“สรุปว่าหัวใจของแกไม่ได้อยู่ที่เลกเชอร์วิชาภาษาศาสตร์ประยุกต์แล้วใช่ไหมมินอา แต่มันไปฝากไว้ที่โต๊ะสมุดของรุ่นพี่ปีสี่คนนั้นต่างหาก”
เสียงของ ‘ริน’ เพื่อนสนิทที่รู้จักกันมาตั้งแต่เปิดเทอมดังขึ้นท่ามกลางความเงียบของโรงอาหารในเวลาใกล้เย็น มินอาชะงักปลายปากกาที่กำลังขีดเขียนลงบนสมุดจด ตัวอักษรที่ควรจะเป็นเนื้อหาการเรียนกลายเป็นเส้นยึกยือไม่เป็นรูปเป็นร่าง เธอรีบปิดสมุดลงทันทีราวกับกลัวว่าใครจะแอบอ่านความลับที่ซ่อนอยู่ในนั้น
“พูดอะไรของแกน่ะริน... ฉันก็แค่ขอยืมชีทมาถ่ายเอกสารปกติ เหมือนที่ทำทุกสัปดาห์นั่นแหละ” มินอาพยายามคุมน้ำเสียงให้เรียบเฉยที่สุด แต่นิ้วมือที่บีบสันสมุดจนขาวซีดนั้นหักล้างคำพูดของเธอโดยสิ้นเชิง
รินเลิกคิ้วมองเพื่อนรักด้วยสายตารู้ทัน เธอขยับตัวเข้ามาใกล้แล้วลดเสียงลงจนเกือบเป็นกระซิบ “คนปกติเขาไม่นั่งจ้องสมุดที่ยืมมาเหมือนกำลังอ่านกลอนรักหรอกนะ ยิ่งตอนที่พี่พริ้มเดินผ่านเมื่อกี้... ฉันน่ะเห็นนะว่าแกเผลอกลั้นหายใจน่ะ”
มินอาเม้มริมฝีปากแน่น สายตาของเธอเบนไปมองทางเดินหน้าอาคารคณะอักษรฯ ที่ซึ่งเงาร่างระหงของ ‘พี่พริ้ม’ กำลังเดินทอดน่องอย่างสง่างาม ท่วงท่าการก้าวเดินที่ดูมั่นคงแต่แฝงไว้ด้วยความเหงาบางอย่างในสายตาของรุ่นพี่ปีสี่คนนี้ มักจะสะกดให้มินอาหยุดทุกกิจกรรมได้เสมอ
“พี่เขาใจดีกับฉันก็แค่นั้นเอง” มินอาโต้กลับเบาๆ “อีกอย่าง... รุ่นพี่ที่เรียนหนักขนาดนั้น เขาคงไม่มีเวลามาสนใจรุ่นน้องจอมตื๊ออย่างฉันหรอก”
“นั่นสินะ... แต่บางทีคนที่ดูเย็นชาที่สุด ก็อาจจะกำลังรอให้ใครสักคนเข้าไปทำลายกำแพงนั้นอยู่ก็ได้” รินพยักพเยิดไปทางรุ่นพี่ที่เพิ่งหยุดยืนคุยกับอาจารย์ ก่อนจะหันมาส่งยิ้มกึ่งล้อเลียน “ระวังเถอะ ถ้ายังมัวแต่แอบมองแบบนี้ วันหนึ่งคนที่รู้ความลับของแกอาจจะไม่ใช่แค่ฉัน แต่มันจะเป็นเจ้าตัวเขาเองนั่นแหละ”
มินอาไม่ตอบอะไร เธอทำเพียงแค่ก้มหน้ามองหน้าปกสมุดที่ยืมมา ในหัวของเธอกำลังตีรวน ทั้งความรู้สึกผิดที่แอบถลำลึกเกินกว่าคำว่า 'รุ่นพี่รุ่นน้อง' และความหวาดกลัวที่เกาะกุมหัวใจว่าหากวันหนึ่งความจริงถูกเปิดเผย ความสัมพันธ์ที่เปราะบางนี้จะพังทลายลงหรือไม่
ช่วงเย็นของวันนั้น ขณะที่มินอากำลังเดินกลับหอพักเพียงลำพัง ท้องฟ้าเริ่มเปลี่ยนเป็นสีส้มอมม่วง แสงสีทองของอาทิตย์อัสดงทอดผ่านเงาต้นไม้ลงบนทางเดิน เธอตัดสินใจหยิบสมุดเลกเชอร์ของพี่พริ้มออกมาเปิดดูอีกครั้ง ลายมือตัวบรรจงที่เขียนอย่างประณีตในหน้ากระดาษชวนให้หัวใจเต้นแรง เธอไล่สายตาไปเรื่อยๆ จนกระทั่งถึงหน้าสุดท้าย...
มีข้อความเล็กๆ ที่เขียนด้วยลายมือแบบเดียวกันสอดแทรกอยู่ตรงมุมกระดาษ มันเป็นประโยคสั้นๆ ที่มินอาไม่เคยสังเกตเห็นมาก่อน
*‘ถ้าอยากรู้ว่าสิ่งที่อยู่ในใจรุ่นพี่คืออะไร... ทำไมไม่ลองมาถามด้วยตัวเองดูล่ะ’*
หัวใจของมินอากระตุกวูบ เธอหยุดเดินกะทันหัน ความเย็นเฉียบแล่นริ้วไปตามแผ่นหลัง สายลมวูบหนึ่งพัดผ่านกิ่งไม้เสียงดังสวบสาบ เธอมั่นใจว่าสมุดเล่มนี้อยู่กับเธอตลอดเวลา แต่นี่มันคืออะไร? หรือว่าที่ผ่านมา... รุ่นพี่คนนั้นรับรู้ความเคลื่อนไหวของเธอมาโดยตลอด
เสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครบางคนที่เดินตามมาข้างหลังทำให้มินอาต้องหันกลับไปมอง หัวใจของเธอเต้นรัวเหมือนกลองชุดเมื่อเห็นใบหน้าเรียบนิ่งของคนที่เธอเพิ่งนึกถึงเมื่อครู่กำลังยืนห่างออกไปเพียงไม่กี่ก้าว แววตาของพี่พริ้มไม่ได้เย็นชาอย่างที่ใครๆ บอก แต่มันกลับมีความลึกซึ้งและกดดันบางอย่างที่ยากจะหยั่งถึง
“มองหาอะไรอยู่เหรอ... มินอา” พี่พริ้มเอ่ยถาม น้ำเสียงนุ่มลึกนั้นก้องอยู่ในโสตประสาทของคนฟังจนมินอาพูดไม่ออก มือที่ถือสมุดสั่นเทาจนแทบจะร่วงหล่น
ขอบคุณที่เดินทางไปพร้อมกับความรู้สึกดีๆ ในบันทึกเล่มนี้เสมอนะคะ กลิ่นลิลลี่สีขาวค่ะ
บันทึกความลับฉบับยืมชีท: รุ่นพี่ครับอย่าพึ่งใจร้าย•ตอนที่ 11
สายตาที่เผลอมอง
ผลงานโดย กลิ่นลิลลี่สีขาว
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กลิ่นลิลลี่สีขาว)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บันทึกความลับฉบับยืมชีท: รุ่นพี่ครับอย่าพึ่งใจร้าย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!