"ปล่อยมือซะ พริ้ม... แล้วไปเก็บข้าวของของเธอให้เรียบร้อย"
เสียงราบเรียบแต่เฉียบขาดของคุณหญิงมณีรัตน์ดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันที่กดทับห้องพักอาจารย์จนแทบหายใจไม่ออก มินอารู้สึกได้ถึงไอเย็นที่แผ่ออกมาจากแววตาของผู้ใหญ่ตรงหน้า มือของเธอที่ยังกุมมือพี่พริ้มไว้ถูกกระชากออกอย่างแรงจากฝั่งพี่พริ้มเอง ไม่ใช่เพราะความรังเกียจ แต่เป็นแรงสะท้อนจากความกลัวที่ฝังรากลึกในใจรุ่นพี่สาว
มินอายืนนิ่ง พยายามปรับลมหายใจที่สั่นไหว เธอเห็นแผ่นหลังของพี่พริ้มที่เคยสง่างามและเยือกเย็นบัดนี้กำลังสั่นสะท้านเพียงเล็กน้อย มือที่ว่างเปล่าของรุ่นพี่กำแน่นจนขึ้นข้อขาว
"คุณแม่คะ... คือเรื่องนี้..." พี่พริ้มพยายามจะเอ่ย แต่เสียงของเธอกลับแหบพร่าและสั่นเครือเกินกว่าจะต่อรองสิ่งใด
"แม่ไม่มีเวลาฟังคำแก้ตัวจากเด็กที่เสียการควบคุมตัวเองในที่สาธารณะแบบนี้" คุณหญิงเดินตรงเข้ามาหาทั้งคู่ ส้นสูงของเธอเคาะลงบนพื้นกระเบื้องเป็นจังหวะที่ฟังดูเหมือนเสียงนาฬิกานับถอยหลัง "ส่วนเธอ... มินอาใช่ไหม? ฉันว่าเราควรคุยกันในฐานะที่เธอเป็น 'นักศึกษา' ที่ต้องมีขอบเขต ไม่ใช่คนที่ทำตัวเป็นกาฝากในอนาคตของลูกสาวฉัน"
มินอาเม้มปากแน่น ความเจ็บปวดจากการถูกดูถูกไม่ได้ทำให้เธอโกรธเท่ากับความรู้สึกที่เห็นพี่พริ้มกำลังตกอยู่ในสถานะผู้ถูกพิพากษา เธอเงยหน้าขึ้น สบตากับผู้หญิงที่มีอำนาจเหนือชีวิตของคนที่เธอรักด้วยแววตาที่เด็ดเดี่ยวที่สุดเท่าที่จะทำได้
"หนูไม่ได้ทำอะไรผิดที่รู้สึกรักพี่พริ้มค่ะ" เสียงของมินอาสั่นเล็กน้อยแต่มั่นคง "และพี่พริ้มก็ไม่ใช่สมบัติที่คุณแม่จะขีดเขียนชีวิตให้เป็นไปตามแผนที่วางไว้ตลอดเวลาแบบนี้ไม่ได้หรอกนะคะ"
ความเงียบเข้าปกคลุมอีกครั้ง ราวกับเวลาหยุดหมุน คุณหญิงมณีรัตน์ชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะแค่นยิ้มที่มุมปากอย่างเย็นชา
"ความรักงั้นเหรอ? ในโลกของพวกเธออาจจะใช่... แต่ในความเป็นจริงของพริ้ม มันคือภาระที่หนักอึ้ง" คุณหญิงหันไปมองลูกสาวที่ก้มหน้าอยู่ "พริ้ม... ถ้าเธออยากจะรักษาอนาคตที่แม่สร้างมาให้ ก็เดินออกมาจากตรงนี้ แล้วอย่าให้แม่เห็นว่าเธอไปคลุกคลีกับคนที่ไม่ส่งเสริมกันแบบนี้อีก"
พี่พริ้มเงยหน้าขึ้น ดวงตาที่เคยเฉยชาบัดนี้ฉายแววตัดพ้อและเจ็บปวด เธอหันมามองมินอา แววตาคู่นั้นเต็มไปด้วยความโหยหาและความจำเป็นที่ต้องเลือกในสิ่งที่เจ็บปวดที่สุด มินอาใจหายวาบเมื่อเห็นพี่พริ้มก้าวเท้าถอยหลังห่างออกไปหนึ่งก้าว
"มินอา... กลับไปเถอะนะ" เสียงพี่พริ้มเบาหวิวราวกับเสียงกระซิบที่หลุดลอยมาจากที่ไกลแสนไกล "เรื่องของเรา... พี่ว่าเราคงต้อง... เว้นระยะกันสักพัก"
ความรู้สึกเหมือนโลกทั้งใบถล่มลงมาตรงหน้ามินอา เธอไม่ได้ร้องไห้ แต่ความจุกแน่นในอกมันทำให้หายใจไม่ออก พี่พริ้มกำลังทำตามคำสั่ง ไม่ใช่เพราะอยากทำ แต่เพราะห่วงความรู้สึกของครอบครัวที่ผูกมัดเธอไว้เหมือนกรงทอง
คุณหญิงมณีรัตน์เดินจากไปพร้อมกับพี่พริ้มที่เดินตามหลังราวกับตุ๊กตาที่ถูกไขลาน ทิ้งให้มินอายืนอยู่ท่ามกลางกลิ่นน้ำหอมจางๆ และความว่างเปล่าที่เหลือทิ้งไว้ในห้อง
เวลาผ่านไปนานเท่าไหร่ไม่ทราบได้ มินอาทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้ไม้ตัวเก่าในห้องพักอาจารย์ บนโต๊ะยังคงมีเลกเชอร์ที่เธอตั้งใจจดอย่างละเอียดไว้ให้พี่พริ้ม มันเป็นโน้ตที่เธอเขียนด้วยความรักและความปรารถนาดี แต่มันกลับดูไร้ค่าเมื่อต้องเผชิญกับโลกแห่งความจริงที่โหดร้าย
เธอนั่งเหม่อมองไปนอกหน้าต่าง ดวงอาทิตย์ที่เริ่มคล้อยต่ำลงทำให้แสงสีส้มสาดส่องเข้ามาในห้อง ราวกับจะล้อเลียนความอ้างว้างในใจ ทว่าท่ามกลางความมืดมิดที่เริ่มคืบคลานเข้ามา เสียงฝีเท้าเบาๆ ของใครบางคนที่ก้าวเข้ามาในห้องก็ทำลายความเงียบนั้นลง
มินอาไม่ได้หันไปมอง เธอคิดว่าเป็นอาจารย์คนใดคนหนึ่งที่เดินกลับมาลืมของ
"ถ้าจะไล่ให้ฉันออกไปจากห้องนี้ ก็เชิญเลยนะคะ เพราะตอนนี้ฉันก็ไม่รู้จะอยู่ที่นี่ต่อไปเพื่ออะไรเหมือนกัน" มินอาพูดด้วยน้ำเสียงที่ตายด้าน
"พี่ไม่ได้มาเพื่อไล่... และพี่ก็ไม่ได้ตั้งใจจะเดินออกไปจริงๆ"
เสียงที่คุ้นเคยและสั่นเทาเล็กน้อยทำให้มินอาสะดุ้งสุดตัว เธอหันขวับไปมองที่หน้าประตู ร่างโปร่งของพี่พริ้มยืนหอบหายใจอยู่ตรงนั้น เสื้อผ้าที่เคยจัดทรงเรียบร้อยดูยุ่งเหยิงเล็กน้อย ใบหน้าที่เคยสงบนิ่งบัดนี้มีคราบน้ำตาเปื้อนอยู่จางๆ
"พี่พริ้ม... คุณแม่ล่ะคะ?" มินอาลุกขึ้นยืน หัวใจเต้นรัวด้วยความหวังที่ฟื้นคืนกลับมา
"พี่ปล่อยให้แม่กลับไปก่อน... พี่บอกแม่ว่าพี่ลืมสมุดบันทึกสำคัญไว้ที่คณะ" พี่พริ้มเดินตรงเข้ามาหามินอาอย่างรวดเร็ว ก่อนจะคว้ามือของอีกฝ่ายมากุมไว้แน่นจนมินอาสัมผัสได้ถึงความร้อนจากฝ่ามือของอีกคน "มินอา พี่ทนไม่ได้... พี่ทนที่จะเห็นสายตาที่ผิดหวังของเธอไม่ได้ มากกว่าที่จะทนฟังคำด่าทอของแม่เสียอีก"
พี่พริ้มสูดหายใจเข้าลึกก่อนจะสบตามินอาด้วยแววตาที่เปลี่ยนไป มันไม่ใช่สายตาของรุ่นพี่ที่ต้องวางท่าทาง แต่เป็นสายตาของคนที่ตัดสินใจแน่วแน่แล้วว่าจะไม่ปล่อยมือจากความอบอุ่นนี้อีก
"พี่ตัดสินใจแล้ว... ไม่ว่าแม่จะโกรธแค่ไหน หรืออนาคตที่แม่วางไว้จะพังทลายลงเพียงใด พี่ขอเลือกที่จะเขียนอนาคตของพี่ด้วยมือตัวเอง... ที่มีมินอาอยู่ในนั้น"
มินอานิ่งงัน น้ำตาแห่งความโล่งใจรื้นขึ้นจนพร่ามัว ทั้งสองสวมกอดกันแน่นท่ามกลางแสงสนธยาที่เปลี่ยนห้องพักอาจารย์ให้กลายเป็นสถานที่แห่งความหวังอีกครั้ง ความสัมพันธ์ที่เคยเหมือนเส้นด้ายบางๆ บัดนี้กลับถูกถักทอเข้าด้วยกันจนแน่นแฟ้นยิ่งกว่าเดิม
ทว่า ในขณะที่ความเงียบสงบกำลังปกคลุม ทั้งคู่กลับได้ยินเสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครบางคนที่ก้าวตรงมายังหน้าห้องพักอาจารย์ พร้อมกับเสียงเคาะประตูที่ดังสนั่นหวั่นไหวราวกับจะพังมันลงมา
"พริ้ม! แม่รู้ว่าลูกยังอยู่ในนั้น! เปิดประตูเดี๋ยวนี้ ก่อนที่แม่จะจัดการกับเด็กคนนั้นด้วยวิธีที่รุนแรงกว่าเดิม!"
มินอาตัวชาวาบเมื่อเห็นพี่พริ้มที่เพิ่งจะคลายความกังวลกลับมามีสีหน้าซีดเผือดลงอีกครั้ง ในมือของพี่พริ้มกำมือของเธอไว้แน่นยิ่งกว่าเดิม ราวกับเป็นปราการด่านสุดท้ายที่จะปกป้องเธอจากพายุที่กำลังจะโถมเข้ามา
กลิ่นลิลลี่สีขาวขอเป็นกำลังใจให้รี้ดเดอร์ทุกท่านร่วมเดินทางผ่านบททดสอบแห่งความรักที่กำลังเข้มข้นขึ้นในตอนหน้านะคะ
บันทึกความลับฉบับยืมชีท: รุ่นพี่ครับอย่าพึ่งใจร้าย•ตอนที่ 34
วันที่สดใสอีกครั้ง
ผลงานโดย กลิ่นลิลลี่สีขาว
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กลิ่นลิลลี่สีขาว)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บันทึกความลับฉบับยืมชีท: รุ่นพี่ครับอย่าพึ่งใจร้าย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!