บันทึกความลับฉบับยืมชีท: รุ่นพี่ครับอย่าพึ่งใจร้าย•ตอนที่ 3

คำขอบคุณพร้อมขนม

ผลงานโดย กลิ่นลิลลี่สีขาว
“เธอคิดว่าโลกของรุ่นพี่ปีสี่เขาสวยงามอย่างที่เห็นในไอจีหรือไง มินอา?” คำถามทิ้งทวนจากยัยคนนั้นยังคงดังก้องอยู่ในหัว ราวกับเสียงกังวานในห้องโถงที่ไม่มีวันจางหาย ฉันกำสมุดเลกเชอร์ในมือแน่นจนปกกระดาษเริ่มยับยู่ยี่ ความเย็นเฉียบของคำพูดที่ว่า ‘ทำไมเขาถึงหนีมาอยู่กับเธอไม่ได้’ มันเกาะกินใจฉันเหมือนน้ำค้างแข็งที่กัดกร่อนยอดหญ้าในฤดูหนาว แต่ไม่ว่าอย่างไร ฉันก็หยุดฝีเท้าตัวเองไว้ไม่ได้หรอกค่ะ ร้านกาแฟประจำคณะตั้งอยู่ตรงหัวมุมพอดี กลิ่นหอมกรุ่นของเมล็ดกาแฟคั่วบดลอยมาเตะจมูกทันทีที่ฉันผลักบานประตูกระจกใสเข้าไป พี่พริ้มกำลังนั่งอยู่มุมเดิม มุมที่แสงไฟสีส้มสลัวๆ ตกกระทบลงบนใบหน้าด้านข้างของเธอพอดี เธอไม่ได้กำลังทำกิจกรรมยามว่างอย่างการอ่านนิยาย แต่เธอกำลังก้มหน้าเขียนอะไรบางอย่างลงในสมุดจดเล่มหนา นิ้วเรียวยาวที่จับปากกานั้นช่างดูสง่างามเหลือเกิน ราวกับเป็นภาพวาดที่มีชีวิต “พี่พริ้มคะ...” ฉันเรียกเสียงแผ่ว พยายามปรับน้ำเสียงให้ดูร่าเริงที่สุดเท่าที่จะทำได้ พี่พริ้มเงยหน้าขึ้น สายตาคู่คมที่มักจะดูเรียบเฉยเสมอในยามปกติ เปลี่ยนเป็นอ่อนโยนลงทันทีที่เห็นว่าเป็นฉัน เธอคลี่ยิ้มออกมาเล็กน้อย ยิ้มที่ไม่ได้ทำเพื่อมารยาท แต่มันส่งผ่านไปถึงดวงตาคู่สวยนั่น “ว่าไงตัวแสบ วันนี้ไม่มีเรียนเหรอ ถึงได้โผล่มาถึงนี่?” “มีค่ะ แต่อยากเอาขนมมาขอบคุณ... ที่พี่พริ้มยอมให้ยืมชีทวิชาประวัติวรรณคดีคราวก่อนน่ะค่ะ” ฉันวางกล่องมูสเค้กช็อกโกแลตเจ้าดังไว้บนโต๊ะ พี่พริ้มมองมันแล้วเลิกคิ้วขึ้นอย่างแปลกใจ ก่อนจะขยับสมุดของเธอไปไว้ด้านข้างเพื่อเปิดพื้นที่ให้ฉันนั่งลงฝั่งตรงข้าม “แค่นี้เอง ไม่เห็นต้องลำบากซื้อมาเลย” “ลำบากที่ไหนคะ มินอาตั้งใจนะคะ!” ฉันรีบแก้ต่าง พลางสังเกตใบหน้าของเธอให้ชัดขึ้น วันนี้ใต้ตาของรุ่นพี่ดูคล้ำกว่าปกติเล็กน้อย แม้เธอจะพยายามกลบด้วยเครื่องสำอางแบรนด์หรู แต่ฉันก็สัมผัสได้ถึงความเหนื่อยล้าที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความนิ่งสงบนั้น เราคุยกันเรื่องสัพเพเหระไปเรื่อย พี่พริ้มเป็นผู้ฟังที่ดีเสมอ เธอไม่เคยขัดจังหวะเวลาที่ฉันเล่าเรื่องตลกๆ ในห้องเรียน หรือบ่นเรื่องอาจารย์ที่สอนเร็วเกินไป แต่ทุกครั้งที่ฉันพยายามจะถามถึงเรื่องที่ ‘คนคนนั้น’ ทิ้งปมไว้ในหัว ความรู้สึกผิดในใจก็เหมือนจะขัดขวางฉันเอาไว้ทุกที จนกระทั่งพี่พริ้มหยุดมือที่กำลังตักเค้ก แล้วมองมาที่ฉันนิ่งๆ “มินอา... ช่วงนี้มีใครมาพูดอะไรแปลกๆ กับเธอหรือเปล่า?” ใจของฉันกระตุกวูบ ความเงียบงันเริ่มปกคลุมโต๊ะกาแฟตัวเล็กนี้ บรรยากาศอบอุ่นเมื่อครู่เหมือนถูกกระแสลมเย็นพัดผ่านจนหายไปในพริบตา ฉันลังเลว่าจะโกหกดีไหม แต่แววตาที่เว้าวอนซ่อนความเจ็บปวดในดวงตาของเธอ มันทำให้ฉันกลืนน้ำลายลงคอด้วยความยากลำบาก “ก็... มีค่ะ” ฉันตอบสั้นๆ ลอบมองสีหน้าของรุ่นพี่ที่แข็งค้างไปชั่วขณะ “เขาพูดเรื่องที่พี่... หนีมาไม่ได้ เขาหมายความว่ายังไงหรือคะ?” มือของพี่พริ้มที่จับช้อนไว้สั่นเพียงเล็กน้อย เธอไม่ได้ตอบทันที แต่เธอกลับหยิบโทรศัพท์มือถือบนโต๊ะขึ้นมา พลิกหน้าจอให้ฉันดู มันเป็นข้อความแจ้งเตือนจากบัญชีปริศนาที่ส่งเข้ามาเมื่อไม่กี่นาทีก่อน ข้อความเพียงบรรทัดเดียวที่ทำเอาลมหายใจของฉันแทบหยุดชะงัก *‘ยังคิดจะมีความสุขกับเด็กนั่นอยู่เหรอ พริ้ม? ลืมไปแล้วหรือไงว่าโซ่ตรวนของเธอไม่ได้ทำด้วยเหล็ก แต่ทำด้วยเลือดและน้ำตาของคนในครอบครัวเธอเอง’* พี่พริ้มวางโทรศัพท์ลงช้าๆ เธอไม่ได้มองที่หน้าจออีก แต่มองลึกเข้ามาในดวงตาของฉัน เหมือนกับจะสื่อสารคำลาผ่านสายตานั้น “มินอา... ต่อจากนี้ ถ้าเห็นใครที่ดูเหมือนฉันเดินเข้ามาหาเธอ ไม่ว่าเขาจะพูดอะไร หรือทำดีกับเธอแค่ไหน ห้ามเข้าใกล้เด็ดขาด” “พี่พริ้มคะ นั่นมันหมายความว่ายังไง? พี่กำลังจะบอกอะไรมินอา...” ทันใดนั้น เสียงกระดิ่งหน้าร้านก็ดังขึ้น พี่พริ้มรีบก้มหน้าลงเหมือนพยายามซ่อนน้ำตาที่เอ่อคลอ เธอดึงมือฉันไปกุมไว้แน่นด้วยความร้อนผ่าว ก่อนจะกระซิบเสียงแผ่วราวกับคนไม่มีแรง “อย่าหันไป... คนที่เดินเข้ามาในร้านตอนนี้... เขาไม่ใช่ฉัน แต่นั่นคือคนที่ฉันกลัวที่สุดในชีวิตนี้ค่ะ” กลิ่นลิลลี่สีขาวขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและร่วมลุ้นไปกับมินอาในทุกๆ ตัวอักษรนะคะ
สารจากนักเขียน (กลิ่นลิลลี่สีขาว)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บันทึกความลับฉบับยืมชีท: รุ่นพี่ครับอย่าพึ่งใจร้าย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%