“มินอา... วางหลอดทดลองนั่นลงซะ ถ้าเธอไม่อยากให้งานวิจัยปีสี่ของฉันต้องกลายเป็นเศษแก้วกองบนพื้น”
น้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงไปด้วยแรงกดดันของพี่พริ้มดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันในห้องแล็บวิจัยช่วงค่ำคืน แสงไฟฟลูออเรสเซนต์สีขาวนวลส่องกระทบใบหน้าด้านข้างของคนพี่ที่ดูเคร่งเครียดกว่าปกติ มินอาที่กำลังประหม่าจนทำอะไรไม่ถูกรีบวางอุปกรณ์ในมือลงช้าๆ หัวใจของเธอเต้นรัวจนแทบจะหลุดออกมานอกอก ไม่ใช่เพราะกลัวผลงานพัง แต่เป็นเพราะท่าทีที่ดูห่างเหินเหมือนกำแพงน้ำแข็งที่ถูกสร้างขึ้นใหม่หลังจากเหตุการณ์วุ่นวายเมื่อครู่
“ขอโทษค่ะ... มินอาแค่... มินอาแค่ไม่อยากให้พี่เหนื่อยเกินไป” มินอาพึมพำ ดวงตากลมโตสั่นระริกขณะจ้องมองแผ่นหลังบางภายใต้เสื้อกาวน์สีขาวสะอาดตา
พี่พริ้มไม่ได้หันกลับมา เธอเพียงแค่ถอนหายใจยาว ไหล่ที่เคยดูมั่นคงบัดนี้กลับดูอ่อนล้าอย่างปิดไม่มิด มือเรียวบางที่สวมถุงมือยางหยิบสมุดบันทึกเล่มหนาขึ้นมาพลิกอ่านด้วยความเร็วที่บ่งบอกถึงความรีบร้อน “การที่เธออาสามาช่วยงานวิจัยรอบดึกแบบนี้ มันไม่ใช่แค่เรื่องการยืมชีทเรียนแล้วนะคะมินอา... เธอก็รู้ว่าครอบครัวฉันไม่ชอบให้ใครมายุ่งเกี่ยวเรื่องนี้”
“แต่ในฐานะคนคนหนึ่งที่แคร์พี่... มันไม่มีสิทธิ์มีเสียงพอที่จะอยู่ข้างๆ เลยเหรอคะ?” มินอาก้าวเข้าไปใกล้ขึ้นอีกนิด กลิ่นสารเคมีจางๆ ในห้องแล็บแทบจะแพ้พ่ายให้กับกลิ่นหอมสะอาดอ่อนๆ ที่ประจำตัวรุ่นพี่คนสวย
พี่พริ้มหยุดชะงัก เธอวางปากกาลงแล้วหมุนตัวกลับมาเผชิญหน้า ดวงตาคู่สวยที่เคยเย็นชาบัดนี้ฉายแววความสับสนและอ่อนไหวที่มินอาไม่เคยเห็นมาก่อน ความเงียบเข้าปกคลุมจนได้ยินเสียงแอร์ทำงานหึ่งๆ อยู่เบื้องหลัง ในห้องที่ถูกตัดขาดจากโลกภายนอก มีเพียงมินอาและพี่พริ้มที่ยืนเผชิญหน้ากันด้วยความรู้สึกที่ถักทอจนยุ่งเหยิง
“ความแคร์ของเธอมันอาจจะเป็นยาพิษสำหรับฉันก็ได้นะ” พี่พริ้มเอ่ยเสียงแผ่ว พลางเอื้อมมือไปปัดไรผมที่ตกลงมาปรกหน้าผากมินอาอย่างลืมตัว สัมผัสเบาหวิวผ่านถุงมือยางนั้นกลับทำให้นัยน์ตาของมินอาไหววูบ “เธอเป็นเด็กสดใส... เธอไม่ควรต้องมาจมปลักกับงานวิจัยที่เต็มไปด้วยความคาดหวังของคนอื่นแบบนี้เลย”
“ถ้างั้นให้มินอาเป็นคนเติมความสดใสให้พี่เองไงคะ” มินอาตัดสินใจพูดออกไป แม้จะรู้ว่าความกล้าหาญนี้อาจนำไปสู่การปฏิเสธที่เจ็บปวด “ไม่ต้องเป็นงานวิจัย ไม่ต้องเป็นเรื่องชีทเรียน แค่พี่พริ้มในฐานะที่พี่พริ้มเป็นพี่พริ้ม... มินอาก็อยากรู้จักให้มากกว่านี้”
พี่พริ้มเม้มปากแน่น เธอขยับเข้าไปใกล้จนมินอาสัมผัสได้ถึงไออุ่นที่แผ่ออกมาจากร่างกายของรุ่นพี่ ระยะห่างที่ลดลงจนแทบไม่มีเหลือทำให้มินอาต้องกลั้นหายใจ สายตาของพี่พริ้มที่จ้องมองมานั้นลึกซึ้งราวกับกำลังค้นหาความจริงบางอย่างในดวงตาของเด็กปีหนึ่ง
“เธอมันดื้อ... มินอา” พี่พริ้มพึมพำ ก่อนจะหันไปหยิบหลอดทดลองตัวอย่างที่ต้องจัดการต่อ “ถ้าอยากช่วยนัก ก็มาช่วยบันทึกผลการทดลองนี้ให้ถูกต้อง อย่าให้พลาดแม้แต่จุดเดียว ถ้าทำพลาด... เราคงไม่ได้กลับบ้านกันแน่คืนนี้”
มินอาเผยรอยยิ้มบางๆ แม้จะยังรู้สึกได้ถึงความขัดแย้งที่แฝงอยู่ในคำพูดของอีกฝ่าย แต่การที่พี่พริ้มยอมให้เธออยู่ต่อ คือชัยชนะเล็กๆ ที่มีค่ามหาศาล ทั้งคู่ก้มหน้าก้มตาทำงานร่วมกันภายใต้โคมไฟดวงเดียว บรรยากาศตึงเครียดค่อยๆ ถูกแทนที่ด้วยเสียงพลิกกระดาษและเสียงพูดคุยแผ่วเบาเกี่ยวกับตัวบทกวีที่พี่พริ้มถนัด
เวลาผ่านไปจนล่วงเข้าสู่เที่ยงคืน ความเงียบงันหวนคืนกลับมาอีกครั้งเมื่อทั้งคู่ต่างฝ่ายต่างจดจ่อกับข้อมูลมหาศาล มินอาที่เริ่มตาปรือพิงหัวเข้ากับโต๊ะแล็บโดยไม่รู้ตัว ก่อนจะสะดุ้งตื่นเมื่อรู้สึกถึงสัมผัสแผ่วเบาที่พาดลงบนไหล่ เธอเงยหน้าขึ้นและพบว่าพี่พริ้มกำลังมองเธอด้วยสายตาที่อ่านไม่ออก
“พักสักหน่อยเถอะค่ะ... หน้าเธอดูซีดลงนะ” พี่พริ้มเอ่ยเสียงนุ่ม ผิดกับท่าทีที่เคยแสดงออกในตอนแรก
“ไม่เป็นไรค่ะ... มินอาอยากให้งานของพี่เสร็จเร็วๆ” มินอาตอบพลางพยายามหยิบสมุดขึ้นมาจดต่อ ทว่าพี่พริ้มกลับดึงปากกาออกจากมือเธอด้วยความรวดเร็ว
“พอแล้ว... ฉันบอกให้พอ” พี่พริ้มขยับเข้ามาจนชิด ขอบโต๊ะแล็บกักขังมินอาไว้ในวงแขนของรุ่นพี่คนสวย กลิ่นหอมจางๆ ประจำตัวของพี่พริ้มห้อมล้อมมินอาจนแทบขาดใจ เธอจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคู่เดิมที่ดูจะมีความปรารถนาบางอย่างซ่อนอยู่
ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าหนักๆ ที่คุ้นเคยก็ดังขึ้นจากหน้าประตูห้องแล็บ พร้อมกับแสงไฟที่สว่างวาบขึ้นจากการถูกเปิดสวิตช์กะทันหัน พี่พริ้มผละตัวออกอย่างรวดเร็วด้วยใบหน้าที่ตื่นตระหนก มินอาหันไปมองตามเสียงนั้นและพบกับร่างสูงของบุคคลที่ไม่คาดคิดว่าต้องมาปรากฏตัวในเวลาและสถานที่แบบนี้
นั่นคือแม่ของพี่พริ้ม... และในมือของท่านยังมีแฟ้มเอกสารบางอย่างที่ดูเหมือนจะเป็นชนวนสำคัญของความลับที่พี่พริ้มพยายามปกปิดมาตลอดทั้งคืน ท่านกวาดสายตามองทั้งคู่ด้วยความโกรธจัด ก่อนจะเอ่ยประโยคที่ทำให้โลกทั้งใบของมินอาราวกับจะพังทลายลงตรงหน้า
“พริ้ม... แม่บอกแล้วใช่ไหมว่าอย่าให้คนนอกเข้ามายุ่งกับโปรเจกต์ลับนี้ โดยเฉพาะ... เด็กคนนี้”
ขอบพระคุณทุกท่านที่ติดตามและเป็นกำลังใจให้กับกลิ่นลิลลี่สีขาวมาโดยตลอดนะคะ
บันทึกความลับฉบับยืมชีท: รุ่นพี่ครับอย่าพึ่งใจร้าย•ตอนที่ 39
เหตุการณ์ในห้องแล็บ
ผลงานโดย กลิ่นลิลลี่สีขาว
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กลิ่นลิลลี่สีขาว)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บันทึกความลับฉบับยืมชีท: รุ่นพี่ครับอย่าพึ่งใจร้าย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!