"เธอไม่ได้กำลังคิดจะทำอะไรแผลงๆ กับสมุดเลกเชอร์เล่มนั้นใช่ไหม มินอา?"
เสียงของพินเพื่อนสนิทในกลุ่มดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันภายในห้องสมุดคณะที่เงียบเชียบจนได้ยินเสียงหัวใจเต้น มินอาชะงักปลายปากกาที่กำลังจดจ่ออยู่กับการคัดลอกตัวอักษรลายมือบรรจงของใครบางคน เธอเงยหน้าขึ้นมองเพื่อนสาวที่โน้มตัวลงมาจับผิด สายตาของพินไม่ได้มองแค่สมุด แต่กำลังสำรวจร่องรอยความสุขที่ปิดไม่มิดบนใบหน้าของมินอา
"เปล่านะ... ก็แค่สรุปบทเรียนธรรมดาเอง" มินอาตอบพลางปิดสมุดเล่มหนาลงอย่างรวดเร็ว กลิ่นจางๆ ของน้ำหอมกลิ่นดอกลิลลี่ที่เคยติดอยู่บนปกสมุดมันเริ่มจางหายไปจนเกือบหมด แต่มันกลับทิ้งร่องรอยบางอย่างไว้ในความรู้สึกของเธอ มันไม่ใช่ความหอมแบบปกติ แต่มันคือความอุ่นใจที่ปนมากับความกลัวลึกๆ ในใจที่ว่า ความสัมพันธ์นี้อาจจะกำลังมีใครบางคนจับจ้องอยู่
พินถอนหายใจยาว ก่อนจะขยับเข้าไปใกล้มากขึ้น "ปกติพี่พริ้มไม่เคยให้ใครยืมชีทเรียนเล่มที่จดด้วยลายมือตัวเองเลยนะ ยิ่งวิชาวรรณกรรมวิจารณ์ที่แกหวงนักหวงหนานั่นน่ะ... พวกเรามองดูอยู่ มินอา ไม่ใช่แค่ฉันหรอกที่สังเกตเห็น คนทั้งคณะเขาก็เริ่มซุบซิบกันแล้วว่ารุ่นพี่น้ำแข็งใสคนนั้น ทำไมถึงกลายเป็นคนใจดีกับน้องปีหนึ่งคนนี้เป็นพิเศษ"
มินอาเม้มปากแน่น ความรู้สึกอึดอัดเริ่มก่อตัวขึ้นข้างใน ความสัมพันธ์ของเธอกับพี่พริ้มไม่ใช่แค่เรื่องของการยืมชีทอีกต่อไปแล้ว แต่มันคือการที่รุ่นพี่คนสวยเริ่ม 'อนุญาต' ให้มินอาเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของพื้นที่ปลอดภัยที่เธอสร้างขึ้นมาคนเดียวตลอดสี่ปี
"ฉัน... ฉันไม่ได้ตั้งใจจะทำให้พี่เขาเดือดร้อนนะ" มินอาพึมพำ น้ำเสียงสั่นเครือเล็กน้อย
"แต่ความเดือดร้อนมันกำลังจะมาถึงไง" พินทิ้งระเบิดลูกใหญ่ลงกลางโต๊ะ "เมื่อกี้ฉันเดินผ่านหน้าภาควิชา เห็นอาจารย์หัวหน้าสาขาเรียกพี่พริ้มเข้าไปคุยเรื่องการยื่นทุนเรียนต่อต่างประเทศ สีหน้าพี่เขา... มันดูเหมือนคนไม่มีทางเลือกเลยสักนิด มินอา เธอรู้ไหมว่าถ้าพี่เขาสอบผ่านทุนนี้ เรื่องระหว่างพวกเธอจะจบลงที่ตรงไหน"
มินอาชาวาบไปทั้งตัว เธอไม่เคยรู้เรื่องทุนมาก่อน พี่พริ้มไม่เคยปริปากบอก ไม่ใช่เพราะปิดบัง แต่เพราะเธอไม่อยากให้มินอาต้องกังวล ความเย็นชาที่พี่พริ้มมักจะแสดงออกต่อโลกภายนอก แท้จริงแล้วมันคือโล่กำบังชั้นดีที่ปกป้องตัวเองจากความคาดหวังของครอบครัว และตอนนี้... ดูเหมือนกำแพงนั้นกำลังจะพังทลายลงด้วยมือของเธอเอง
ตกเย็น วันที่ท้องฟ้าเปลี่ยนเป็นสีส้มอมม่วง มินอามายืนรอพี่พริ้มอยู่ที่ใต้ต้นนนทรีต้นเดิมที่พวกเธอชอบมานั่งอ่านหนังสือด้วยกัน แสงไฟสลัวๆ จากเสาไฟริมทางเริ่มส่องสว่างขึ้น เผยให้เห็นร่างโปร่งของรุ่นพี่สาวที่เดินตรงมาหาเธอ พริ้มดูเหนื่อยล้ากว่าปกติ แต่เมื่อสายตาคู่สวยนั้นสบเข้ากับดวงตาของมินอา รอยยิ้มบางๆ ที่หาดูได้ยากยิ่งก็ปรากฏขึ้น
"รอนานไหมคะ?" พริ้มถาม เสียงของเธอทุ้มต่ำและอ่อนโยนเหมือนเคย
มินอาส่ายหน้าช้าๆ เดินเข้าไปใกล้ๆ พลางหยิบสมุดเล่มนั้นส่งคืน "วันนี้ได้ความรู้เยอะเลยค่ะ... พี่พริ้มคะ หนูได้ยินมาว่าพี่กำลังเตรียมตัวสอบทุน..."
มือของพริ้มที่กำลังจะรับสมุดหยุดชะงักไปครู่หนึ่ง เธอมองหน้ามินอาด้วยสายตาที่ลึกซึ้งเกินกว่าจะหยั่งถึง ก่อนจะถอนหายใจแผ่วเบาแล้วเอื้อมมือไปลูบกลุ่มผมของรุ่นน้องอย่างแผ่วเบา "เรื่องนั้น... ใครบอกเธอกัน?"
"มันสำคัญไหมคะว่าใครบอก? สิ่งที่สำคัญกว่าคือ... พี่อยากไปจริงๆ หรือเปล่า หรือแค่ทำเพราะใครบางคนต้องการ?" มินอาถามสวนกลับไปตรงๆ หัวใจของเธอเต้นรัวด้วยความกังวล
พริ้มเงียบไปนาน ความเงียบที่แฝงไปด้วยอันตรายราวกับมีพายุรอการปะทุ เธอขยับตัวเข้ามาใกล้จนมินอาสัมผัสได้ถึงไออุ่นจากร่างโปร่ง "มินอา... บางครั้ง การอยู่ใกล้ฉันมันก็เหมือนการเดินบนพรมที่ซ่อนมีดเอาไว้ข้างใต้ ถ้าเธอถามเรื่องนี้ แปลว่าเธอเริ่มถลำลึกเข้ามาในความมืดของฉันแล้วนะ"
พริ้มขยับใบหน้าเข้าไปใกล้จนปลายจมูกแทบจะสัมผัสกัน กลิ่นหอมจางๆ ของลิลลี่ที่มินอาโหยหาโชยมาแตะจมูกอีกครั้ง แต่คราวนี้มันกลับหอมเข้มข้นจนน่าใจหาย ราวกับเป็นกลิ่นสุดท้ายก่อนที่ทุกอย่างจะพังทลาย
"ถ้าฉันเลือกจะก้าวไปในความมืดนั้นด้วย พี่จะยังใจร้ายกับหนูเหมือนที่ทำกับคนอื่นไหมคะ?" มินอาถามด้วยน้ำเสียงมั่นคง
พริ้มหัวเราะเบาๆ ในลำคอ สายตาของเธอที่มองมินอามันเปลี่ยนไป มันไม่ใช่สายตาของรุ่นพี่ที่มองรุ่นน้อง แต่มันคือสายตาของคนที่เพิ่งพบสิ่งที่สำคัญที่สุดในชีวิต
ทันใดนั้นเอง แสงไฟจากหน้าคณะก็ดับลงพรึ่บจนมืดสนิท ท่ามกลางความมืดมิดนั้น มินอาสัมผัสได้ถึงมือที่อบอุ่นและเย็นเฉียบในเวลาเดียวกันของพี่พริ้มที่คว้าข้อมือเธอไว้แน่น ก่อนจะมีเสียงฝีเท้าของใครบางคนเดินใกล้เข้ามา... เสียงนั้นหยุดลงห่างจากพวกเธอเพียงไม่กี่ก้าว พร้อมกับเสียงทุ้มต่ำของผู้ชายที่มินอาจำได้แม่นว่าคือใคร
"พี่พริ้มครับ... พ่อผมบอกว่าเรื่องทุน ถ้าคุณตัดสินใจไม่เซ็นเอกสารวันนี้ ชีวิตของคุณกับน้องคนนี้จะไม่ได้จบแค่ที่คำว่ารุ่นพี่รุ่นน้องหรอกนะ"
คำพูดนั้นดังขึ้นพร้อมกับเสียงสมุดที่ร่วงหล่นลงบนพื้นเสียงดังสนั่น ทิ้งให้มินอาต้องยืนตัวแข็งทื่ออยู่ท่ามกลางความมืดที่ไร้ทางออก
กลิ่นลิลลี่สีขาวที่เคยหอมละมุน บัดนี้กลับถูกกลบด้วยกลิ่นไอแห่งความขัดแย้งที่ไม่มีใครหลีกเลี่ยงได้ และในวินาทีที่แสงไฟกลับมาสว่างอีกครั้ง สิ่งที่มินอาเห็นเบื้องหน้ากลับทำให้ลมหายใจของเธอแทบหยุดชะงัก...
ขอบคุณที่เดินทางผ่านช่วงเวลาที่แสนอึดอัดและซับซ้อนนี้ไปพร้อมกับมินอาและพี่พริ้มนะคะ กลิ่นลิลลี่สีขาวจะคอยเป็นกำลังใจให้ทุกคนเสมอค่ะ
บันทึกความลับฉบับยืมชีท: รุ่นพี่ครับอย่าพึ่งใจร้าย•ตอนที่ 38
ความประทับใจของเพื่อนรอบข้าง
ผลงานโดย กลิ่นลิลลี่สีขาว
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กลิ่นลิลลี่สีขาว)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บันทึกความลับฉบับยืมชีท: รุ่นพี่ครับอย่าพึ่งใจร้าย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!