บันทึกความลับฉบับยืมชีท: รุ่นพี่ครับอย่าพึ่งใจร้าย•ตอนที่ 33

การยอมรับความจริง

ผลงานโดย กลิ่นลิลลี่สีขาว
"พี่พริ้มจะถอยหนีไปถึงไหนคะ?" น้ำเสียงของมินอาไม่ได้สั่นเครือ แต่มันกลับราบเรียบจนน่ากลัว มือของรุ่นน้องปีหนึ่งกำสมุดจดเลกเชอร์เล่มหนาจนขอบกระดาษยับยู่ยี่ เธอไม่ได้ก้าวตามเข้าไปในห้องเก็บของที่มืดสลัวนั้น แต่ยืนขวางทางออกไว้ด้วยท่าทีที่เด็ดเดี่ยวราวกับคนหมดความอดทน พี่พริ้มชะงักฝีเท้า แผ่นหลังบางที่เคยดูสง่างามยามอยู่ต่อหน้าผู้คน บัดนี้กลับดูสั่นไหวเล็กน้อยภายใต้เสื้อนักศึกษาที่รีดจนเรียบกริบ เธอไม่ได้หันกลับมามอง ทว่ามินอาก็รู้ดีว่าคนตรงหน้ากำลังกัดริมฝีปากตัวเองจนห่อเลือด "มินอา... กลับไปเถอะค่ะ" เสียงของพี่พริ้มแผ่วเบาและเย็นชา แต่มันกลับแฝงไปด้วยรอยร้าวที่ใครก็สัมผัสได้ "พี่บอกแล้วไงว่าอย่าเอาตัวเองมาพัวพันกับเรื่องของพี่ ความหวังที่เธอคิดว่าเห็น มันไม่มีอยู่จริงหรอก" "โกหกค่ะ" มินอาสวนกลับทันควัน ก่อนจะก้าวเข้าไปหนึ่งก้าว "ความรู้สึกที่พี่ส่งมาตอนที่เรานั่งทบทวนบทเรียนด้วยกัน ความอบอุ่นที่พี่หยิบยื่นให้ในวันที่หนูท้อแท้ หรือแม้แต่สายตาที่พี่มองหนูตอนที่คิดว่าหนูไม่เห็น... พี่จะบอกว่าทั้งหมดนั่นคือการแสดงละครเพื่อฆ่าเวลาเหรอคะ?" พี่พริ้มหมุนตัวกลับมา ดวงตาคู่สวยที่เคยดุดันและไร้ความรู้สึกในตอนแรก บัดนี้กลับคลอไปด้วยหน่วยน้ำตาที่พยายามกลั้นไว้สุดกำลัง เธอแค่นยิ้ม รอยยิ้มที่ทำให้หัวใจของมินอาเจ็บแปลบ "แล้วถ้าพี่บอกว่าใช่อ่ะ? ถ้าพี่บอกว่าที่ทำไปทั้งหมด ก็แค่เพราะความเหงา... แค่เพราะอยากเห็นเด็กที่กระตือรือร้นแบบเธอมาคอยวนเวียนให้พี่รู้สึกเหมือนยังมีชีวิตอยู่... แบบนี้มันพอจะทำให้เธอเลิกตามตื้อพี่ได้หรือยัง?" มินอานิ่งไปครู่หนึ่ง ก้อนเนื้อในอกซ้ายกระตุกรุนแรง แต่เธอก็ไม่ยอมถอย เธอเดินเข้าไปใกล้จนระยะห่างระหว่างคนทั้งคู่เหลือเพียงไม่กี่เซนติเมตร กลิ่นหอมจางๆ จากน้ำหอมกลิ่นดอกไม้ที่พี่พริ้มใช้เป็นประจำปะทะเข้ากับจมูก มันเป็นกลิ่นเดิมที่ทำให้เธอตกหลุมรัก แต่ในตอนนี้มันกลับกลายเป็นกลิ่นแห่งความเจ็บปวด "พี่พริ้มคะ..." มินอาเอื้อมมือไปคว้าข้อมือของรุ่นพี่ไว้อย่างเบามือ แต่หนักแน่น "คนเราโกหกคนทั้งโลกได้ แต่ไม่มีทางโกหกหัวใจตัวเองได้หรอกนะคะ ถ้าพี่ไม่แคร์หนูจริงๆ ทำไมตอนที่หนูร้องไห้ในห้องสมุดวันนั้น พี่ถึงยอมทิ้งโปรเจกต์สำคัญเพื่อมานั่งข้างๆ หนูจนดึกดื่น? ทำไมทุกครั้งที่หนูทำคะแนนได้ดี พี่ถึงยิ้มกว้างกว่าหนูเสียอีก?" พี่พริ้มพยายามดึงข้อมือออก แต่แรงของมินอากลับไม่ยอมให้เป็นเช่นนั้น "หนูไม่ได้ต้องการคำตอบที่สวยหรูจากพี่ หนูแค่ต้องการความจริง... ความจริงที่ว่า พี่เองก็กลัวใช่ไหมคะ? กลัวว่าถ้าปล่อยใจให้หนูเข้ามา แล้วครอบครัวพี่จะขีดเส้นฆ่าพี่ทิ้ง เหมือนที่พวกเขาทำกับความฝันของพี่มาตลอด" คำพูดแทงใจดำนั่นทำให้กำแพงที่พี่พริ้มสร้างขึ้นพังทลายลงในทันที ดวงตาคู่นั้นเบิกกว้างด้วยความตกใจ ก่อนที่น้ำตาจะหยดลงบนแก้มขาวนวล เธอทรุดตัวลงนั่งกับพื้นห้องเก็บของที่เย็นเยียบ ปิดหน้าสะอื้นจนตัวโยน มินอาไม่รอช้า เธอทรุดตัวลงนั่งข้างๆ ก่อนจะคว้าตัวคนตัวบางกว่ามากอดไว้แน่น แม้พี่พริ้มจะพยายามขัดขืนในตอนแรก แต่เมื่อถูกกอดไว้อย่างมั่นคง ความเข้มแข็งที่พยายามประคองไว้ก็สูญสิ้น พี่พริ้มซบหน้าลงกับไหล่ของมินอา ปล่อยให้น้ำตาไหลพรั่งพรูออกมาเหมือนเขื่อนที่แตกทะลัก "หนูไม่รู้หรอกมินอา... หนูไม่รู้อะไรเลย" เสียงสะอื้นดังอู้อี้ "พวกเขาไม่ได้แค่กดดัน... พวกเขาขีดเส้นชีวิตพี่ไว้หมดแล้ว ใครที่เข้ามา... ใครก็ตามที่พยายามจะพาพี่ออกจากเส้นทางนั้น... พวกเขาจะทำลายคนคนนั้นให้พินาศเหมือนที่ทำกับพี่..." "งั้นเราก็ต้องแข็งแกร่งพอที่จะจับมือกันไว้สิคะ" มินอาลูบหลังคนในอ้อมกอดอย่างอ่อนโยน "หนูไม่ได้ขอให้พี่พาหนูไปในที่ที่ปลอดภัยหนูแค่ขอให้พี่ให้โอกาสเรา... ให้โอกาสความรักของเราเป็นเหตุผลที่ทำให้เรากล้าเผชิญหน้ากับอะไรก็ตามที่รออยู่ข้างหน้า" พี่พริ้มผละออกมาจ้องหน้ามินอาด้วยสายตาที่เปียกปอน "เธอจะเสียใจนะถ้าเธอเลือกเดินเส้นทางนี้กับพี่" "หนูอาจจะเสียใจที่เลือกพี่ แต่หนูจะเสียใจมากกว่าถ้าต้องใช้ชีวิตที่เหลือโดยไม่มีพี่อยู่ในนั้น" มินอายิ้ม ทั้งน้ำตาที่เริ่มเอ่อล้นออกมาเช่นกัน ท่ามกลางความเงียบงันที่เริ่มก่อตัวขึ้น พี่พริ้มสูดหายใจเข้าลึก ราวกับกำลังรวบรวมความกล้าครั้งใหญ่ที่สุดในชีวิต เธอค่อยๆ เอื้อมมือมาแตะที่ข้างแก้มของมินอา นิ้วเรียวยาวสั่นเทาขณะเกลี่ยหยดน้ำตาออกจากใบหน้าของรุ่นน้อง "ถ้าอย่างนั้น... อย่าปล่อยมือพี่นะ" พี่พริ้มกระซิบแผ่วเบา ก่อนจะโน้มใบหน้าเข้าไปใกล้จนลมหายใจอุ่นร้อนรดรินกันและกัน ในจังหวะที่หัวใจของทั้งสองเต้นเป็นจังหวะเดียวกัน เสียงฝีเท้าหนักๆ จากรองเท้าคัทชูของใครบางคนก็ดังขึ้นที่หน้าประตูห้องเก็บของ พร้อมกับเสียงไขกุญแจที่ดังสนั่นขึ้นโดยไม่มีการเคาะบอกกล่าว "พี่พริ้ม! มินอา! ออกมาเดี๋ยวนี้! ฉันรู้ว่าพวกเธออยู่ข้างใน!" เสียงแหลมสูงของอาจารย์ที่ปรึกษาประจำคณะฯ ซึ่งเป็นญาติห่างๆ ของพี่พริ้มตะโกนก้องเข้ามาก่อนจะผลักประตูเข้ามาอย่างแรง มินอาและพี่พริ้มผละออกจากกันอย่างรวดเร็วด้วยความตกใจ ทว่าทันทีที่บานประตูเปิดออกกว้าง แสงไฟจากโถงทางเดินก็สาดส่องเข้ามา เผยให้เห็นบุคคลที่ยืนอยู่ข้างหลังอาจารย์—คนคนนั้นคือ 'คุณแม่ของพี่พริ้ม' ที่ยืนกอดอกด้วยใบหน้าเรียบเฉย ทว่าดวงตากลับจับจ้องมาที่มือของมินอาและพี่พริ้มที่ยังกุมกันไว้แน่นด้วยความโกรธแค้น ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงบทนี้ด้วยหัวใจที่ลุ้นระทึกไปพร้อมๆ กับกลิ่นลิลลี่สีขาวนะคะ
สารจากนักเขียน (กลิ่นลิลลี่สีขาว)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บันทึกความลับฉบับยืมชีท: รุ่นพี่ครับอย่าพึ่งใจร้าย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%