บันทึกความลับฉบับยืมชีท: รุ่นพี่ครับอย่าพึ่งใจร้าย•ตอนที่ 21

ความลับที่พริ้มเก็บงำ

ผลงานโดย กลิ่นลิลลี่สีขาว
“ถ้าพี่พริ้มไม่ได้มีความสุขกับมันจริงๆ ทำไมต้องฝืนแบกโลกทั้งใบไว้คนเดียวด้วยล่ะคะ?” คำถามนั้นหลุดออกจากปากฉันทันทีที่ประตูห้องสมุดโซนเงียบปิดสนิท กลิ่นหนังสือเก่าและฝุ่นจางๆ อบอวลอยู่ในอากาศ แต่มันเทียบไม่ได้เลยกับความกดดันที่พุ่งเข้าใส่คนตรงหน้า พี่พริ้มชะงักมือที่กำลังจัดเรียงสมุดบันทึกเล่มหนา ดวงตาคู่สวยที่มักจะนิ่งเฉยดุจผิวน้ำในยามปกติ บัดนี้กลับสั่นไหววูบหนึ่ง ก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นความเย็นชาที่ฉันคุ้นเคยดี พี่พริ้มไม่หันมามอง แต่แผ่นหลังบางนั้นกลับเกร็งแน่นจนเห็นกระดูกสันหลังผ่านเสื้อนักศึกษาตัวโคร่ง “มินอา... หนูไปรู้อะไรมา” “หนูไม่ได้ตั้งใจแอบฟังนะคะ แต่มัน... บังเอิญจริงๆ ที่ได้ยินตอนพี่คุยโทรศัพท์กับคุณแม่” ฉันก้าวเข้าไปหาช้าๆ ระยะห่างระหว่างเราที่เคยเป็นพื้นที่ปลอดภัย ตอนนี้กลับดูไกลออกไปเหมือนอยู่คนละฟากฟ้า “เรื่องใบลาออกที่พี่ซ่อนไว้หลังปกสมุดสเก็ตช์... เรื่องที่พี่บอกว่าอยากไปเรียนต่อด้านศิลปะที่อิตาลีแทนการเรียนต่อปริญญาโทด้านอักษรฯ ตามที่แม่พี่ต้องการ...” ความเงียบเข้าปกคลุมจนฉันได้ยินเสียงหัวใจตัวเองเต้นรัว พี่พริ้มค่อยๆ หันกลับมา แววตาของเธอในตอนนี้ไม่ใช่พี่พริ้มที่แสนดีและเย็นชา แต่เป็นคนอ่อนแอที่กำลังพยายามใส่หน้ากากความเข้มแข็งเอาไว้จนสุดชีวิต “โลกของผู้ใหญ่มันไม่ได้ง่ายเหมือนในนิยายที่หนูอ่านหรอกนะ มินอา” พี่พริ้มเอ่ยเสียงแผ่ว ราวกับเสียงกระซิบที่แทบจะขาดหายไปในอากาศ “ครอบครัวพี่สร้างทุกอย่างมาเพื่อพี่ พี่ไม่มีสิทธิ์จะเลือกทางเดินที่ต่างออกไปเพียงเพราะคำว่า ‘ความสุขส่วนตัว’ หรอก” “แล้วความสุขของพี่ล่ะคะ?” ฉันโพล่งออกไป มือไม้เริ่มสั่นด้วยความอัดอั้น “ทำไมพี่ถึงใจร้ายกับตัวเองได้ขนาดนี้? พี่ถามหนูบ่อยๆ ว่าทำไมถึงพยายามขอเลกเชอร์พี่นักหนา... เพราะหนูอยากรู้ว่าคนแบบพี่... คนที่ดูสมบูรณ์แบบไปเสียทุกอย่าง เขาแบกอะไรไว้บ้างข้างในนั้น” ฉันเดินเข้าไปประชิดตัวเธอ กลิ่นน้ำหอมอ่อนๆ กลิ่นดอกลิลลี่ที่เป็นเอกลักษณ์ของเธอแตะเข้าที่ปลายจมูก พี่พริ้มไม่ได้ถอยหนี แต่เธอกลับกำสมุดบันทึกในมือแน่นจนนิ้วซีดขาว “มินอา... การที่หนูรู้เรื่องนี้ ไม่ได้เปลี่ยนอะไรหรอกนะ” เธอเงยหน้าขึ้นสบตาฉัน ดวงตาคู่นั้นเอ่อคลอไปด้วยหยาดน้ำใสที่พยายามกักขังไว้ไม่ให้ไหลริน “มันมีแต่จะทำให้หนูเดือดร้อนไปด้วย ถ้าแม่พี่รู้ว่ามีใครมายุ่งกับแผนที่ท่านวางไว้... ชีวิตมหาวิทยาลัยที่แสนสงบสุขของหนูจะพังลงทันที” “หนูไม่กลัวค่ะ” ฉันตอบหนักแน่น พลางเอื้อมมือไปแตะหลังมือของเธอที่กำสมุดแน่น “ถ้าหนูต้องแลกความสงบสุขเพื่อแลกกับการได้เห็นรอยยิ้มจริงๆ ของพี่... หนูยอมค่ะ ต่อให้พี่จะบอกว่าฉันเป็นแค่รุ่นน้องที่น่ารำคาญ แต่ความลับนี้... มันจะเป็นภาระที่พี่ต้องแบกไว้คนเดียวไม่ได้อีกต่อไปแล้ว” พี่พริ้มมองมือของฉันที่กุมมือเธอไว้ ร่างกายของเธอเริ่มสั่นน้อยๆ ก่อนที่เธอจะยอมปล่อยสมุดบันทึกในมือทิ้งลงบนโต๊ะไม้ เสียง ‘ตึง’ ของสมุดที่กระทบพื้นโต๊ะดังก้องในความเงียบ เธอถอนหายใจยาวราวกับคนเพิ่งได้ระบายสิ่งที่อัดอั้นมานานนับปี “หนูมันดื้อ... ดื้อที่สุดเท่าที่พี่เคยเจอมาเลย” พี่พริ้มแค่นยิ้มบางๆ ที่ดูขื่นขม “รู้ไหมว่าการที่หนูเข้ามาในชีวิตพี่... มันทำให้เส้นขนานที่พี่ขีดไว้เริ่มบิดเบี้ยวไปหมดแล้วนะ” “หนูไม่ได้จะทำลายเส้นขนานของพี่หรอกค่ะพี่พริ้ม” ฉันกระซิบใกล้ใบหูของเธอ “หนูแค่จะขีดเส้นทางใหม่... ทางที่พี่จะได้เดินไปพร้อมกับใครสักคน ไม่ใช่เดินไปตามคำสั่งของใคร” บรรยากาศเริ่มผ่อนคลายลงชั่วขณะ แต่ทว่า... จู่ๆ เสียงฝีเท้าหนักๆ ของรองเท้าส้นสูงก็ดังแทรกเข้ามาในความเงียบงัน เสียงนั้นค่อยๆ ใกล้เข้ามาจากทางเข้าห้องสมุด พี่พริ้มสะดุ้งสุดตัวและรีบผลักฉันออกห่างทันที แววตาที่เคยอ่อนไหวกลับกลายเป็นความตื่นตระหนกที่ฉันไม่เคยเห็นมาก่อน “พี่พริ้ม... เป็นอะไรไปคะ?” ฉันถามด้วยความสงสัย พี่พริ้มไม่ตอบ แต่เธอกลับพุ่งตัวไปคว้าสมุดบันทึกที่เปิดหน้าใบลาออกค้างไว้แล้วยัดใส่กระเป๋าด้วยมือที่สั่นเทา ก่อนจะหันมามองฉันด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยคำเตือนร้ายแรง “ไปซ่อนหลังชั้นหนังสือเดี๋ยวนี้ มินอา... อย่าให้ใครเห็นว่าหนูอยู่ที่นี่!” “ทำไมคะ ใครมา...” ยังไม่ทันสิ้นเสียงคำถาม ประตูห้องสมุดก็ถูกผลักเปิดออกกว้าง พร้อมกับการปรากฏตัวของร่างหญิงวัยกลางคนในชุดสูทเนี้ยบกริบ ท่าทางสง่างามแต่แฝงไว้ด้วยบรรยากาศกดดันที่ทำให้บรรยากาศรอบข้างเย็นเยียบลงทันตา ดวงตาคู่นั้นกวาดมองไปรอบห้องก่อนจะมาหยุดที่ใบหน้าของพี่พริ้มด้วยสายตาเรียบเฉย “พริ้ม... แม่บอกแล้วใช่ไหมว่าห้ามมาขลุกอยู่ที่ห้องสมุดไร้สาระนี่ตอนเวลาเลิกเรียน” เสียงของคุณแม่พี่พริ้มเย็นชาจนฉันที่แอบอยู่หลังชั้นหนังสือยังรู้สึกขนลุกไปทั้งตัว และเมื่อท่านก้าวเข้ามาใกล้โต๊ะที่พวกเราเพิ่งยืนอยู่ สายตาของท่านก็เหลือบไปเห็น ‘บางอย่าง’ ที่ตกอยู่บนพื้นข้างเก้าอี้... มันคือพวงกุญแจรูปกระต่ายที่เป็นของฉัน... ของที่ฉันมักจะห้อยไว้กับกระเป๋าเป้อยู่เสมอ! ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ยังคงติดตามเรื่องราวความรักและความลับที่ค่อยๆ เผยออกมาในทุกตอนนะคะ หวังว่าจะลุ้นไปกับมินอาในตอนหน้าค่ะ
สารจากนักเขียน (กลิ่นลิลลี่สีขาว)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บันทึกความลับฉบับยืมชีท: รุ่นพี่ครับอย่าพึ่งใจร้าย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%