“พี่พริ้มคะ! พี่พริ้ม... หยุดก่อนค่ะ!”
เสียงเรียกของฉันดังแทรกผ่านความเงียบงันบริเวณทางเดินข้างตึกอักษรฯ มันไม่ได้ดังจนน่าเกลียด แต่มันสั่นไหวและเต็มไปด้วยความกล้าหาญที่ฉันสะสมมาตลอดสามวันเต็ม ร่างสูงโปร่งในชุดนักศึกษาพอดีตัวหยุดชะงักลง ก่อนจะค่อยๆ หมุนตัวกลับมามองด้วยแววตาที่ยากจะคาดเดา
กลิ่นน้ำหอมจางๆ ประจำตัวของรุ่นพี่—กลิ่นที่เหมือนดอกลิลลี่หลังฝนตก—อบอวลอยู่ในอากาศรอบตัวฉันทันทีที่พี่พริ้มขยับเข้ามาใกล้ขึ้นอีกนิด พี่พริ้มไม่ได้พูดอะไร เพียงแค่เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย เป็นสัญญาณให้ฉันพูดธุระของตัวเองออกมา
“มิน... มินอยากจะขอเลกเชอร์วิชาประวัติศาสตร์วรรณคดีของปีสามย้อนหลังหน่อยได้ไหมคะ พอดีมินทำชีทหายตอนที่รีบวิ่งออกมาจากร้านกาแฟวันนั้น...” ฉันก้มหน้าลงซ่อนความประหม่า นิ้วมือบิดไปมาอยู่ใต้สมุดจดบันทึกเล่มหนาที่กอดไว้แน่น
ใจของฉันเต้นแรงจนแทบจะทะลุออกมานอกอก เมื่อนึกย้อนไปถึงเหตุการณ์ในร้านกาแฟวันนั้น—คำเตือนที่ทำให้พี่พริ้มดูหวาดกลัวและเย็นชาในเวลาเดียวกัน คนที่พี่พริ้มบอกว่า ‘กลัวที่สุด’ คนนั้นยังคงเป็นปริศนาที่เกาะกินใจฉันมาตลอด
พี่พริ้มถอนหายใจแผ่วเบา รอยยิ้มจางๆ ที่มุมปากไม่ได้ทำให้บรรยากาศดูผ่อนคลายขึ้นเลย “ที่วิ่งออกมาวันนั้น เพราะเห็น ‘เขา’ ใช่ไหมคะ”
น้ำเสียงของพี่พริ้มเรียบเฉย ทว่าแฝงไปด้วยความเหนื่อยล้า “มินอา... บางครั้งการไม่รู้อะไรเลยอาจจะปลอดภัยกว่าการอยากได้ชีทเลกเชอร์จากพี่นะ”
“แต่มินอยากรู้นี่คะ... มินอยากรู้เรื่องของพี่ ไม่ใช่แค่ชีทเลกเชอร์” ฉันเงยหน้าขึ้น สบตากับดวงตาคู่สวยที่ฉายแววสับสนวูบหนึ่ง “พี่กลัวอะไรอยู่คะ? ถ้าพี่บอกมิน มินอาจจะช่วย...”
“ช่วยเหรอ?” พี่พริ้มแค่นหัวเราะ เสียงนั้นฟังดูขมขื่น “เด็กปีหนึ่งอย่างเธอยังไม่รู้จักโลกของพี่ดีพอหรอกค่ะ โลกที่มีแต่การคาดหวังและกรอบที่คนอื่นขีดไว้”
พี่พริ้มเอื้อมมือมาแตะที่หน้าปกสมุดของฉัน นิ้วเรียวยาวของพี่สัมผัสผ่านปกสมุดมาถึงปลายนิ้วฉัน ความร้อนผ่าวแล่นริ้วไปทั่วร่าง ทว่าในจังหวะที่ฉันกำลังจะเอ่ยปากต่อรอง ความเงียบสงัดของทางเดินก็ถูกทำลายลงด้วยเสียงฝีเท้าที่ก้าวเข้ามาอย่างหนักแน่นและจังหวะที่มั่นคงเกินกว่าจะเป็นนักศึกษาทั่วไป
“มาอยู่ตรงนี้เองเหรอ พริ้ม...” เสียงทุ้มต่ำและทรงอำนาจดังขึ้นจากด้านหลังฉัน พร้อมกับเงาร่างสูงใหญ่ที่ทาบทับลงมา
พี่พริ้มตัวแข็งทื่อทันที สีหน้าที่เคยเย็นชาเปลี่ยนเป็นซีดเผือดจนเห็นได้ชัด มือที่แตะสมุดของฉันอยู่สั่นระริกก่อนจะชักกลับอย่างรวดเร็ว สายตาของรุ่นพี่ไม่ได้มองมาที่ฉันอีกเลย แต่กลับเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนกยามจ้องมองไปยังผู้มาใหม่
“คุณพ่อคะ...” เสียงของพี่พริ้มแผ่วเบาราวกับเสียงกระซิบที่แทบขาดใจ
ฉันหันกลับไปมองตามสัญชาตญาณ ชายวัยกลางคนในชุดสูทเนี้ยบกริบยืนอยู่ตรงนั้น ดวงตาของเขากวาดมองฉันด้วยสายตาเย็นชาดุจน้ำแข็ง ก่อนจะยิ้มที่มุมปากอย่างผู้มีชัย
“เลิกเล่นเป็นเด็กกับนักศึกษาคนนี้ได้แล้วพริ้ม... กลับไปเตรียมตัวสำหรับการไปเรียนต่อที่ต่างประเทศตามที่กำหนดไว้เสียที เพราะถ้าเธอยังขืนยุ่งกับคนนอกที่ไม่รู้เรื่องรู้อันแบบนี้อยู่... ก็อย่าหาว่าฉันใจร้ายกับเพื่อนตัวน้อยของเธอเลย”
กลิ่นลิลลี่สีขาวขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ยังคงติดตามเรื่องราวความรักท่ามกลางความลับนี้ไปพร้อมๆ กับมินอานะคะ
บันทึกความลับฉบับยืมชีท: รุ่นพี่ครับอย่าพึ่งใจร้าย•ตอนที่ 4
บทสนทนาหน้าตึกเรียน
ผลงานโดย กลิ่นลิลลี่สีขาว
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กลิ่นลิลลี่สีขาว)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บันทึกความลับฉบับยืมชีท: รุ่นพี่ครับอย่าพึ่งใจร้าย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!