“ถ้าพี่อึดอัด... พริ้มจะไม่ทำแบบนี้อีกค่ะ”
น้ำเสียงแผ่วเบาที่ดังขึ้นท่ามกลางความเงียบในห้องสมุดคณะ ทำให้มินอาชะงักงัน เธอไม่กล้าแม้แต่จะเงยหน้าสบตากับคนตรงข้าม มือที่ถูกรุ่นพี่สาวปล่อยทิ้งไปเมื่อครู่ยังคงหลงเหลือไออุ่นจางๆ ราวกับเครื่องเตือนความจำถึงความสัมพันธ์ที่เหมือนเส้นด้ายบางเฉียบที่พร้อมจะขาดสะบั้นลงทุกเมื่อ
มินอาตัดสินใจทำในสิ่งที่ใจสั่งมากกว่าสมอง เธอเอื้อมมือไปคว้าชายเสื้อเชิ้ตสีขาวสะอาดของพี่พริ้มไว้เบาๆ ไม่ใช่เพื่อเหนี่ยวรั้ง แต่เพื่อดึงความสนใจ
“พี่พริ้มคะ... วันเสาร์นี้ไปตลาดเก่ากับมินอาไหมคะ?” มินอาถามด้วยน้ำเสียงที่พยายามจะสดใสที่สุด แม้ในใจจะสั่นไหวจนแทบควบคุมไม่อยู่ “มินอาแค่อยาก... อยากขอบคุณพี่เรื่องที่ช่วยสอนชีทวิชาประวัติศาสตร์วรรณคดีให้เมื่ออาทิตย์ก่อน ถ้าพี่ไม่รังเกียจนะคะ”
พี่พริ้มที่ก้มหน้าอยู่ค่อยๆ เงยหน้าขึ้น ดวงตาคู่คมที่มักจะฉายแววเย็นชาต่อคนทั้งโลก บัดนี้มีความหวั่นไหววูบผ่านไปอย่างรวดเร็ว เธอจ้องมองนิ้วมือเรียวของรุ่นน้องที่เกาะชายเสื้อเธออยู่ ก่อนจะถอนหายใจออกมาแผ่วเบา
“ไปสิคะ... แต่ถ้ามินอาจะโดนคนอื่นมองไม่ดีเพราะมาอยู่กับคนอย่างพี่ พริ้มเตือนไว้ก่อนนะ”
“มินอาไม่สนหรอกค่ะ” มินอาสวนกลับทันควัน ก่อนจะรีบก้มหน้างุดเพื่อซ่อนใบหน้าที่เริ่มร้อนผ่าว
***
วันเสาร์ท่ามกลางความวุ่นวายของตลาดเก่าที่อบอวลไปด้วยกลิ่นธูปและอาหารพื้นเมือง พี่พริ้มดูแตกต่างจากภาพลักษณ์รุ่นพี่ปีสี่มาดนิ่งในมหาวิทยาลัยอย่างสิ้นเชิง เธอสวมเสื้อยืดสีครีมกับกางเกงผ้าลินินสีอ่อน ปล่อยผมยาวสลวยให้รับกับลมพัดเอื่อยๆ บนใบหน้าไร้เครื่องสำอางหนาเตอะของเธอมีเพียงรอยยิ้มบางๆ ที่มินอาแทบไม่เคยเห็นมาก่อน
“พี่ชอบตรงนี้เหรอคะ?” มินอาถามขณะเดินตามแผ่นหลังบางที่หยุดยืนหน้าแผงขายหนังสือเก่าสีซีด
“อดีตมักจะมีอะไรซ่อนอยู่เสมอค่ะมินอา... บางอย่างที่ถูกลืมไปแล้ว แต่กลับมีค่ามหาศาลสำหรับคนที่มองเห็นมัน” พี่พริ้มตอบพลางหยิบหนังสือเล่มหนึ่งขึ้นมาพลิกดู สายตาของเธอแลดูหม่นแสงลงวูบหนึ่ง “เหมือนกับเรื่องบางเรื่อง... ที่เราพยายามทิ้งมันไว้ข้างหลัง แต่พอมันถูกรื้อฟื้นขึ้นมา กลับทำให้อึดอัดจนหายใจไม่ออก”
มินอานิ่งไป เธอรับรู้ได้ทันทีว่าพี่พริ้มไม่ได้กำลังพูดถึงหนังสือเล่มนั้น
“ถ้ามันอึดอัด... ก็แค่เลิกมองมันสิคะ” มินอาแตะแขนพี่พริ้มเบาๆ “ไม่ต้องจำทุกอย่างก็ได้ค่ะ แค่อยู่กับปัจจุบัน... อย่างน้อยก็ตอนนี้ ตอนที่เรากำลังกินขนมครกด้วยกันนี่ไง”
พี่พริ้มหันกลับมามองมินอา แววตาที่เคยห่างเหินค่อยๆ อ่อนโยนลงอย่างประหลาด เธอไม่ได้พูดอะไรต่อ แต่กลับเอื้อมมือมาปัดเส้นผมที่ปรกหน้ามินอาให้อย่างเบามือ สัมผัสที่แผ่วเบาแต่กลับหนักแน่นในความรู้สึก ทำให้มินอาแทบหยุดหายใจ
“ถ้าพี่บอกว่า... พี่อยากหยุดเวลาไว้แค่ที่ตลาดแห่งนี้ มินอาจะว่ายังไงคะ?”
คำถามนั้นทิ้งความเงียบงันไว้ชั่วขณะ มีเพียงเสียงผู้คนในตลาดที่ดังไกลออกไป มินอากำลังจะอ้าปากตอบ แต่จู่ๆ พี่พริ้มก็ชะงักไป ดวงตาที่เคยจ้องมองเธออย่างอ่อนโยนเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย ก่อนที่สีหน้าจะเปลี่ยนจากความผ่อนคลายกลายเป็นความเย็นชาที่คุ้นเคยในเสี้ยววินาที
มินอาหันไปมองตามสายตาของอีกฝ่าย และนั่นทำให้เลือดในกายเธอเย็นเฉียบ
ชายวัยกลางคนในชุดสูทภูมิฐานยืนอยู่ห่างออกไปไม่กี่ก้าว สายตาของเขาไม่ได้มองมาที่มินอา แต่จ้องเขม็งไปที่พี่พริ้มด้วยแววตาที่กดดันและไร้ซึ่งความเมตตา ราวกับว่าทริปเช้าไปเย็นกลับที่แสนอบอุ่นครั้งนี้ เป็นเพียงความผิดพลาดมหันต์ที่พี่พริ้มได้ก่อขึ้น
“พริ้ม... กลับบ้าน”
น้ำเสียงเรียบเฉยแต่เปี่ยมด้วยอำนาจของชายคนนั้นดังขึ้น พี่พริ้มหลับตาลงแน่น มือที่เคยจับชายเสื้อของมินอาค่อยๆ ปล่อยลงอย่างช้าๆ ราวกับคนหมดสิ้นหนทาง
“มินอา... กลับไปเถอะค่ะ” เธอเอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นพร่าที่พยายามสะกดกลั้นไว้อย่างที่สุด “เรื่องของเรา... มันจบแค่นี้ค่ะ”
กลิ่นลิลลี่สีขาวหวังว่ารี้ดเดอร์จะยังคงจับมือกับมินอาแน่นๆ แล้วลุ้นไปกับตอนต่อไปด้วยกันนะคะ
บันทึกความลับฉบับยืมชีท: รุ่นพี่ครับอย่าพึ่งใจร้าย•ตอนที่ 23
ทริปเช้าไปเย็นกลับ
ผลงานโดย กลิ่นลิลลี่สีขาว
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กลิ่นลิลลี่สีขาว)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บันทึกความลับฉบับยืมชีท: รุ่นพี่ครับอย่าพึ่งใจร้าย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!