ฮูหยินเอกผู้นี้ขอหย่าขาดจากท่านอ๋องก(ล)บฏ•ตอนที่ 33

ถ้วยชาอาบยาพิษบนบัลลังก์

ผลงานโดย พงศาวดารมีชีวิต
กลิ่นหอมเย็นของกำยาน ‘จันทร์ฉายพันปี’ ลอยวนเวียนอยู่ภายใต้ความเงียบงันอันน่าอึดอัดภายในตำหนักโถงใหญ่ ปลายพู่กันขนกระต่ายป่าในมือของหลงเฟิงเฉินหยุดนิ่งค้างอยู่เหนือกระดาษซวนจื่อสีนวล หมึกดำสนิทหยดลงบนเนื้อกระดาษจนเกิดเป็นวงด่างสีนิล ราวกับรอยเลือดที่ถูกกลืนกินโดยความมืดมิด เบื้องหน้าของเขาคือองค์ชายสามหลงจิ้ง ผู้มีรอยยิ้มประดับอยู่บนมุมปาก ทว่าดวงตากลับเย็นเยียบราวน้ำแข็งในเหมันตฤดู ในมือของราชนิกุลผู้ทะเยอทะยานนั้น ถาดทองคำลงยาประดับมรกตถูกประคองไว้อย่างมั่นคง บนถาดมีเพียงถ้วยกระเบื้องเคลือบสีฟ้าครามลายเมฆา ซึ่งบรรจุของเหลวสีชาเข้มข้น ทว่ากลิ่นบางเบาที่โชยออกมาจากถ้วยใบนั้นกลับซ่อนความตายที่เฉียบคมยิ่งกว่ากระบี่เหล็กกล้า “พี่รอง... ดื่มชาถ้วยนี้เสียเถิด” น้ำเสียงขององค์ชายสามราบเรียบ ทว่าก้องกังวานเสียดแทงประสาทสัมผัส “ชาชั้นดีจากแดนใต้ ที่เสด็จพ่อทรงโปรดปรานยิ่งนัก ทว่าวันนี้... ข้านำมาคารวะท่าน เพื่อให้ท่านได้ทบทวนถึงภาระอันหนักอึ้งบนบ่าตลอดหลายปีที่ผ่านมา” คำว่า ‘ทบทวน’ ในบริบทนี้ หาใช่การพักผ่อนหย่อนใจไม่ แต่มันคือการบีบบังคับให้พยัคฆ์หนุ่มผู้กุมกองทัพประจิมปลดเปลื้องเขี้ยวเล็บด้วยมือตนเอง หลงเฟิงเฉินไม่แม้แต่จะชายตามองถ้วยชาพิษนั้น แววตาคมกริบดั่งเหยี่ยวทะเลทรายทอดมองตรงไปยังน้องชายต่างมารดา รอยยิ้มเยาะหยันผุดขึ้นที่มุมปากอย่างดุดัน ร่างสูงใหญ่ในอาภรณ์สีดำสนิทปักลายมังกรทองดิ้นเงินแผ่ไอสังหารออกมารอบตัวโดยไม่ต้องเอ่ยคำใด “เจ้าคิดว่าอำนาจทหารแสนนายในมือข้า ซื้อได้ด้วยชาเพียงถ้วยเดียวอย่างนั้นหรือ หลงจิ้ง” “อำนาจทหารนั้นร Aหอมหวานก็จริง แต่มันช่างหนักหนาเกินกว่าที่บุรุษผู้มีภาระล้นพ้นตัวจะแบกรับไว้ได้ไหว” องค์ชายสามก้าวเข้าไปใกล้ขึ้นอีกก้าว ถาดทองคำในมือถูกยื่นออกไปเบื้องหน้าอย่างจงใจ กลิ่นอายของยาพิษไร้ลักษณ์ ‘สลายวิญญาณ’ เริ่มส่งกลิ่นคละคลุ้งปะปนกับกลิ่นกำยาน “อีกอย่าง... ฮูหยินเอกสวี่ว่านชิงผู้เลื่องชื่อ ขณะนี้นางกำลังรอต้อนรับแขกคนสำคัญอยู่ที่เรือนพักภายในจวน หากท่านช้าไปก้าวเดียว เกรงว่าความงามของนางคงจะต้องร่วงโรยก่อนเวลาอันควร” สิ้นคำขู่นั้น บรรยากาศภายในห้องโถงก็พลันลดฮวบลงจนแทบจะกลายเป็นน้ำแข็ง เส้นเลือดที่ขมับของหลงเฟิงเฉินปูดโปนขึ้นเล็กน้อย ความโกรธเกรี้ยวที่ถูกกดทับไว้ด้วยความเยือกเย็นระเบิดออกมาในเสี้ยววินาที รังสีอำมหิตแผ่พุ่งจนเหล่าองครักษ์เงาที่ซ่อนตัวอยู่ถึงกับต้องกลั้นหายใจ ในขณะเดียวกัน ณ เรือนพักชั้นใน สวี่ว่านชิงกำลังใช้ปลายนิ้วเรียวงามคีบเข็มเงินจุ่มลงในถ้วยยาต้มสำหรับบำรุงครรภ์ของอนุภรรยาจอมเจ้าเล่ห์อย่างมู่หรงที่แสร้งทำเป็นมาคารวะด้วยความนอบน้อม ทว่ารอยยิ้มบนใบหน้าของมู่หรงกลับเต็มไปด้วยความริษยาและคราบน้ำตาจอมปลอม “พี่หญิง... ท่านอ๋องทรงถูกเรียกตัวไปที่โถงใหญ่โดยองค์ชายสาม เกรงว่า...” มู่หรงเอ่ยเสียงสั่นเครือ แสร้งทำทีเป็นห่วงใย สวี่ว่านชิงดึงเข็มเงินขึ้นมา ปลายเข็มปรากฏคราบสีดำสนิท นางมิได้สะดุ้งสะเทือนแม้แต่น้อย ดวงตากลมโตคู่คมฉายแววเย้ยหยัน นางเงยหน้าขึ้นมองอนุภรรยาผู้โง่เขลาที่คิดใช้แผนตื้นๆ เช่นนี้มาถ่วงเวลานาง “เจ้ากังวลเรื่องสามีของข้า หรือกังวลว่ายาพิษที่เจ้าแอบใส่ในถ้วยยาคู่นี้ จะออกฤทธิ์ช้าเกินไปกันแน่ มู่หรงซื่อ” สีหน้าของมู่หรงเปลี่ยนสีทันที รอยยิ้มเสแสร้งแตกสลายกลายเป็นความตื่นตระหนก “ท่าน... ท่านพูดเรื่องอันใด ข้าไม่เข้าใจ!” “ไม่เข้าใจไม่เป็นไร ให้ข้าอธิบายให้เจ้าฟังดีหรือไม่?” สวี่ว่านชิงลุกขึ้นยืนช้าๆ ชายชุดผ้าไหมปักลายดอกเหมยสะบัดพลิ้วตามจังหวะก้าวเดิน นางก้าวเข้าไปใกล้มู่หรงทีละก้าว กดดันด้วยรัศมีของสตรีผู้กุมอำนาจในเรือนหลังอย่างแท้จริง “เจ้าคิดว่าการร่วมมือกับองค์ชายสามจะทำให้เจ้าหลุดพ้นจากการเป็นอนุ และขึ้นเป็นฮูหยินเอกแทนที่ข้าอย่างนั้นหรือ? น่าเสียดายนัก... หมากกระดานนี้ คนที่เดินพลาด หาใช่ข้า” ทว่า ในขณะที่สถานการณ์ในเรือนกำลังระอุ ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าหนักหน่วงก็ดังขึ้นที่หน้าประตูเรือน พร้อมกับร่างของบ่าวรับใช้ที่วิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาคุกเข่าลงกับพื้นด้วยความหวาดกลัว “ฮูหยิน! ไม่... ไม่ดีแล้วพ่ะยะค่ะ! ท่านอ๋อง... ท่านอ๋องทรงรับถ้วยชาจากองค์ชายสามแล้ว!” หัวใจของสวี่ว่านชิงกระตุกวูบ ความเยือกเย็นทั้งหมดที่สะสมมานานนับปีเกือบจะพังทลายลงในพริบตา นางรู้ดีว่าถ้วยชาถ้วยนั้นคืออะไร และหากหลงเฟิงเฉินดื่มมันลงไป... แคว้นทั้งหมดจะตกอยู่ในกำมือขององค์ชายสามทันที! กลับมาที่โถงใหญ่ หลงเฟิงเฉินจ้องมองถ้วยชาสีครามในมือขององค์ชายสาม รอยยิ้มเย็นเยียบปรากฏขึ้นที่มุมปากของท่านอ๋องผู้หยิ่งผยอง เขายื่นมือออกไปช้าๆ นิ้วเรียวยาวดั่งหยกสลักกุมขอบถ้วยกระเบื้องเคลือบนั้นไว้มั่น องค์ชายสามแย้มยิ้มด้วยความลำพองใจ คิดว่าพยัคฆ์ร้ายตัวนี้ยอมจำนนต่ออำนาจแล้ว “ทรงปรีชาญาณยิ่งนักพี่รอง...” องค์ชายสามเอ่ยกระซิบด้วยความยินดี “ปรีชาญาณกระนั้นหรือ?” หลงเฟิงเฉินทวนคำ น้ำเสียงทุ้มต่ำราบเรียบแต่น่าสะพรึงกลัว “เจ้าน่าจะรู้ดี... ว่าของมีพิษ หากข้าจะดื่ม มันย่อมไม่ใช่เพราะข้าพ่ายแพ้... แต่เป็นเพราะข้าต้องการกระชากหัวใจของเจ้าออกมาก่อนที่เจ้าจะได้กลืนมันต่างหาก” สิ้นเสียงนั้น หลงเฟิงเฉินมิได้ยกถ้วยชาขึ้นดื่ม แต่มือแกร่งกลับสะบัดออกอย่างรุนแรง ของเหลวสีชาเข้มข้นสาดกระเซ็นใส่ใบหน้าขององค์ชายสามจนเปียกโชก ขณะที่เศษถ้วยกระเบื้องแตกกระจายเกลื่อนพื้น พร้อมกับคมกระบี่นับสิบเล่มของหน่วยองครักษ์เงาที่พุ่งออกมาจากความมืด ล้อมรอบองค์ชายสามและคนสนิทไว้ในพริบตาเดียว! ทว่า... ก่อนที่คมกระบี่จะทันได้ปักลงบนร่างขององค์ชายสาม เสียงปรบมือเบาๆ ก็ดังขึ้นจากด้านนอกประตูโถง พร้อมกับร่างของบุคคลที่ไม่คาดฝันก้าวเข้ามาในแสงคบเพลิง รอยยิ้มลึกลับที่ประดับอยู่บนใบหน้าของแขกผู้มาเยือนใหม่ ทำให้แม้แต่หลงเฟิงเฉินยังต้องหรี่ตาลงด้วยความระแวง ขอขอบพระคุณท่านรี้ดทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านช่วงเวลาอันเข้มข้นนี้ไปพร้อมกับพงศาวดารมีชีวิตเสมอนะครับ
สารจากนักเขียน (พงศาวดารมีชีวิต)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ฮูหยินเอกผู้นี้ขอหย่าขาดจากท่านอ๋องก(ล)บฏ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%