บันทึกความลับฉบับยืมชีท: รุ่นพี่ครับอย่าพึ่งใจร้าย•ตอนที่ 37

การบ้านที่ไม่มีวันจบ

ผลงานโดย กลิ่นลิลลี่สีขาว
"ซ่อนมันไว้... มินอา! เอาไปซ่อนเดี๋ยวนี้!" เสียงของพี่พริ้มสั่นเครือจนเกือบเป็นเสียงกรีดร้อง มือเรียวสวยที่เคยบรรจงเขียนอักษรวิจิตรบรรจงบนสมุดเลกเชอร์ บัดนี้กลับสั่นเทาขณะคว้าซองเอกสารสีน้ำตาลนั้นไว้แน่น ร่างสูงโปร่งของรุ่นพี่ปีสี่ที่มินอาเคยเห็นแต่ความสง่างาม ยืนตัวสั่นอยู่ในมุมห้องแคบๆ ของหอพัก กลิ่นอายของความหวาดกลัวแผ่ซ่านออกมาจนบรรยากาศรอบตัวดูเหมือนจะหนักอึ้งขึ้นอย่างกะทันหัน มินอาชะงักค้าง มือที่กำลังจะเอื้อมไปแตะไหล่พี่พริ้มหยุดสนิท เธอสัมผัสได้ถึงรอยร้าวที่กำลังขยายตัวในความสัมพันธ์ที่พวกเธอก่อร่างสร้างขึ้นมาด้วยความพยายามตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา "พี่พริ้มคะ... เกิดอะไรขึ้นคะ? เสียงคุณแม่พี่เมื่อครู่..." "อย่าถาม! มินอา ขอร้องล่ะ... ถ้าไม่อยากให้เรื่องของเราจบลงที่นี่ ก็อย่าถามอะไรอีกเลย" พี่พริ้มหันกลับมามองเธอ ดวงตาที่เคยเป็นดั่งทะเลสาบอันสงบนิ่ง บัดนี้กลับเต็มไปด้วยพายุคลั่ง รอยช้ำใต้ตาที่มักจะถูกเครื่องสำอางปกปิดไว้เริ่มเด่นชัดขึ้นภายใต้แสงไฟสลัวของห้องพัก พี่พริ้มโยนซองเอกสารนั้นลงในลิ้นชักโต๊ะทำงานแล้วล็อกกุญแจแน่นหนา ก่อนจะทรุดตัวลงนั่งบนเตียง มือทั้งสองข้างกุมขมับแน่น มินอาหายใจเข้าลึก พยายามรวบรวมสติ แม้หัวใจจะเต้นรัวจนแทบกระดอนออกมานอกอก เธอรู้ดีว่านี่ไม่ใช่เวลาที่จะมาเซ้าซี้ แต่ในฐานะคนที่มองพี่พริ้มผ่านม่านสายตาที่เต็มไปด้วยความรักมาตลอด เธอยอมไม่ได้ที่จะเห็นคนตรงหน้าแตกสลายไปต่อหน้าต่อตา "พี่พริ้มคะ..." มินอาขยับเข้าไปใกล้ กลิ่นหอมอ่อนๆ ของดอกลิลลี่ที่พี่พริ้มชอบใช้จางหายไปแทนที่ด้วยกลิ่นอายของความอึดอัด "มินอาอาจจะไม่มีความหมายอะไรมากไปกว่ารุ่นน้องที่คอยตามตื๊อขอยืมเลกเชอร์... แต่ถ้าการบ้านหรือภาระที่พี่แบกไว้มันหนักเกินไป จะไม่ลองแบ่งให้มินอาช่วยถือดูบ้างเหรอคะ?" พี่พริ้มเงยหน้าขึ้นมองมินอา แววตาของเธอวูบไหวราวกับเปลวเทียนที่ถูกลมพัดแรง "เลกเชอร์งั้นเหรอ... มินอา เธอคิดว่าที่ฉันให้เธอยืมเลกเชอร์บ่อยๆ เพราะฉันอยากช่วยเธอเรียนจริงๆ งั้นหรือ?" คำพูดนั้นเสียดแทงหัวใจมินอาจนชาหนึบ เธอตั้งใจจะใช้มุกเดิมเพื่อลดทอนความตึงเครียด แต่ดูเหมือนว่าครั้งนี้มันจะใช้ไม่ได้ผลเสียแล้ว มินอาเอื้อมมือไปแตะสมุดโน้ตที่วางอยู่ใกล้ตัว พยายามทำใจดีสู้เสือ "มินอาแค่... อยากหาเรื่องคุยกับพี่บ้าง มินอาอาจจะดูงี่เง่าที่ใช้เรื่องการบ้านเป็นข้ออ้างบ่อยเกินไปจนพี่รำคาญ แต่ที่มินอาทำไปทั้งหมด ก็แค่เพราะอยากเห็นหน้าพี่นานขึ้นอีกนิด... แค่นั้นเองค่ะ" ความเงียบเข้าปกคลุมห้องพักอีกครั้ง จนได้ยินแม้กระทั่งเสียงลมหายใจที่ติดขัดของทั้งสองคน พี่พริ้มมองดูเด็กสาวตรงหน้าด้วยสายตาที่ซับซ้อน ความเย็นชาที่เคยใช้เป็นเกราะป้องกันค่อยๆ พังทลายลงทีละน้อย แต่ทว่า... ความหวาดกลัวบางอย่างยังคงฉายชัดอยู่ในแววตาคู่นั้น "การบ้านที่ไม่มีวันจบสิ้นของฉัน... ไม่ใช่การบ้านในห้องเรียนหรอกนะ มินอา" พี่พริ้มพึมพำ น้ำตาหยดหนึ่งร่วงหล่นลงบนหลังมือ "มันคือความคาดหวังของครอบครัวที่ฉันไม่เคยหนีพ้น มันคือนรกที่ถูกสร้างขึ้นในนามของความรักและความสำเร็จ... และซองนั้นน่ะ คือใบเบิกทางที่แม่จะใช้ส่งฉันไปในที่ที่ฉันไม่มีวันได้กลับมาหาเธออีก" มินอาใจหายวาบ เธอรีบคว้ามือพี่พริ้มมากุมไว้แน่น ความอบอุ่นจากฝ่ามือมินอาดูเหมือนจะเป็นสิ่งเดียวที่ยึดโยงพี่พริ้มไว้กับโลกความจริงในตอนนี้ "ถ้าที่นั่นไม่มีความสุข... เราก็ไม่ต้องไปสิคะ มินอาจะช่วยพี่เอง เราจะหนีไปด้วยกัน..." "จะหนีไปไหนล่ะ? ในเมื่อเงาของพวกเขายังติดอยู่ที่ปลายเท้าเราเสมอ" พี่พริ้มแค่นยิ้มขมขื่น ก่อนจะดึงมือกลับ "กลับไปเถอะมินอา วันนี้ฉันเหนื่อยเกินกว่าจะสอนอะไรให้เธอได้แล้ว" มินอาจำใจเดินออกจากห้องด้วยความรู้สึกที่หนักอึ้ง เธอเดินโซเซกลับมาที่หอพักของตัวเอง ล้มตัวลงนอนบนเตียงพร้อมกับความสับสนที่ตีรวนอยู่ในอก ในหัวของเธอมีแต่คำถามว่า 'ซองเอกสารนั่นคืออะไร?' และ 'การบ้านที่ไม่มีวันจบ' ของพี่พริ้มจะทำลายทุกอย่างลงเมื่อไหร่ เวลาผ่านไปจนเกือบเที่ยงคืน เสียงเคาะประตูหน้าห้องของมินอาดังขึ้นเบาๆ เป็นจังหวะที่ดูรีบร้อน มินอากระเด้งตัวขึ้นจากเตียงด้วยความหวังว่าอาจจะเป็นพี่พริ้มที่เปลี่ยนใจ แต่เมื่อเปิดประตูออกไป ภาพที่เห็นกลับทำให้ลมหายใจของเธอสะดุดกึก ไม่ใช่พี่พริ้มที่ยืนอยู่ตรงหน้า แต่เป็นผู้หญิงวัยกลางคนที่ดูสง่างามทว่าสายตากลับเย็นชาจนน่าขนลุก เธอสวมชุดสูทราคาแพงและยืนเด่นตระหง่านอยู่หน้าห้อง "เธอคือมินอาสินะ..." ผู้หญิงคนนั้นเอ่ยเสียงเรียบ ทว่าทรงพลัง "คนที่พริ้มยอมเสียเวลาด้วยบ่อยๆ แทนที่จะเอาเวลาไปทบทวนตำราน่ะ" มินอารู้สึกได้ถึงความหนาวเหน็บที่แล่นริ้วไปทั่วกระดูกสันหลัง มือของหญิงวัยกลางคนคนนั้นถือซองเอกสารสีน้ำตาลใบเดียวกับที่อยู่บนโต๊ะของพี่พริ้มเอาไว้แน่น พร้อมกับยื่นมาตรงหน้ามินอา "ฉันว่าเราคงมีเรื่องต้อง 'เรียน' กันหน่อย... เรื่องที่พริ้มไม่มีวันสอนเธอแน่ๆ" กลิ่นลิลลี่สีขาวที่มักจะหอมละมุน กลับดูจางหายไปในพริบตา เหลือทิ้งไว้เพียงความเงียบงันที่แฝงไปด้วยอันตรายที่กำลังจะคืบคลานเข้ามาในชีวิตของพวกเธอทั้งคู่ ขอบคุณนักอ่านที่รักทุกท่านที่ร่วมเดินทางและส่งกำลังใจให้กลิ่นลิลลี่สีขาวเสมอนะคะ
สารจากนักเขียน (กลิ่นลิลลี่สีขาว)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บันทึกความลับฉบับยืมชีท: รุ่นพี่ครับอย่าพึ่งใจร้าย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%