บันทึกความลับฉบับยืมชีท: รุ่นพี่ครับอย่าพึ่งใจร้าย•ตอนที่ 22

ความกล้าครั้งใหม่

ผลงานโดย กลิ่นลิลลี่สีขาว
"เก็บของของคุณไปซะ แล้วอย่าให้ฉันเห็นว่ามันหลุดมาอยู่ที่นี่อีก" น้ำเสียงราบเรียบดั่งพื้นน้ำในฤดูหนาวของท่านผู้หญิงรินรดาบาดลึกเข้าไปในความรู้สึก พวงกุญแจกระต่ายสีขาวขุ่นที่เคยดูน่ารักในสายตามินอา บัดนี้กลับถูกวางลงบนโต๊ะไม้โอ๊กด้วยท่าทางรังเกียจราวกับมันเป็นสิ่งปฏิกูล พี่พริ้มยืนตัวตรง แผ่นหลังของรุ่นพี่ที่มินอาแสนหลงใหลดูบอบบางเหลือเกินในวินาทีนี้ เหมือนตุ๊กตากระเบื้องเคลือบที่พร้อมจะแตกสลายหากถูกกดดันแรงกว่านี้อีกเพียงนิด "ค่ะ... ขอโทษที่รบกวนนะคะ" พี่พริ้มกล่าวด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบไม่ต่างกัน ทว่ามินอาที่แอบอยู่หลังชั้นหนังสือเห็น... เห็นมือที่กำแน่นจนเล็บจิกเข้าไปในอุ้งมือจนขาวซีด เมื่อเสียงรองเท้าส้นสูงของท่านผู้หญิงรินรดาดังห่างออกไปจนลับตา พี่พริ้มทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้ไม้ตัวเดิม เธอไม่ได้ร้องไห้ เธอเพียงแต่นิ่งค้าง เหมือนคนที่ถูกสูบวิญญาณออกไป มินอาตัดสินใจก้าวออกมาจากมุมมืด หัวใจเต้นรัวเหมือนกลองรบ ไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เพราะความสงสารที่แปรเปลี่ยนเป็นแรงขับเคลื่อนอันแรงกล้า มินอาเดินเข้าไปหาช้าๆ หยิบพวงกุญแจกระต่ายขึ้นมาเก็บใส่กระเป๋า แล้วนั่งลงข้างๆ รุ่นพี่โดยไม่รอคำอนุญาต "พี่พริ้มคะ..." รุ่นพี่สะดุ้งเล็กน้อย แต่ไม่ได้หันมามอง "ทำไมยังไม่กลับไปอีกล่ะมินอา... เมื่อกี้เธอเห็นหมดแล้วใช่ไหม" "เห็นค่ะ เห็นว่าพี่กำลังเจ็บปวด" มินอาตอบพลางเอื้อมมือไปแตะแขนเสื้อรุ่นพี่เบาๆ "และเห็นว่าพี่ไม่ได้ต้องการให้ใครมาขีดเขียนชีวิตให้เหมือนหุ่นยนต์แบบนั้น" พี่พริ้มแค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตาคมคู่นั้นยังคงทอดมองออกไปที่หน้าต่างห้องสมุด "เธอไม่รู้อะไรหรอก มินอา ชีวิตของฉันมันมีไว้เพื่อให้คนอื่นชื่นชม แต่ไม่มีไว้ให้ฉันมีความสุขหรอกนะ ความกล้าของเธอมันอาจจะดูน่ารักสำหรับเด็กปีหนึ่ง แต่มันไม่มีค่าอะไรในโลกของคนโตที่ต้องแบกรับทุกอย่างแบบฉัน" คำพูดนั้นเหมือนเข็มที่ทิ่มแทงใจ แต่สำหรับมินอา มันกลับเป็นเชื้อเพลิงชั้นดี มินอาเคยเป็นเด็กขี้อายที่หลบอยู่หลังเงาพี่พริ้มมาตลอด แต่ในวันนี้... ในวันที่เห็นพริ้มกำลังจะแตกสลายเพราะคำสั่งของแม่ เธอไม่อาจหลบอยู่หลังกระดาษจดเลกเชอร์ได้อีกแล้ว "ถ้าโลกของพี่มันมืดนัก งั้นให้มินอาเป็นแสงไฟให้ไหมคะ" พี่พริ้มหันขวับมามองทันที แววตาที่เคยเย็นชาสั่นไหววูบหนึ่ง "พี่พริ้มคะ พี่จำวันที่เราเจอกันครั้งแรกที่โต๊ะม้าหินได้ไหม" มินอาขยับเข้าไปใกล้ขึ้น กลิ่นหอมอ่อนๆ ของรุ่นพี่ที่มินอาคุ้นเคยทำให้ใจเต้นไม่เป็นจังหวะ "วันนั้นพี่ดูเป็นคนมั่นใจ สวยสง่า และเป็นคนที่ฉันฝันอยากจะเป็น พี่คอยสอนฉันเรื่องวิชาเรียน คอยแนะนำหนังสือดีๆ พี่ไม่เคยรู้เลยใช่ไหมว่า พี่ไม่ใช่แค่พี่รหัสของฉัน แต่พี่คือแรงบันดาลใจที่ทำให้ฉันกล้าตื่นมาเรียนในทุกๆ วัน" มินอาสูดหายใจลึก "ถ้าพี่ต้องเลิกเป็นตัวเองเพื่อเป็นลูกที่สมบูรณ์แบบ งั้นให้มินอาเป็นคนรวบรวมชิ้นส่วนของพี่กลับมาเองค่ะ ฉันจะทำทุกอย่างให้พี่เห็น ว่าชีวิตที่ไม่ได้ถูกขีดเส้นโดยใครน่ะ มันสวยงามแค่ไหน" "เธอจะทำอะไร..." พริ้มถามเสียงแผ่ว "มินอาจะเดินหน้าจีบพี่ค่ะ จีบด้วยความจริงใจ จีบจนกว่าพี่จะกล้าปฏิเสธคำสั่งแม่แล้วหันมาเลือกสิ่งที่พี่อยากทำจริงๆ" มินอาประกาศก้องด้วยความมั่นใจ แม้ในใจจะสั่นไหวอย่างหนัก พริ้มมองใบหน้ามินอาด้วยสายตาที่ซับซ้อน มันไม่ใช่ความเย็นชาอีกต่อไป แต่เป็นความตกใจ ผสมความหวัง และความเกรงกลัวในเวลาเดียวกัน "เธอไม่เข้าใจหรอกมินอา... แม่ฉันไม่ใช่คนธรรมดา ถ้าเธอเข้ามาใกล้ฉันมากกว่านี้ เธอจะเป็นอันตราย" "อันตรายแค่ไหนมินอาก็ไม่กลัวค่ะ" มินอาหยิบสมุดบันทึกเล่มเล็กที่ตนพกติดตัวออกมา วางลงบนโต๊ะ "นี่คือสมุดที่จดเรื่องราวของพี่ไว้ทุกอย่าง ตั้งแต่รอยยิ้มแรกที่พี่ให้ฉัน จนถึงแววตาเจ็บปวดเมื่อครู่... ฉันจะจดต่อจนกว่าสมุดเล่มนี้จะเต็ม โดยที่ตอนจบของมัน จะต้องเป็นตอนที่พี่กลับมายิ้มได้อย่างมีความสุขจริงๆ" พริ้มมองสมุดเล่มนั้นสลับกับใบหน้ามินอา มือเรียวบางเอื้อมมาแตะหน้าสมุดเบาๆ เหมือนสัมผัสกับบางสิ่งที่เปราะบางที่สุดในชีวิต ขณะที่ความเงียบงันเริ่มปกคลุม มินอากำลังจะเอ่ยประโยคต่อไป จู่ๆ เสียงฝีเท้าที่หนักแน่นและเป็นจังหวะก็ดังขึ้นที่หน้าประตูห้องสมุดอีกครั้ง ไม่ใช่เสียงส้นสูงของท่านผู้หญิงรินรดา แต่เป็นเสียงฝีเท้าของผู้ชายที่มินอาจำได้แม่น... เขาคือคนที่ครอบครัวพี่พริ้มวางตัวไว้ให้เป็นคู่หมั้นที่เหมาะสมที่สุด ประตูห้องสมุดถูกเปิดออก กลิ่นน้ำหอมราคาแพงและรอยยิ้มเย็นเยียบที่มินอาไม่เคยไว้วางใจปรากฏขึ้นตรงหน้า "อ้าว พริ้มครับ... มานั่งทำอะไรในที่มืดๆ แบบนี้กับรุ่นน้องคนนี้ล่ะ?" เขาก้าวเข้ามาใกล้โต๊ะ แล้วก้มลงมองพวงกุญแจที่มินอาเพิ่งเก็บใส่กระเป๋าไปเมื่อครู่ด้วยสายตาท้าทาย "ดูเหมือนเราจะมีแขกไม่ได้รับเชิญมารบกวนเวลาส่วนตัวของพริ้มนะ... จริงไหมครับ?" มินอารู้สึกได้ถึงความกดดันที่เพิ่มขึ้นเป็นทวีคูณเมื่อพี่พริ้มดึงมือกลับไปกำแน่นและก้มหน้าหลบสายตาคนตรงหน้าทันที ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามการเดินทางของมินอาและพี่พริ้มมาจนถึงตรงนี้นะคะ กลิ่นลิลลี่สีขาวสัญญาว่าจะพาทุกคนไปสัมผัสความรักที่อบอุ่นและท้าทายในตอนถัดไปค่ะ
สารจากนักเขียน (กลิ่นลิลลี่สีขาว)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บันทึกความลับฉบับยืมชีท: รุ่นพี่ครับอย่าพึ่งใจร้าย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%