บันทึกความลับฉบับยืมชีท: รุ่นพี่ครับอย่าพึ่งใจร้าย•ตอนที่ 35

ของขวัญวันเกิดพริ้ม

ผลงานโดย กลิ่นลิลลี่สีขาว
“ถ้าพี่พริ้มยังตัวสั่นแบบนี้ มินอาคงไม่มีทางปล่อยมือแน่นอนค่ะ” คำพูดนั้นไม่ได้มีไว้เพื่อต่อรอง แต่มันคือคำสัญญาที่หนักแน่นที่สุดเท่าที่เด็กสาวปีหนึ่งอย่างมินอาจะทำได้ ท่ามกลางความเงียบงันที่กดทับในห้องสมุดส่วนตัวของครอบครัวพริ้ม บรรยากาศรอบข้างดูเหมือนจะหยุดนิ่ง แรงบีบที่มือของรุ่นพี่สาวเริ่มคลายลงอย่างช้าๆ พริ้มเงยหน้าขึ้น ดวงตาคู่สวยที่เคยฉายแววเย็นชาบัดนี้สั่นไหวราวกับหยาดฝนที่เกาะอยู่บนกระจกหน้าต่าง “มินอา... เธอไม่ควรมาอยู่ตรงนี้ ในเวลาที่ฉันกำลังตกต่ำที่สุด” พริ้มพึมพำ น้ำเสียงแหบพร่า “ครอบครัวของฉันไม่ได้ต้องการพยานที่เห็นความอ่อนแอหรอกนะ” “แต่หัวใจของมินอาต้องการค่ะ” มินอาสวนกลับทันควัน พร้อมกับขยับเข้าไปใกล้ร่างที่ดูบอบบางลงถนัดตา “มินอาไม่ได้มาเพื่อเป็นพยาน มินอามาเพื่อเป็นเหตุผลที่ทำให้พี่อยากหายใจในวันพรุ่งนี้ต่างหากล่ะคะ” พริ้มชะงัก เธอจ้องมองใบหน้าที่เต็มไปด้วยความมุ่งมั่นของรุ่นน้อง ความสับสนในแววตาเริ่มถูกแทนที่ด้วยความอบอุ่นที่เธอพยายามปฏิเสธมาตลอดหลายปี มือที่เคยเย็นเฉียบเริ่มมีความร้อนจากฝ่ามือของมินอาถ่ายเทเข้ามา “วันนี้... เป็นวันเกิดฉัน” พริ้มพูดขึ้นลอยๆ ราวกับเป็นการเปลี่ยนเรื่องเพื่อหนีความรู้สึกที่พุ่งพล่าน “แต่ดูเหมือนของขวัญที่ฉันได้รับ จะมีแค่ความวุ่นวายจากครอบครัวเท่านั้น” มินอาเผยรอยยิ้มบางๆ มันเป็นยิ้มที่ทำให้หัวใจคนมองเต้นผิดจังหวะ “ถ้าอย่างนั้น มินอาขออนุญาตเป็นคนมอบของขวัญที่เหลือให้เองนะคะ หลับตาหน่อยสิคะ... สัญญาว่าจะไม่ทำอะไรแผลงๆ นอกจากทำให้พี่มีความสุข” พริ้มลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะยอมหลับตาลงอย่างว่าง่าย ความมืดมิดทำให้เธอสัมผัสได้ถึงกลิ่นหอมจางๆ จากตัวมินอา กลิ่นที่เหมือนดอกไม้ในฤดูใบไม้ผลิท่ามกลางพายุฝน เธอได้ยินเสียงกระดาษแกรกกราก เสียงเปิดกล่องพลาสติกเบาๆ ตามด้วยกลิ่นหอมหวานของเค้กช็อกโกแลตที่อบอวลขึ้นมาในอากาศ “ลืมตาได้แล้วค่ะ” พริ้มลืมตาขึ้น สิ่งที่ปรากฏตรงหน้าไม่ใช่เค้กหรูหราจากภัตตาคาร แต่เป็นเค้กชิ้นเล็กๆ ที่ตกแต่งด้วยวิปครีมอย่างเก้ๆ กังๆ และมีเทียนวันเกิดเล่มเดียวปักอยู่ท่ามกลางหนังสือเล่มหนาที่มินอาแอบเอามาวางเป็นฐาน บนโต๊ะไม้ตัวเดิมที่เธอใช้คร่ำเคร่งกับตำราเรียน กลับมีสมุดบันทึกเล่มหนึ่งเปิดอยู่ หน้ากระดาษเต็มไปด้วยลายมือของมินอาที่จดบันทึก 'วิธีทำให้พี่พริ้มยิ้ม' ตั้งแต่วันแรกที่เจอกันจนถึงปัจจุบัน “มินอา... นี่มัน...” พริ้มยกมือปิดปาก ดวงตาเริ่มร้อนผ่าว “มินอาไม่ได้มีเงินทองมากมายจะซื้อของแบรนด์เนมให้พี่เหมือนที่คนอื่นเขาทำกัน แต่มินอามีเวลา... มีบันทึกทุกความรู้สึกที่พี่เคยใจดีกับมินอา” มินอาขยับเข้าไปใกล้ กระซิบข้างหูด้วยน้ำเสียงอ่อนหวาน “พี่พริ้มคะ ขอบคุณที่เกิดมานะคะ ขอบคุณที่ยังคงเป็นพี่พริ้มที่แสนดี แม้ในวันที่โลกทั้งใบของพี่จะพยายามบอกให้พี่เข้มแข็งจนลืมรักตัวเอง” พริ้มปล่อยให้หยาดน้ำตาไหลออกมาโดยไม่คิดจะเช็ด เธอโผเข้ากอดร่างเล็กที่อบอุ่นนั้นแน่น ความกดดันจากตระกูลที่กดทับหัวใจมานานนับปีดูเหมือนจะมลายหายไปชั่วขณะ มินอาคือสิ่งเดียวที่เป็นความจริงในชีวิตที่เต็มไปด้วยการแสดงของเธอ “ฉันไม่เคยได้รับอะไรแบบนี้เลย...” พริ้มสะอื้นเบาๆ “ต่อจากนี้ พี่จะมีมินอาในทุกๆ วันเกิดค่ะ” มินอาลูบหลังรุ่นพี่สาวอย่างปลอบประโลม บรรยากาศแสนหวานถูกขัดจังหวะด้วยเสียงฝีเท้าหนักๆ ที่ดังขึ้นบริเวณหน้าประตูห้องสมุด มินอาสังเกตเห็นว่าร่างกายของพริ้มเกร็งขึ้นทันทีราวกับถูกกระแสไฟฟ้าช็อต แรงกอดที่แน่นหนาเปลี่ยนเป็นความสั่นเทาอย่างรุนแรงอีกครั้ง “พริ้ม! ฉันรู้นะว่าเธออยู่ในนั้น!” เสียงทุ้มต่ำของชายวัยกลางคนดังขึ้นตามด้วยเสียงเคาะประตูที่หนักหน่วงจนบานไม้สะเทือน “ออกมาเดี๋ยวนี้! ฉันมีเรื่องต้องคุยเรื่องการหมั้นหมายที่เธอพยายามจะปฏิเสธ!” พริ้มผละออกจากมินอา ใบหน้าซีดเผือดจนไร้สีเลือด เธอหันมองไปรอบห้องอย่างตื่นตระหนก ก่อนจะคว้าข้อมือมินอาแล้วลากไปยังมุมมืดหลังชั้นหนังสือขนาดใหญ่ “เขาไม่ควรเห็นเธอที่นี่ ถ้าเขาเห็น... เขาจะทำลายทุกอย่างที่เธอสร้างมาเพื่อฉัน” พริ้มกระซิบด้วยความหวาดกลัวอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ประตูห้องสมุดเปิดผางออกอย่างรุนแรง แสงไฟจากโถงทางเดินสาดส่องเข้ามาทำให้ห้องที่เคยเป็นส่วนตัวดูสว่างวาบ มินอาพยายามกลั้นหายใจขณะซ่อนตัวอยู่หลังชั้นหนังสือ เธอมองผ่านช่องว่างของเล่มหนังสือเห็นชายวัยกลางคนที่ดูสง่างามทว่าดวงตาฉายแววเผด็จการกวาดสายตามองไปรอบห้อง “เธอคิดว่าหลบหลังกองหนังสือพวกนี้แล้วจะรอดไปได้งั้นเหรอ พริ้ม?” ชายคนนั้นแสยะยิ้ม “ฉันเห็นรองเท้าผ้าใบของใครบางคนที่หน้าประตู... ดูเหมือนว่าเด็กสาวคนนั้นจะเลือกทางเดินผิดชีวิตซะแล้วสิ” เขาก้าวเท้าเข้ามาใกล้ชั้นหนังสือที่พวกเธอซ่อนตัวอยู่ทีละก้าว... ทุกก้าวนั้นหนักอึ้งราวกับเข็มนาฬิกาที่นับถอยหลังสู่หายนะ มินอาสัมผัสได้ถึงมือของพริ้มที่บีบข้อมือเธอไว้แน่นจนเจ็บ แต่นั่นไม่ใช่ความกลัวเพียงอย่างเดียวที่เกิดขึ้น เพราะในวินาทีที่ชายคนนั้นเอื้อมมือมาแตะที่ชั้นหนังสือ พริ้มก็ตัดสินใจทำสิ่งที่ทำให้มินอาต้องเบิกตากว้าง พริ้มก้าวออกมาจากมุมมืดโดยไม่ลังเล เธอไม่ได้ก้มหน้าหนีอย่างที่เคย แต่กลับยืนตระหง่านบังมินอาไว้มิด พร้อมกับช้อนสายตาที่แปรเปลี่ยนจากความกลัวเป็นความเย็นชาขั้นสูงสุดที่มินอาไม่เคยเห็นมาก่อน “ถ้าคุณกล้าแตะต้องเธอแม้แต่ปลายเล็บ...” พริ้มพูดเสียงเรียบ แต่เปี่ยมไปด้วยอำนาจที่น่าเกรงขามกว่าชายตรงหน้าหลายเท่า “ฉันจะเปิดเผย 'หลักฐาน' ทั้งหมดที่ฉันเก็บไว้เกี่ยวกับบัญชีลับของบริษัทให้คนทั้งโลกได้รับรู้ เดี๋ยวนี้” บรรยากาศในห้องเงียบสนิทลงในฉับพลัน ชายวัยกลางคนชะงักงัน มือของเขาสั่นเทาอย่างเห็นได้ชัด ขณะที่พริ้มยิ้มที่มุมปากอย่างผู้ที่ถือไพ่เหนือกว่า ทว่าสิ่งที่ไม่มีใครคาดคิดก็เกิดขึ้น... เมื่อเสียงโทรศัพท์มือถือของมินอาที่ซ่อนอยู่ในกระเป๋ากระโปรงดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงัน มันคือเสียงแจ้งเตือนข้อความที่ระบุว่า 'บันทึกความลับ' ของพริ้มที่มินอาเคยทำหายไป ได้ถูกใครบางคนส่งตรงเข้าเครื่องของบิดาพริ้มไปเมื่อสิบวินาทีก่อน ความลับที่ควรจะเป็นของขวัญวันเกิด... บัดนี้กลายเป็นระเบิดเวลาที่ทำลายทุกอย่างเสียแล้ว ขอบคุณที่ร่วมเดินทางไปกับความรู้สึกของมินอาและพี่พริ้มนะคะ หวังว่าตอนต่อไปจะทำให้หัวใจทุกท่านเต้นระทึกไปพร้อมๆ กับตัวละครค่ะ - กลิ่นลิลลี่สีขาว
สารจากนักเขียน (กลิ่นลิลลี่สีขาว)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บันทึกความลับฉบับยืมชีท: รุ่นพี่ครับอย่าพึ่งใจร้าย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%