“สายตาที่เธอมองมาน่ะ... ถ้ามันเปลี่ยนเป็นปากกาได้ ป่านนี้สมุดเลคเชอร์ของฉันคงพรุนไปหมดแล้วนะ มินอา”
น้ำเสียงเรียบเรื่อยที่ติดจะดุเล็กน้อยนั้นทำให้มินอาสะดุ้งสุดตัว จนปากกาในมือเกือบจะหลุดร่วงลงบนพื้นพรมในห้องสมุดส่วนตัวของพี่พริ้ม กลิ่นหอมจางๆ ของชาเอิร์ลเกรย์และกระดาษเก่าผสมผสานกับกลิ่นกายสะอาดสะอ้านของรุ่นพี่ปีสี่ ทำให้หัวใจของเด็กสาวปีหนึ่งเต้นรัวจนแทบจะหลุดออกมาจากอก
มินอาเม้มปากแน่น พยายามควบคุมมือที่สั่นเทาให้กลับมามั่นคง “มะ...มินแค่มองว่าพี่พริ้มเขียนสรุปได้สวยดีค่ะ ไม่ได้ตั้งใจจะ... รบกวนเวลาพี่พริ้มเลย”
พริ้มละสายตาจากตำราเล่มหนาตรงหน้า ก่อนจะขยับแว่นสายตาเพียงเล็กน้อย ดวงตาคู่สวยที่มักจะหมางเมินกับคนทั้งโลกกลับมาทอดมองรุ่นน้องคนนี้ด้วยความรู้สึกที่อ่านไม่ออก เธอขยับกายเข้าไปใกล้จนมินอาสัมผัสได้ถึงไออุ่นที่แผ่ออกมาจากร่างกายของอีกฝ่าย พริ้มวางมือลงบนสมุดของมินอา ทับลงบนนิ้วเรียวที่ยังคงเกร็งอยู่
“มองอยู่ดีๆ แล้วทำไมถึงหน้าแดงล่ะ หืม? สอบวิชานี้มันยากขนาดที่ทำให้อุณหภูมิในร่างกายเธอสูงขึ้นเชียวเหรอ”
“พี่พริ้ม!” มินอาอุทานพลางหลบสายตาไปทางหน้าต่างที่มืดมิด มีเพียงแสงจากโคมไฟตั้งโต๊ะที่สาดส่องลงมา สร้างอาณาเขตเล็กๆ ที่มีแค่เธอกับรุ่นพี่ที่เธอแอบรักอยู่เพียงลำพัง
“ตั้งสติหน่อยค่ะ” พริ้มเปลี่ยนโทนเสียงให้จริงจังขึ้น มือที่วางทับบนสมุดขยับมาแตะที่ปลายคางของมินอาอย่างแผ่วเบา บังคับให้ใบหน้าหวานหันกลับมาสบตากัน “อีกแค่ไม่กี่ชั่วโมงก็เช้าแล้ว ถ้าเธอยังเอาแต่เหม่อแบบนี้ วิชาประวัติศาสตร์วรรณกรรมที่เธอต้องสอบพรุ่งนี้ได้กลายเป็นตำนานจริงๆ แน่”
มินอาสูดลมหายใจเข้าลึก พยายามรวบรวมสมาธิที่กระจัดกระจายกลับมา นี่ไม่ใช่เวลามาประหม่า พี่พริ้มอุตส่าห์ยอมสละเวลาอันมีค่ามาติวเข้มให้เธอถึงที่คอนโดจนดึกดื่นแบบนี้ จะให้ความพยายามของพี่เขาต้องสูญเปล่าไม่ได้เด็ดขาด
ตลอดหลายชั่วโมงที่ผ่านมา ห้องทำงานอันเงียบเชียบเต็มไปด้วยเสียงพลิกหน้ากระดาษและเสียงอธิบายอย่างใจเย็นของพริ้ม มินอามองภาพรุ่นพี่ที่กำลังขีดเขียนแผนผังความสัมพันธ์ของตัวละครในนิยายคลาสสิกด้วยความทึ่ง นอกจากจะสวยสง่าแล้ว ความฉลาดและวิธีคิดที่เป็นระบบของพริ้มยังเป็นเสน่ห์ที่ทำให้มินอาถอนตัวไม่ขึ้น
“ตรงนี้... ลัทธิความเชื่อในช่วงนั้นส่งผลต่อตัวเอกยังไง พี่พริ้มช่วยอธิบายอีกรอบได้ไหมคะ มินยังงงๆ อยู่” มินอาเอ่ยถามพลางชี้ไปที่จุดสำคัญในหน้ากระดาษ
พริ้มถอนหายใจแผ่วเบา แต่ก็ขยับตัวเข้ามาแนบชิดมากขึ้น กลิ่นหอมจางๆ นั่นยิ่งชัดเจนจนมินอาแทบหยุดหายใจ “ฟังนะ... มันไม่ใช่แค่เรื่องของความเชื่อ แต่มันคือการกดทับของค่านิยมสังคมที่ตัวเอกแบกไว้ เหมือนกับที่...” พริ้มชะงักไปครู่หนึ่ง สายตาที่เคยมุ่งมั่นทอดมองไปที่ความว่างเปล่าชั่วขณะก่อนจะเบนกลับมาหาคนฟัง “เหมือนกับที่คนเรามักจะถูกบังคับให้เป็นในสิ่งที่ไม่ได้ต้องการ”
มินอาสังเกตเห็นแววตาที่วูบไหวของรุ่นพี่ ปมในใจเรื่องครอบครัวที่มินอาเคยได้ยินมาแว่วๆ คงจะกำลังกัดกินพี่พริ้มอยู่สินะ ความสงสารและอยากปกป้องก่อตัวขึ้นในใจอย่างรุนแรง มินอาตัดสินใจเอื้อมมือไปกุมมือของพริ้มที่วางอยู่บนโต๊ะไว้แน่น
“ไม่ว่าโลกจะบังคับให้พี่พริ้มเป็นแบบไหน... แต่สำหรับมิน พี่พริ้มคือพี่พริ้มที่ใจดีที่สุดเลยนะคะ”
สัมผัสอุ่นจากมินอาทำเอาพริ้มชะงักไปสนิท เธอมองมือเล็กๆ ที่กุมมือตัวเองไว้ ก่อนจะค่อยๆ พลิกฝ่ามือขึ้นมาประสานนิ้วเข้าหากัน ความเงียบเข้าปกคลุมห้องทำงานอีกครั้ง แต่ครั้งนี้มันไม่ใช่ความเงียบที่อึดอัด กลับเป็นความเงียบที่มีจังหวะหัวใจของคนสองคนประสานเป็นหนึ่งเดียว
“เธอเป็นคนเดียวที่ทำให้ฉันรู้สึกว่า... ฉันไม่ต้องสวมหน้ากากเวลาที่อยู่ด้วยกัน” พริ้มกระซิบ น้ำเสียงนั้นสั่นเครืออย่างที่มินอาไม่เคยเห็นมาก่อน
ทว่า ในขณะที่บรรยากาศกำลังหวานล้ำและลึกซึ้ง เสียงโทรศัพท์มือถือของพริ้มที่วางอยู่บนโต๊ะก็ดังขึ้นทำลายความเงียบกริบ แสงไฟจากหน้าจอแสดงชื่อที่ทำให้พริ้มปล่อยมือมินอาออกทันทีราวกับถูกไฟลวก สีหน้าของรุ่นพี่เปลี่ยนไปเป็นความเคร่งเครียดที่ดูเย็นชาจนมินอารู้สึกหนาวสั่น
พริ้มลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ไม่แม้แต่จะหันกลับมามองมินอาที่นั่งอึ้งอยู่ “เธออ่านต่อให้จบเถอะ... ฉันต้องออกไปรับโทรศัพท์ข้างนอก เดี๋ยวมา”
ประตูกระจกบานเลื่อนถูกปิดลงทิ้งให้มินอานั่งเคว้งอยู่ลำพัง ความสงสัยพลุ่งพล่านในใจ เธอไม่ได้ตั้งใจจะแอบฟัง แต่เสียงจากระเบียงข้างห้องกลับลอดเข้ามาอย่างชัดเจน
“หนูบอกแล้วไงคะว่าคืนนี้หนูไม่ว่าง... แม่จะกดดันกันไปถึงไหนคะ? ...อะไรนะคะ? จะให้หนูย้ายไปเรียนต่อต่างประเทศทันทีหลังจากสอบเสร็จงั้นเหรอ!?”
เสียงตะคอกกลับของพริ้มทำให้มินอาแทบหยุดหายใจ มือที่ถือปากกาอยู่ร่วงหล่นลงบนสมุดอีกครั้ง คราวนี้หัวใจของเธอกำลังสั่นสะท้านยิ่งกว่าเดิม ไม่ใช่เพราะความประหม่าที่ได้ใกล้ชิดพี่พริ้ม แต่มันคือความกลัว... ความกลัวที่ว่าวันสอบครั้งนี้ อาจจะเป็นวันสุดท้ายที่เธอจะได้เห็นหน้าพี่พริ้มในมหาวิทยาลัยแห่งนี้ตลอดไป
ฝากติดตามตอนต่อไปด้วยนะคะ รีดเดอร์ที่น่ารักทุกคน กลิ่นลิลลี่สีขาวจะเป็นกำลังใจให้ผ่านคืนนี้ไปด้วยกันค่ะ
บันทึกความลับฉบับยืมชีท: รุ่นพี่ครับอย่าพึ่งใจร้าย•ตอนที่ 12
วันสอบที่ตึงเครียด
ผลงานโดย กลิ่นลิลลี่สีขาว
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กลิ่นลิลลี่สีขาว)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บันทึกความลับฉบับยืมชีท: รุ่นพี่ครับอย่าพึ่งใจร้าย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!