ฮูหยินเอกผู้นี้ขอหย่าขาดจากท่านอ๋องก(ล)บฏ•ตอนที่ 3

ท่านอ๋องผู้เยือกเย็นปรากฏกาย

ผลงานโดย พงศาวดารมีชีวิต
เสียงกระเบื้องเคลือบสีครามแตกละเอียดดังเพล่างท่ามกลางความเงียบงันของเรือนบูรพา เป็นสัญญาณเตือนภัยที่ไร้ซึ่งเสียงระฆัง แต่กลับบาดลึกถึงโสตประสาทของบ่าวไพร่ทุกนางที่หมอบราบลงกับพื้นดินเย็นเฉียบ "เหตุใดชาตระกูลหลง ถึงได้เลี้ยงดูสตรีไร้ยางอายเช่นเจ้าไว้จนถึงทุกวันนี้ สวี่ว่านชิง!" น้ำเสียงแหบพร่าแต่เต็มไปด้วยความแค้นเคืองของมู่หรงอวี้ ฮูหยินรองผู้กุมอำนาจในเรือนหลังมาแรมปี ดังสะท้อนก้องเรือนรับรองอันโอ่อ่า บนพื้นพรมขนสัตว์ปักลายวิจิตรมีเศษถ้วยชาอี้ซิงราคาค่างวดมหาศาลกระจายเกลื่อน กลีบใบชาชั้นดีส่งกลิ่นหอมกรุ่นปะปนกับกลิ่นคาวสนิมจางๆ จากปลายนิ้วที่ถูกความร้อนลวกจนพุพองของนางเอง ทว่า สวี่ว่านชิง (นางเอก) กลับมิได้สะดุ้งสะเทือนแม้แต่น้อย นางนั่งหลังตรงสง่างามอยู่หลังโต๊ะไม้จันทน์หอม มือเรียวดุจหยกสลักกำลังบรรจงใช้พู่กันขนหมาป่าแตะหมึกจีนอย่างใจเย็น ปลายพู่กันตวัดลงบนกระดาษสาเนื้อดีด้วยลายมือที่ปราดเปรื่องและงดงามราวกับตัวอักษรของบัณฑิตเอกราชสำนัก มิใช่สตรีในห้องหอผู้ไร้พิษภัยเช่นในอดีต "ฮูหยินรองโปรดระวังวาจาด้วยนะครับ" เสียงทุ้มต่ำแต่นิ่งสนิทของสาวใช้คนสนิทอย่างชุนฮวาเอ่ยขัดขึ้นอย่างไว้ตัว แม้จะเป็นบ่าว แต่แววตาที่มองมู่หรงอวี้กลับเต็มไปด้วยความเยือกเย็นจนอีกฝ่ายถึงกับผะเผดียงถอยหลังไปครึ่งก้าว "เจ้า... เจ้าบ่าวชั้นต่ำกล้าดียังไงมาต่อปากต่อคำกับข้า!" มู่หรงอวี้แผดเสียงแหลมสูงด้วยความโกรธเกรี้ยว นางก้าวเท้าเข้ามาหมายจะเงื้อมือตบสั่งสอน แต่ยังไม่ทันที่ปลายนิ้วจะสัมผัสโดนอากาศเบื้องหน้า เสียงฝีเท้าหนักแน่นมั่นคงอันเป็นเอกลักษณ์ของกองทัพประจิมก็ดังขึ้นที่หน้าประตูเรือน *ตึง... ตึง... ตึง...* เสียงรองเท้าบูทหนังปักดิ้นเงินย่างกรายเข้ามาทีละก้าว ทุกก้าวที่กระทบพื้นเรือนให้ความรู้สึกกดดันราวกับภูเขาไท่ซานกดทับลงบนบ่าของทุกคนในที่นั้น บรรยากาศภายในห้องเปลี่ยนเป็นเยือกแข็งลงฉับพลัน อุณหติลดฮวบลงจนแทบหายใจไม่ออก ร่างสูงใหญ่ในชุดคลุมยาวสีดำปักลายมังกรห้ากรงเล็บดิ้นทองปรากฏขึ้นที่กรอบประตู รัศมีอำนาจแห่งแม่ทัพผู้ผ่านศึกสงครามมาโชกโชนแผ่ซ่านจนมู่หรงอวี้ต้องรีบเปลี่ยนท่าทีจากนางพญาผู้เกรี้ยวกราด กลIายเป็นสตรีผู้น่าสงสารทันที นางทรุดกายลงคุกเข่าร่ำไห้สะอึกสะอื้น น้ำตาคลอเบ้าอย่างน่าเวทนา "ท่านอ๋อง! ในที่สุดท่านก็เสด็จกลับมาแล้วเพคะ... หม่อมฉันถูกรังแก หม่อมฉันเพียงแค่มาเยี่ยมเยียนฮูหยินเอกตามธรรมเนียม แต่นางกลับ... นางกลับใช้วาจาเย้ยหยันและขับไล่หม่อมฉันราวกับไม่ใช่คนในจวนเดียวกันเพคะ!" หลงเฟิงเฉิน (พระเอก) ยืนนิ่งสนิท ดวงเนตรคมกริบดุจพญาอินทรีวาวโรจน์ กวาดสายตามองภาพเหตุการณ์เบื้องหน้าอย่างพิจารณา ใบหน้าหล่อเหลาดุดันไร้ซึ่งรอยยิ้ม สันกรามขบเข้าหากันจนเป็นสันนูน ความเย็นชาแผ่ออกจากร่างของเขาจนคนรอบข้างไม่กล้าแม้แต่จะหายใจแรง นี่คือหลงเฟิงเฉิน... ท่านอ๋องผู้โหดเหี้ยมที่ผู้คนในแคว้นต่างหวาดกลัว ผู้ซึ่งครั้งหนึ่งเคยทิ้งสวี่ว่านชิงไว้ในเรือนร้างแห่งนี้โดยไม่เคยเหลียวแลตลอดสามปีเต็ม ทว่า สิ่งที่ทำให้หลงเฟิงเฉินชะงักงันจนดวงตาคมกริบไหววูบไปชั่วขณะ หาใช่คราบน้ำตาของมู่หรงอวี้ไม่... แต่เป็นสตรีที่นั่งอยู่เบื้องหลังโต๊ะไม้จันทน์นั้น สวี่ว่านชิงมิได้ลุกขึ้นยืนต้อนรับ หรือแม้แต่เงยหน้าขึ้นมองเขาด้วยความหวาดกลัวเช่นวันวาน นางยังคงจดจ่ออยู่กับการเขียนตำรับยาบนกระดาษ เส้นผมสีดำสนิทถูกรวบเก็บไว้อย่างเรียบร้อยด้วยปิ่นหยกขาวบริสุทธิ์ ไหล่บอบบางตั้งตรง สง่างาม และเปี่ยมด้วยพลังอำนาจบางอย่างที่สะกดสายตาของเขาไว้ได้อย่างชะงักงัน ภาพจำของสตรีผู้อ่อนแอ ร้องไห้ฟูมฟาย และออดอ้อนขอความรักจากเขาเมื่อสามปีก่อน บัดนี้ได้มลายหายไปสิ้น เหลือเพียงสตรีผู้เยือกเย็น สงบ และลึกล้ำราวกับห้วงมหาสมุทร "เจ้า... ไม่แม้แต่จะลุกขึ้นคำนับข้าหรือ, ว่านชิง" หลงเฟิงเฉินเอ่ยขึ้น น้ำเสียงทุ้มต่ำทรงพลังดังก้องกังวาน บ่งบอกถึงความไม่พอใจที่เจือปนด้วยความแปลกประหลาดใจอย่างยิ่งยวด สวี่ว่านชิงค่อยๆ วางพู่กันลงอย่างนิ่มนวล นางเงยหน้าขึ้นช้าๆ ดวงตากลมโตคู่สวยใสกระจ่างดุจธารน้ำในฤดูใบไม้ผลิแต่กลับลึกล้ำจนมองไม่เห็นก้นบึ้ง สบตากับท่านอ๋องผู้ทรงอำนาจตรงๆ โดยไม่มีความหวั่นเกรงแม้แต่น้อย รอยยิ้มบางเบาที่มุมปากของนางช่างเยียบเย็นเสียจนหัวใจของหลงเฟิงเฉินกระตุกวูบ "ถวายบังคมท่านอ๋องเพคะ" นางเอ่ยคำคารวะด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไร้ซึ่งความน้อยเนื้อต่ำใจ ไร้ซึ่งความรักใคร่เสน่หา หรือแม้แต่ความคาดหวังใดๆ ที่เขาเคยชิน "ลมอะไรหอบท่านกลับมายังเรือนร้างหลังนี้ได้เล่า หรือว่าข่าวลือเรื่องที่องค์ชายสามกำลังเดินหมากในราชสำนัก จะทำให้ท่านร้อนรนจนต้องรีบกลับมาสะสางปัญหาในจวนของตนเองเสียก่อน" สิ้นคำพูดนั้น บรรยากาศภายในเรือนก็ราวกับถูกแช่แข็งในชั่วพริบตา! มู่หรงอวี้ที่กำลังก้มหน้าสะอื้นอยู่ถึงกับเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง นางลืมแม้กระทั่งการหายใจ นังสารเลวสวี่ว่านชิงกล้าดีอย่างไรถึงบังaجอาจก้าวก่ายเรื่องราชสำนักต่อหน้าท่านอ๋องผู้ทรงอำนาจ! นี่คือนายหญิงผู้หวาดกลัวสามีคนเดิมจริงหรือ? หลงเฟิงเฉินก้าวเท้าเข้ามาใกล้โต๊ะไม้จันทน์ทีละก้าว ร่างสูงใหญ่กดดันจนสวี่ว่านชิงต้องเงยหน้าขึ้นมองเขาในระยะประชิด กลิ่นอายบุรุษและกลิ่นอายสงครามจางๆ ลอยปะทะนาสิก แต่นางยังคงนั่งนิ่งไม่ไหวติง ดวงตาคู่นั้นยังคงท้าทายเขาอย่างไม่ลดละ "เจ้าเปลี่ยนไปมาก... สวี่ว่านชิง" หลงเฟิงเฉินโน้มตัวลงกระซิบต่ำชิดริมหูของนาง น้ำเสียงแหบพร่าเต็มไปด้วยอันตรายและความสงสัยใคร่รู้ "เจ้าไม่ใช่สตรีที่รอคอยความเมตตาจากข้าอีกต่อไปแล้ว... บอกข้ามา ใครเป็นคนสอนให้เจ้ากล้าต่อปากต่อคำกับข้าเช่นนี้" สวี่ว่านชิงไม่หลบสายตา นางแย้มยิ้มบางเบา เอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงที่ทำเอาท่านอ๋องผู้เกรียงไกรถึงกับต้องขมวดคิ้วมุ่นด้วยความตกตะลึง "หม่อมฉันไม่ได้ถูกผู้ใดสอนเพคะท่านอ๋อง... เพียงแต่คนเรา เมื่อตายไปแล้วครั้งหนึ่ง ย่อมมองเห็นสัจธรรมของโลกใบนี้ได้ชัดเจนยิ่งขึ้น" นางเว้นจังหวะเล็กน้อย ก่อนจะเอื้อมมือไปหยิบถ้วยชาที่ยังอุ่นอยู่ขึ้นมาจิบช้าๆ อย่างสง่างาม "และสิ่งที่หม่อมฉันต้องการที่สุดในยามนี้ หาใช่ความโปรดปรานจากท่านไม่... แต่คือใบหย่าต่างหากล่ะเพคะ" ในวินาทีนั้นเอง เสียงฝีเท้าเร่งรีบของมหาดเล็กหลวงก็ดังแทรกขึ้นที่หน้าประตูเรือน พร้อมกับเสียงตะโกนด้วยความตื่นตระหนกที่ทำให้ทุกคนในจวนต้องหน้าถอดสี "ท่านอ๋อง! ด่วนจี๋พ่ะย่ะค่ะ! ราชสำนักส่งราชโองการด่วนที่สุดมายังจวนประจิม... พระสนมเอกแห่งตำหนักในถูกลอบปลิดชีพด้วยยาพิษ และตราประทับกองทัพพยัคฆ์... ถูกขโมยไปแล้วพ่ะย่ะค่ะ!" หลงเฟิงเฉินหันขวับไปมองที่หน้าประตูทันที ทว่าในเสี้ยววินาทีที่เขากลับหันมามองภรรยาอีกครั้ง สวี่ว่านชิงกลับไม่ได้มีท่าทีตกใจแม้แต่น้อย นางเพียงแต่ป้องปากหาวเล็กน้อยอย่างคนง่วงนอน พร้อมกับรอยยิ้มลึกลับที่ประดับอยู่บนดวงหน้าอันงดงามล่มเมือง ซึ่งซ่อนแผนการอันตรายระดับพลิกแผ่นดินไว้เบื้องหลังอย่างแนบเนียน ขอขอบพระคุณท่านรี้ดทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านช่วงเวลาอันเข้มข้นนี้ไปพร้อมกับพงศาวดารมีชีวิตเสมอนะครับ
สารจากนักเขียน (พงศาวดารมีชีวิต)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ฮูหยินเอกผู้นี้ขอหย่าขาดจากท่านอ๋องก(ล)บฏ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%