"ทำไมถึงต้องยอมแพ้ง่ายๆ แบบนี้ล่ะคะ"
เสียงพึมพำที่หลุดออกมาจากริมฝีปากสั่นระริกของมินอา ดังก้องอยู่ในความเงียบงันของห้องสมุดโซนลึก มุมประจำที่เคยเป็นที่พักพิงใจ บัดนี้กลับกลายเป็นกรงขังที่บีบคั้นให้ความอดทนที่สั่งสมมานานนับเดือนพังทลายลง
หนังสือเล่มหนาในมือถูกวางลงบนโต๊ะไม้เก่าอย่างแผ่วเบาจนแทบไม่มีเสียง แต่หยดน้ำตาที่ร่วงเผาะลงบนสมุดจดเลกเชอร์ที่เธอหวงแหนนั้นกลับมีน้ำหนักมหาศาล มินอาไม่ได้ร้องไห้ฟูมฟาย เธอเพียงแค่ปล่อยให้หยาดน้ำใสไหลผ่านพวงแก้มลงไปช้าๆ กรีดลึกเป็นทางยาวเหมือนรอยร้าวในใจที่ขยายกว้างขึ้นเรื่อยๆ หลังจากเหตุการณ์เมื่อตอนบ่ายที่ตึกคณะฯ
ภาพของพี่พริ้ม... รุ่นพี่ที่เธอเฝ้ามองมาตลอด แววตาคู่คมคู่นั้นที่เคยอ่อนโยนเวลาหันมามองเธอ วันนี้กลับเย็นชาเหมือนน้ำแข็งขั้วโลก เพียงเพราะมินอาเอ่ยถามถึงอนาคตที่พี่พริ้มเลือก... อนาคตที่ไม่มีที่ว่างให้หัวใจของเด็กปีหนึ่งอย่างเธอ
"มินอา..."
เสียงเรียบเฉยที่คุ้นเคยดังขึ้นจากทางด้านหลัง หัวใจของมินอากระตุกวูบ เธอรีบยกมือขึ้นปาดน้ำตาออกจากใบหน้าลวกๆ แต่ไม่ทันการเสียแล้ว เพราะสัมผัสเย็นชืดของปลายนิ้วใครบางคนแตะลงที่หัวไหล่เบาๆ
มินอาไม่หันกลับไป เธอรู้ดีว่าคือใคร ความรู้สึกที่ผสมปนเปกันทั้งความโหยหาและความเจ็บปวดทำให้เธอกลั้นสะอื้นจนตัวโยน
"ถ้าร้องไห้อีก เดี๋ยวตาจะบวมจนอ่านหนังสือไม่รู้เรื่องนะ" พี่พริ้มเดินอ้อมมานั่งลงเก้าอี้ฝั่งตรงข้าม ใบหน้าสวยสง่านั้นยังคงนิ่งเฉยเหมือนเดิม ราวกับว่าความใจร้ายที่เพิ่งมอบให้เมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อนไม่มีตัวตนอยู่จริง
"พี่พริ้มมาที่นี่ทำไมคะ" มินอาเค้นเสียงถาม ทั้งที่ในใจอยากจะถลาเข้าไปกอดคนตรงหน้าแทบขาดใจ
"มาดูว่าคนที่ชอบอ้างว่ามายืมชีท... จะมานั่งทำอะไรในเวลาที่ควรจะไปอ่านหนังสือเตรียมสอบ" พี่พริ้มตอบพลางวางแฟ้มเอกสารลงบนโต๊ะ นิ้วเรียวยาวเคาะลงบนหน้ากระดาษเป็นจังหวะเนิบช้า สายตาของเธอมองสำรวจรอยคราบน้ำตาบนแก้มใสของมินอาอย่างเงียบเชียบ
"หนูไม่ได้อ้างค่ะ ทุกอย่างที่หนูทำ... หนูตั้งใจทำจริงๆ" มินอาเงยหน้าขึ้น สบตาคู่นั้นอย่างกล้าหาญ ทั้งที่ใจข้างในยังสั่นคลอน "แต่ในเมื่อพี่พริ้มตัดสินใจแล้ว ว่าจะทิ้งทุกอย่างที่นี่เพื่อไปตามความต้องการของครอบครัว พี่ก็ไม่จำเป็นต้องสนใจเด็กคนนี้อีกต่อไปแล้วไม่ใช่เหรอคะ?"
บรรยากาศรอบข้างเงียบสนิทลงไปอีกขั้น มีเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศที่ทำงานเบาๆ ห้องสมุดช่วงใกล้สอบมักจะเงียบเหงา แต่ในสายตาของมินอา ตอนนี้มีเพียงพี่พริ้มที่โดดเด่นอยู่ท่ามกลางความมืดมิดของชั้นหนังสือ
"เด็กน้อย..." พี่พริ้มถอนหายใจยาว แววตาที่เคยแข็งกร้าวนั้นอ่อนแสงลงชั่วครู่ "เธอไม่เข้าใจหรอกว่าโลกของผู้ใหญ่มันซับซ้อนแค่ไหน การเลือกสิ่งที่ควรรัก กับสิ่งที่ต้องทำ... มันไม่ใช่เรื่องที่จะมานั่งเอาแต่ใจได้"
"แต่ความรู้สึกของหนูมันไม่ใช่เรื่องเอาแต่ใจนะคะ" มินอาขยับตัวเข้าไปใกล้ขึ้นอีกนิด จนได้กลิ่นน้ำหอมจางๆ ประจำตัวของรุ่นพี่ "พี่พริ้มไม่ได้กลัวครอบครัวกดดันหรอกค่ะ พี่พริ้มแค่กลัว... กลัวว่าถ้าวันหนึ่งพี่มีความสุขจริงๆ พี่จะไม่มีทางหนีกลับไปสู่ความเย็นชาที่พี่สร้างไว้เป็นเกราะป้องกันตัวเองได้อีก"
พี่พริ้มชะงักไปเล็กน้อย ดวงตาสวยคู่นั้นวูบไหว ราวกับมีบางอย่างที่ถูกจี้เข้ากลางใจ เธอเม้มปากแน่นก่อนจะเบือนหน้าหนีไปทางชั้นหนังสือ
"อย่ามาทำตัวฉลาดในเรื่องที่ไม่ควรรู้เลยมินอา"
"หนูรู้ เพราะหนูจดทุกอย่างลงในนี้ค่ะ" มินอาเลื่อนสมุดจดเลกเชอร์ที่เปื้อนคราบน้ำตาให้พี่พริ้มดู ภายในนั้นไม่ได้มีแค่เนื้อหาวิชาเรียน แต่มันคือบันทึกความทรงจำเกี่ยวกับรุ่นพี่พริ้มในทุกๆ วันที่ผ่านมา
พี่พริ้มก้มลงมองสมุดเล่มนั้น สายตาไล่อ่านลายมือตัวบรรจงที่เขียนบรรยายความรู้สึกของเด็กสาวคนหนึ่งที่มีต่อเธออย่างละเอียดอ่อน ทันใดนั้น นิ้วมือของพี่พริ้มก็เอื้อมมาแตะที่ขอบสมุด เหมือนจะหยิบขึ้นมา แต่แล้วเธอก็ชะงักค้างไว้
วินาทีนั้นเอง เสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครบางคนก็ดังแทรกเข้ามาในความเงียบ มินอาหันไปมองตามต้นเสียง เห็นชายวัยกลางคนในชุดสูทภูมิฐานยืนอยู่ห่างออกไปไม่กี่เมตร แววตาของเขากวาดมองมินอาด้วยสายตาเหยียดหยามก่อนจะหยุดลงที่พี่พริ้ม
"พริ้ม... พ่อบอกแล้วใช่ไหมว่าให้เตรียมตัวให้พร้อมสำหรับไฟลท์คืนนี้ อย่าเอาเวลามาเสียกับการคุยกับคนไร้ค่าในห้องสมุดเก่าๆ นี่"
พี่พริ้มลุกขึ้นยืนทันที สีหน้าของเธอกลับมาเย็นชาจนน่าใจหาย ราวกับคนละคนกับเมื่อครู่ มินอาที่ยังนั่งอึ้งอยู่ตรงนั้นได้แต่กำหมัดแน่นในขณะที่เห็นพี่พริ้มหันหลังกลับไปหาผู้เป็นพ่อโดยไม่แม้แต่จะชายตามองเธออีก
ทว่า... ก่อนที่พี่พริ้มจะเดินพ้นขอบประตูห้องสมุดไป มือของเธอที่ถือแฟ้มเอกสารกลับทิ้งอะไรบางอย่างลงบนโต๊ะของมินอา เป็นจดหมายพับเล็กๆ ที่มินอาจำลายมือที่คุ้นเคยนั้นได้แม่นยำ
เมื่อเปิดออกอ่าน ความรู้สึกที่เคยพังทลายก็ดูเหมือนจะถูกตอกย้ำด้วยความลับที่ไม่มีใครล่วงรู้มาก่อน ข้อความในนั้นเขียนไว้เพียงสั้นๆ ว่า... *'สิ่งที่เธอเขียน... พี่อ่านทุกตัวอักษร และพี่ไม่เคยคิดว่าเธอไร้ค่าเลยสักครั้งเดียว'*
แต่ทว่า... ในวินาทีที่มินอากำลังจะเงยหน้าขึ้นเพื่อมองตามแผ่นหลังนั้นไป พนักงานห้องสมุดก็เดินเข้ามาพร้อมกับประกาศปิดโซนอย่างกะทันหัน และสิ่งที่ทำให้มินอาต้องหยุดหายใจ คือภาพของพี่พริ้มที่ถูกชายในชุดสูทกระชากแขนให้ขึ้นรถคันหรูที่จอดรออยู่หน้าห้องสมุด ก่อนที่หน้าต่างรถจะเลื่อนลงมาและพี่พริ้มส่งสายตาที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวดมาให้เธอเป็นครั้งสุดท้าย... พร้อมกับโยนโทรศัพท์มือถือทิ้งลงพื้นจนแตกกระจาย!
ด้วยรักจาก กลิ่นลิลลี่สีขาวค่ะ
บันทึกความลับฉบับยืมชีท: รุ่นพี่ครับอย่าพึ่งใจร้าย•ตอนที่ 30
ความเสียใจของมินอา
ผลงานโดย กลิ่นลิลลี่สีขาว
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กลิ่นลิลลี่สีขาว)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บันทึกความลับฉบับยืมชีท: รุ่นพี่ครับอย่าพึ่งใจร้าย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!