ็บปวดในใจของเธอเสียอย่างนั้น “ถ้าเรื่องคะแนนที่แม่พี่พูด... มินอยากบอกว่าพี่พยายามมามากพอแล้วนะคะ ใครๆ ก็เห็น พี่พริ้มเก่งที่สุดสำหรับมินเสมอ” พริ้มลืมตาขึ้น ดวงตาคู่สวยสั่นไหว เธอหันขวับมามองรุ่นน้องด้วยสายตาที่ยากจะอ่านออก “คำว่าเก่งที่สุดของเธอ มันไม่ได้ทำให้ชีวิตพี่ง่ายขึ้นหรอกนะมินอา เธอไม่เข้าใจหรอกว่าความคาดหวังของคนที่บ้านมันหนักหนาแค่ไหน... มันคือเชือกที่รัดคอพี่ไว้ทุกครั้งที่พี่ขยับตัว” มินอาชะงัก เธอวางชีทในมือลงบนโต๊ะอย่างแผ่วเบา แล้วค่อยๆ เดินเข้าไปใกล้พริ้มที่สั่นเทาอยู่ตรงนั้น มินอาไม่ได้พูดอะไร เธอเพียงแค่เอื้อมมือไปจับมือที่กำแน่นของรุ่นพี่ไว้แน่น ความอุ่นซ่านจากฝ่ามือของมินอาค่อยๆ ซึมผ่านความเย็นชาของพริ้ม “มินอาจจะไม่เข้าใจทั้งหมด... แต่ถ้าความคาดหวังมันหนักเกินไป พี่วางมันไว้กับมินบ้างก็ได้นะคะ ไม่ต้องแบกไว้คนเดียวทั้งหมดหรอกค่ะ” พริ้มเงยหน้ามองมินอา แววตาของเธอเริ่มอ่อนแสงลง ความแข็งกร้าวที่สร้างขึ้นเพื่อป้องกันตัวเองเริ่มพังทลายลงต่อหน้าความจริงใจที่ใสซื่อราวกับกระจกเงา “ทำไมต้องทำดีกับพี่ขนาดนี้... ทั้งที่พี่เองก็ไม่ได้ดีกับใครเลย” “เพราะมินอยากเห็นพี่พริ้มยิ้มแบบที่ไม่ได้ฝืนยังไงคะ” มินอาขยับยิ้มบางๆ เป็นยิ้มที่สดใสจนพริ้มรู้สึกจุกในอก ขณะที่บรรยากาศในห้องกำลังจะคลี่คลายลงสู่ความอบอุ่น เสียงเคาะประตูห้องจากฝั่งทางเดินด้านนอกก็ดังขึ้นสามครั้ง... ปัง ปัง ปัง! ทั้งสองคนสะดุ้งสุดตัว มินอาหันไปมองประตูอย่างระแวง พริ้มลุกขึ้นยืนพลางขมวดคิ้ว นี่มันดึกมากแล้ว ใครจะมาเคาะห้องในเวลาแบบนี้? มินอาเดินไปที่ประตูอย่างลังเล ก่อนจะส่องผ่านช่องตาแมว ดวงตาของรุ่นน้องเบิกกว้างด้วยความตกใจจนตัวสั่นระริก เธอหันกลับมามองพริ้มด้วยสีหน้าซีดเผือด “พี่พริ้มคะ... คือ... มีคนยืนอยู่ข้างนอกค่ะ” พริ้มเดินเข้าไปใกล้ด้วยหัวใจที่เต้นรัว “ใครกัน?” มินอาเม้มปากแน่นก่อนจะกระซิบเสียงแผ่ว “ผู้หญิงคนนั้น... คนที่ถือกระเป๋าหนังสีดำเหมือนแม่พี่เลยค่ะ และเธอ... กำลังไขกุญแจเข้ามาโดยไม่รอให้เราเปิด!” สิ้นเสียงมินอา เสียงกลอนประตูที่ถูกไขจากภายนอกก็ดังกริ๊กขึ้นอีกครั้ง คราวนี้บานประตูค่อยๆ ถูกผลักเข้ามา พร้อมกับเงาร่างของหญิงวัยกลางคนที่ดูสง่างามแต่เย็นเยียบในชุดสูทสีเข้มยืนตระหง่านอยู่ตรงหน้า “สวัสดีค่ะ... พริ้ม แม่บอกแล้วใช่ไหมว่าแม่จะมาหา” กลิ่นลิลลี่สีขาวขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามอ่านและร่วมลุ้นไปกับพริ้มและมินอาในตอนนี้ด้วยนะคะ
สารจากนักเขียน (กลิ่นลิลลี่สีขาว)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บันทึกความลับฉบับยืมชีท: รุ่นพี่ครับอย่าพึ่งใจร้าย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%