“ถ้าไม่ได้เรียนเอกเดียวกัน ก็ไม่เห็นจำเป็นต้องแลกไลน์กันเลยไม่ใช่เหรอคะ พริ้ม?”
น้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงไว้ด้วยกระแสกดดันของ ‘ธันวา’ เพื่อนรุ่นเดียวกันที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามดังขึ้นท่ามกลางบรรยากาศอึมครึมในห้องสมุดคณะ พี่พริ้มเพียงแค่ขยับยิ้มบางเบาที่มุมปาก ดวงตาเรียวสวยคู่นั้นไม่ได้สั่นไหวแม้แต่น้อยขณะที่เธอกำลังเก็บสมุดโน้ตเล่มหนาลงกระเป๋า
ฉันที่ยืนหลบมุมอยู่หลังชั้นหนังสือได้แต่กำสายกระเป๋าสะพายแน่นจนข้อนิ้วขาวซีด หัวใจเต้นรัวเหมือนกลองที่ถูกรัวไม่เป็นจังหวะ นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เห็นคนเข้ามาขายขนมจีบพี่พริ้ม แต่ชายหนุ่มคนนี้ดู 'พิเศษ' กว่าคนอื่น เพราะเขาดูเหมือนจะรู้จักนิสัยและวิถีชีวิตของพี่พริ้มดีเกินไป
“มินอาเป็นน้องรหัสที่น่ารักค่ะ ธันวาคงไม่เข้าใจหรอกว่าเวลาเห็นใครตั้งใจเรียน แล้วอยากจะส่งต่ออะไรดีๆ ให้ มันรู้สึกอิ่มใจแค่ไหน” พี่พริ้มตอบกลับอย่างใจเย็น แต่ทุกคำพูดกลับเหมือนคมมีดที่กรีดลงบนความรู้สึกของคนฟังจนธันวาถึงกับชะงัก
“แค่รุ่นน้องรหัสเหรอ? พริ้ม... เราโตพอที่จะรู้ว่าสายตาที่เด็กคนนั้นมองเธอ มันไม่ใช่แค่ความเคารพหรอกนะ”
ฉันกลั้นหายใจแทบขาด มือที่สั่นเทาเผลอไปปัดโดนสันหนังสือจนเกิดเสียงดัง ‘ปึก’ เล็กน้อย เสียงนั้นเรียกความสนใจให้ทั้งคู่หันมามองที่ต้นทางทันที ฉันไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องก้าวออกมาจากมุมมืดนั้นด้วยรอยยิ้มที่ฝืนทำที่สุดเท่าที่จะทำได้
“อ้าว... พี่พริ้มคะ หนูมาหาชีทวิชาประวัติศาสตร์วรรณคดีค่ะ พอดีเห็นพี่บอกว่าจะเอามาทิ้งไว้ที่โต๊ะ...” ฉันพูดตะกุกตะกัก พยายามสบตาพี่พริ้มที่บัดนี้แปรเปลี่ยนเป็นสายตาที่อ่านไม่ออก
พี่พริ้มไม่ได้พูดอะไร เธอเพียงแค่เดินตรงมาหาฉัน กลิ่นน้ำหอมอ่อนๆ ที่คุ้นเคยแตะเข้าที่จมูกจนฉันเกือบจะเผลอสูดดมความอบอุ่นนั้นเข้าไป พี่พริ้มหยิบกระดาษปึกหนึ่งออกมาจากกระเป๋าแล้วยื่นให้ฉัน นิ้วเรียวยาวของเธอแตะที่หลังมือฉันเบาๆ เป็นจังหวะที่ตั้งใจสื่อสารบางอย่าง “คราวหน้าถ้าหาไม่เจอ ก็รอพี่ที่เดิมนะ ไม่ต้องแอบฟังใครคุยกัน... มันไม่ดี”
คำพูดนั้นไม่ได้ดุ แต่กลับทำให้ฉันหน้าร้อนผ่าว ธันวาที่มองอยู่เบื้องหลังแค่นหัวเราะในลำคอ “ดูเหมือนความสัมพันธ์ของพวกเธอจะแน่นแฟ้นกันจนน่าประหลาดใจนะ”
“พอเถอะค่ะ ธันวา” พี่พริ้มหันกลับไปเสียงแข็งขึ้นหนึ่งระดับ “เรื่องของฉัน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเรียนหรือเรื่องส่วนตัว ฉันจัดการเองได้เสมอ และหวังว่าคุณจะไม่ไปรบกวนเวลาของมินอาในอนาคตด้วย”
ฉันยืนนิ่งเป็นหุ่นไม้ มองแผ่นหลังของคนที่ฉันหลงรักเดินผ่านตัวไปอย่างสง่างามโดยไม่หันมามองธันวาอีกเลย ทิ้งให้เขาจ้องมองตามด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความแค้นเคือง แต่ในขณะที่ฉันกำลังจะก้าวเท้าตามไปนั้นเอง มือของธันวาก็คว้าเข้าที่แขนของฉันอย่างแรงจนฉันเซถลา
“เธอคิดว่าตัวเองพิเศษสินะ?” เขากระซิบข้างหูฉัน เสียงนั้นเย็นเยียบจนฉันขนลุกซู่ “พริ้มไม่ได้ใจดีอย่างที่เธอเห็นหรอก สิ่งที่เธอเห็นน่ะมันแค่เปลือก... เธอไม่รู้อะไรเลยว่าพริ้มกำลังเล่นเกมอะไรอยู่ และถ้าเธอรู้ เธอจะเสียใจที่เอาตัวเองเข้ามาพัวพันกับความมืดมิดของผู้หญิงคนนี้”
ฉันสะบัดแขนออกอย่างไม่ยอมแพ้ “หนูไม่สนค่ะว่าพี่พริ้มจะเป็นยังไง สำหรับหนู พี่พริ้มคือคนที่อบอุ่นที่สุด และหนูไม่มีวันปล่อยให้คนที่มองพี่พริ้มด้วยสายตาแบบคุณเข้ามาทำร้ายเขาได้หรอก”
“งั้นเหรอ?” ธันวายิ้มเหยียด มือหยิบสมุดบันทึกเล่มหนึ่งออกมาจากกระเป๋าเสื้อ มันคือสมุดโน้ตที่ฉันเคยทำตกไว้เมื่อหลายวันก่อน—สมุดที่ฉันใช้จดทุกอย่างที่เกี่ยวกับพี่พริ้ม รวมถึง ‘ความลับ’ บางอย่างที่ฉันแอบรู้มาเกี่ยวกับอาการป่วยของคุณพ่อพี่พริ้มด้วย!
“ของที่เธอทำหาย... ฉันว่ามันน่าจะมีค่ามากกว่าแค่ชีทเรียนนะ มินอา”
เขากางสมุดออกต่อหน้าต่อตาฉัน ข้อความที่ฉันเขียนบรรยายความรู้สึกและข้อมูลเชิงลึกเรื่องครอบครัวพี่พริ้มที่ฉันแอบสืบมาถูกขีดเส้นใต้ด้วยหมึกแดงเด่นชัด
“ถ้าไม่อยากให้สมุดเล่มนี้ไปอยู่ในมือพี่พริ้ม หรือเลวร้ายกว่านั้น... ถ้าไม่อยากให้ทุกคนในคณะรู้ว่ารุ่นน้องที่แสนดีคนนี้แอบสะกดรอยตามรุ่นพี่ตัวเองมานานแค่ไหน ก็อยู่ให้ห่างจากเธอซะ”
ฉันตัวชาดิ่ง ก้าวขาไม่ออก ราวกับถูกตรึงไว้ด้วยโซ่ตรวนที่มองไม่เห็น นี่คืออุปสรรคที่ฉันไม่เคยคาดคิดมาก่อน คนที่ดูเหมือนจะเข้าหาพี่พริ้มด้วยความรัก แท้จริงแล้วกำลังใช้ฉันเป็นเครื่องมือเพื่อทำลายเกราะป้องกันของพี่พริ้มให้พังทลายลง
ในจังหวะนั้นเอง ประตูห้องสมุดก็เปิดออกอีกครั้ง พี่พริ้มเดินกลับเข้ามาพร้อมกับดวงตาที่วาวโรจน์ เธอคงเห็นเหตุการณ์ทั้งหมดผ่านกระจกบานหน้าต่าง พี่พริ้มตรงดิ่งเข้ามาคว้าสมุดจากมือธันวาอย่างรวดเร็ว กลิ่นอายความกดดันที่แผ่ออกมาจากตัวเธอทำให้คนทั้งห้องสมุดเงียบสนิท
“คืนมาให้ฉัน” พี่พริ้มสั่งเสียงต่ำ มือเธอกำสมุดเล่มนั้นไว้แน่นจนปกยับย่น
“ทำไมล่ะ? ของชิ้นนี้มันน่าสนใจดีนะพริ้ม เธอไม่แปลกใจเหรอว่าทำไมเด็กนี่ถึงรู้เรื่องอาการพ่อเธอดีนัก?” ธันวาหัวเราะร่า
พี่พริ้มหันมามองฉัน สายตาคู่นั้นไม่ได้มีร่องรอยของความใจดีเหมือนที่เคยมีให้... มันคือสายตาที่เต็มไปด้วยความหวาดระแวงและเจ็บปวด เธอหันกลับไปหาธันวา ก่อนจะเอ่ยประโยคที่ทำให้โลกทั้งใบของฉันหยุดหมุน
“งั้นเธอก็คงต้องเลือกระหว่างการทิ้งตัวตนของเธอ หรือการที่ฉันจะแฉว่า... ใครกันแน่ที่เป็นคนขโมยข้อมูลการวิจัยของฉันไปให้พวกคู่แข่ง”
ฝากติดตามตอนต่อไปนะคะ มินอาจะเผชิญหน้ากับความจริงนี้อย่างไร และความสัมพันธ์ของทั้งคู่จะพังทลายลงเพราะความลับที่ถูกเปิดเผยหรือไม่ มาลุ้นไปพร้อมกับกลิ่นลิลลี่สีขาวนะคะ!
บันทึกความลับฉบับยืมชีท: รุ่นพี่ครับอย่าพึ่งใจร้าย•ตอนที่ 26
อุปสรรคจากรุ่นพี่ปีเดียวกัน
ผลงานโดย กลิ่นลิลลี่สีขาว
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กลิ่นลิลลี่สีขาว)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บันทึกความลับฉบับยืมชีท: รุ่นพี่ครับอย่าพึ่งใจร้าย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!