ไอออนแห่งความตายลอยอวลอยู่เบื้องหน้า กลิ่นหอมหวานของบุปผาเหมยที่ถูกปรุงแต่งด้วยผงอัสดงเจ็ดราตรีแผ่ซ่านคละคลุ้งปะปนไปกับกลิ่นกำยานในตำหนักประจิม บรรยากาศภายในห้องโถงใหญ่เงียบสงัดราวกับป่าช้า ไร้ซึ่งเสียงฝีเท้า ไร้แม้กระทั่งเสียงลมหายใจของเหล่าข้าราชบริพารที่ต่างพากันก้มหน้าชิดพื้น มือสั่นเทาด้วยความหวาดกลัวต่อรัศมีความกดดันที่แผ่ออกมาจากร่างสูงสง่าของท่านอ๋องผู้กุมกองทัพ
ถ้วยกระเบื้องเคลือบสีขาวบริสุทธิ์ลายครามบรรจุของเหลวสีชาเข้มข้น แต่มันหาใช่ชาชั้นดีไม่ หากแต่เป็นยาพิษไร้สีไร้กลิ่นที่ถูกส่งตรงมาจากวังหลวง เพื่อปลิดชีพ "หลงเฟิงเฉิน" สวามีผู้เป็นเป้าหมายแห่งการกวาดล้างขององค์ชายสาม
"ดื่มสีย... หรือท่านอ๋องทรงเกรงกลัวว่าชาถ้วยนี้จะมีสิ่งเจือปน?" น้ำเสียงของมู่หรง ฮูหยินรองผู้ซ่อนรอยยิ้มเยาะหยันไว้ภายใต้ใบหน้าเศร้าสร้อยดังขึ้นทำลายความเงียบ นางแสร้งทำเป็นบีบน้ำตาเอ่ยด้วยความห่วงใยจอมปลอม "หากพระองค์ทรงบริสุทธิ์ใจจริง เหตุใดจึงลังเลที่จะดื่มสุราจอกนี้ที่ฝ่าบาททรงประทานลงมาเล่าเพคะ"
หลงเฟิงเฉินไม่แม้แต่จะชายตามองสตรีผู้เป็นอนุภรรยา ดวงเนตรคมกราดดุจพญาอินทรีจับจ้องไปยังถ้วยชาตรงหน้าด้วยแววตาเยือกเย็นดุจน้ำแข็งพันปี มุมปากของเขายกขึ้นเป็นรอยยิ้มหยัน ไร้ความเกรงกลัวต่อความตาย ไร้ความหวาดหวั่นต่ออำนาจมืดเบื้องบน บุรุษผู้ผ่านสนามรบมาโชกโชน อาบเลือดศัตรูมานับไม่ถ้วน ย่อมรู้ดีว่าการรับถ้วยชานี้หมายถึงอันใด แต่วิญญาณแห่งนักรบและศักดิ์ศรีของท่านอ๋องประจิมไม่อนุญาตให้เขาก้มหัวให้ความอยุติธรรม
ทว่า ในเสี้ยววินาทีที่มือหนากำลังจะเอื้อมไปหยิบถ้วยกระเบื้องเคลือบนั้น ร่างเพรียวระหงในชุดคลุมผ้าไหมปักลายหงส์เพลิงก็ก้าวแทรกเข้ามาอย่างรวดเร็วดุจสายลมพายุ!
"ช้าก่อนเพคะ"
สุ้มเสียงนุ่มนวลแต่เด็ดเดี่ยวราวน้ำแข็งกระทบกันดังขึ้น สวี่ว่านชิงก้าวออกมายืนตระหง่านเบื้องหน้าพระสวามี ดวงหน้าเนียนใสไร้เครื่องสำอางแต่งแต้มแต่ทว่ากลับงดงามสะคราญตาจนผู้คนต้องตะลึง นัยน์ตาคู่คมปลาบกวาดมองถ้วยยาพิษสลับกับใบหน้าที่ซีดเผือดลงชั่วขณะของมู่หรง
หลงเฟิงเฉินชะงักงัน นัยน์ตาที่เคยราบเรียบพลันเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยด้วยความตกตะลึงระคนตื่นตระหนก "ว่านชิง... เจ้าทำอะไร ถอยไป!"
"หม่อมฉันไม่ได้เสียสติเพคะ ท่านอ๋อง" สวี่ว่านชิงแย้มยิ้มบางเบา เป็นรอยยิ้มที่เปี่ยมด้วยความเยือกเย็นและอำนาจลึกลับที่แม้แต่องค์อ๋องผู้เกรียงไกรยังต้องสะท้าน นางเอื้อมมือเรียวขาวดุจหยกสลักออกไปอย่างมั่นคง คว้าหมับเข้าที่ถ้วยกระเบื้องเคลือบนั้นต่อหน้าต่อตาทุกคนในห้องโถง
"ฮูหยินเอก! เจ้า... เจ้าบังอาจแย่งชิงพระราชทาน..." มู่หรงกรีดร้องเสียงหลง ใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความตกใจระคนยินดีระคนสับสน นางไม่คาดคิดว่าสตรีผู้สุขุมรอบคอบเช่นสวี่ว่านชิงจะรนหาที่ตายด้วยตนเอง
"ข้าดื่มแทนสวามีเอง"
สิ้นคำพูดอันราบเรียบแต่มั่นคงดั่งขุนเขา สวี่ว่านชิงก็ยกถ้วยยาพิษขึ้นจรดริมฝีปากทันทีโดยไม่มีความลังเลแม้แต่น้อย กลิ่นอายของความตายคืบคลานเข้าประชิด แต่แววตาของแพทย์หญิงยอดกุนซือกลับปราศจากความหวาดกลัว มีเพียงประกายแห่งความเด็ดเดี่ยวที่พร้อมจะเผด็จศึกหมากกระดานนี้ด้วยชีวิตของนางเอง!
"หยุดนะ!"
เสียงคำรามดุจราชสีห์คลั่งของหลงเฟิงเฉินดังสะเทือนเลื่อนลั่นไปทั่วตำหนัก ร่างสูงใหญ่พุ่งทะยานเข้ามาคว้าข้อมือนางไว้สุดแรงด้วยความรวดเร็วดุจสายฟ้าแลบ แรงปะทะทำให้ถ้วยกระเบื้องเคลือบในมือสวี่ว่านชิงเอียงวับ ของเหลวสีชาเข้มข้นกระฉอกรดลงบนพื้นหินอ่อนจนเกิดเสียงซู่ซ่า ควันสีขาวพวยพุ่งขึ้นทันทีที่สัมผัสกับพื้นผิว แสดงถึงฤทธิ์เดชอันร้ายกาจของพิษสลายกระดูกที่น่าสะพรึงกลัว!
ทว่า... ของเหลวบางส่วนได้ไหลผ่านเรียวปากบางของนางไปแล้ว...
ลมหายใจของทั้งตำหนักหยุดชะงักลงในทันที หลงเฟิงเฉินร่างแข็งทื่อ ดวงตาคมกราดแดงก่ำด้วยโทสะและ... ความหวาดกลัวที่สตรีผู้เป็นดวงใจกำลังจะหลุดมือไปตลอดกาล อ้อมแขนแกร่งรีบดึงร่างบางเข้ามากอดแนบอกแน่น สั่นเทาจนคนรอบข้างต้องตกตะลึง เพราะนี่คือท่านอ๋องผู้ไม่เคยหลั่งน้ำตา ไม่เคยแสดงความอ่อนแอต่อผู้ใด
สวี่ว่านชิงแย้มยิ้มท่ามกลางความตื่นตระหนก นางกระซิบชิดริมพระo(อุระ)ของสวามีด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาที่ได้ยินกันเพียงสองคน "ท่านอ๋อง... หม่อมฉันคำนวณสูตรยาแก้พิษไว้ล่วงหน้าสามวันแล้ว... ท่านคิดว่า ข้าจะยอมตายก่อนที่พวกมันจะพินาศได้อย่างไรเล่า..."
ยังไม่ทันที่หลงเฟิงเฉินจะได้ผ่อนลมหายใจแห่งความโล่งอก ประตูบานใหญ่แกะสลักลวดลายวิจิตรของตำหนักก็ถูกถีบกระเด็นเปิดออกอย่างแรง พร้อมกับเสียงฝีเท้าหนักอึ้งและเสียงประกาศก้องกังวานที่ทำให้บรรยากาศภายในห้องเย็นเยียบลงจนถึงขั้วหัวใจ
"ราชโองการด่วนจากฮ่องเต้! ข้อหาสมรู้ร่วมคิดกับกบฏ... ให้จับกุมตัวท่านอ๋องและฮูหยินทันที!"
ร่างของบุรุษในชุดเกราะทองคำอร่าม พร้อมกองกำลังทหารหลวงนับร้อยนายที่ก้าวเข้ามาล้อมรอบตำหนักไว้ทุกด้าน นำโดยแม่ทัพใหญ่ผู้เป็นมือขวาขององค์ชายสาม และในวินาทีนั้นเอง ที่เงาร่างคุ้นเคยสายหนึ่งก้าวเยื้องย่างรอยยิ้มเย้ยหยันออกมาจากแถวทหาร — บุคคลผู้ที่ควรจะอยู่ในคุกหลวง แต่อยลับกลับยืนอยู่ ณ ที่นี้เพื่อปิดตายลมหายใจของจวนอ๋องประจิมอย่างสมบูรณ์แบบ!
ขอขอบพระคุณท่านรี้ดทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านช่วงเวลาอันเข้มข้นนี้ไปพร้อมกับพงศาวดารมีชีวิตเสมอนะครับ
ฮูหยินเอกผู้นี้ขอหย่าขาดจากท่านอ๋องก(ล)บฏ•ตอนที่ 34
ข้าดื่มแทนสวามีเอง
ผลงานโดย พงศาวดารมีชีวิต
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (พงศาวดารมีชีวิต)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ฮูหยินเอกผู้นี้ขอหย่าขาดจากท่านอ๋องก(ล)บฏ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!