กลิ่นกำยานหอมกรุ่นที่ลอยอวลอยู่เบื้องหน้า หาได้ช่วยให้บรรยากาศภายในห้องโถงใหญ่ของเรือนประจิมอบอุ่นขึ้นไม่ ตรงกันข้าม ความเงียบงันที่แผ่ขยายออกไปราวน้ำค้างแข็งในยำย่ำรุ่ง กลับบีบคั้นจนแม้แต่เสียงลมหายใจยังต้องผ่อนให้เบาที่สุด
ถ้วยกระเบื้องเคลือบสีฟ้าครามลายครามบรรจุยาน้ำสีชาเข้มข้นถูกวางลงบนโต๊ะไม้จันทน์หอมด้วยแรงกระแทกพอประมาณ น้ำยาภายในกระเพื่อมไหวเล็กน้อย สะท้อนเงาใบหน้าของสวี่ว่านชิงที่นิ่งสงบดั่งผิวน้ำในบึงลึก นางปรายตามองถ้วยยานั้นแวบหนึ่ง ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตากับ "ชุนเซียง" บ่าวรับสายคนสนิทของฮูหยินรองมู่หรง ผู้ซึ่งยืนเชิดหน้าชูตาอยู่เบื้องหน้าด้วยรอยยิ้มเยาะหยันที่ปิดไม่มิด
“นี่คือยาบำรุงธาตุที่ฮูหยินรองเมตตาประทานให้ฮูหยินเอกเพคะ” ชุนเซียงกล่าวด้วยน้ำเสียงที่หาได้มีความเคารพยำเกรงไม่ สมกับเป็นมือเท้าคนสนิทของอนุภรรยาผู้กุมอำนาจในเรือนหลังมานานปี “ฮูหยินเอกเพิ่งฟื้นไข้ ร่างกายยังอ่อนแอ การดื่มยาถ้วยนี้เสียแต่เนิ่นๆ ย่อมเป็นผลดีต่อสุขภาพ เผื่อว่า... วันหน้าจะได้มีเรี่ยวแรงพอที่จะดูแลจวนหลังนี้ได้อย่างทั่วถึง”
คำพูดเหน็บแนมแฝงนัยยะเหยียดหยามเช่นนี้ หากเป็นสวี่ว่านชิงคนเก่าผู้ไร้เดียงสาและอ่อนแอ คงร่ำไห้ด้วยความคับแค้นใจไปนานแล้ว แต่สำหรับสวี่ว่านชิงในยามนี้ นางคือแพทย์หญิงผู้เคยผ่านสมรภูมิการแพทย์และเกมการเมืองอันเชือดเฉือนมานับไม่ถ้วน ดวงตาคู่หงส์หรี่ลงเล็กน้อย ประกายวิบวับพาดผ่านแววตาคมกริบดั่งใบมีดซ่อนในฝัก
นางมิได้ตอบรับทันที แต่กลับยื่นปลายนิ้วเรียวงามดั่งหยกขาวลงไปแตะที่ขอบถ้วยกระเบื้องเบาๆ สัมผัสได้ถึงความอุ่นที่หลงเหลืออยู่เพียงน้อยนิด ปลายนิ้วเรียวไล้ไปตามลวดลายดอกโบตั๋นบนถ้วยชา ก่อนจะตวัดสายตากลับมามองบ่าวรับใช้ผู้จองหองผู้นั้นด้วยรอยยิ้มบางเบาที่ไปไม่ถึงดวงตา
“เจ้าบอกว่านี่คือยาบำรุงธาตุอย่างนั้นหรือ?” น้ำเสียงนุ่มนวลเอ่ยถาม ทว่ากลับสร้างความหนาวเยือกให้แล่นริ้วขึ้นไปตามสันหลังของชุนเซียงอย่างประหลาด
“มะ... หม่อมฉันพูดความจริงเพคะ เป็นยาบำรุงชั้นดีที่ฮูหยินรองสั่งให้ต้มเคี่ยวด้วยสมุนไพรล้ำค่าเชียวนะเพคะ” ชุนเซียงอปกป้องท่าทีของตนเองด้วยความมั่นใจ แม้ในใจจะเริ่มรู้สึกหวั่นวิตกกับประกายตาคู่นั้นอย่างไม่มีสาเหตุ
สวี่ว่านชิงแค่นหัวเราะในลำคอเบื้องต่ำ เสียงนั้นช่างเย็นเยียบดั่งสายลมหนาวพัดผ่านลานหิมะ นางกวาดสายตามองสีของน้ำยาภายในถ้วย ปลายจมูกสูดกลิ่นที่ลอยกรุ่นขึ้นมาเพียงชั่วพริบตา กลิ่นของโสมป่าและรากตังกุยนั้นชัดเจนกลบเกลื่อนอยู่เบื้องหน้า แต่ทว่า... ปลายกลิ่นที่เจือจางด้วยกลิ่นฉุนบางเบาคล้ายดอกอวี้จี๋ (หญ้าพิษเหมันต์) ที่ถูกบดผสมอย่างแนบเนียนนั้น หาอาจรอดพ้นจากประสาทสัมผัสของแพทย์อัจฉริยะเช่นนางไปได้
ยาถ้วยนี้มิใช่ยาบำรุง หากแต่เป็น "ยาสลายครรภ์และทำลายเส้นเอ็น" ที่หากสตรีใดดื่มเข้าไป จะต้องทนทุกข์ทรมานด้วยพิษไข้ ร่างกายพิการไร้เรี่ยวแรง และสูญสิ้นโอกาสที่จะตั้งครรภ์ไปตลอดชีวิต ช่างเป็นวิธีการกำจัดเสี้ยนหนามในเรือนหลังที่แยบยลและเลือดเย็นยิ่งนัก มู่หรงหร่านช่างกล้าหาญถึงเพียงนี้เชียวหรือ?
“ดี... ดีมาก” สวี่ว่านชิงพึมพำแผ่วเบา นางค่อยๆ ลุกขึ้นยืนช้าๆ อาภรณ์สีขาวปักลายเมฆาเคลื่อนไหวตามจังหวะการก้าวเดิน สง่างามและทรงอำนาจจนชุนเซียงต้องถอยหลังไปก้าวหนึ่งโดยไม่รู้ตัว “ในเมื่อฮูหยินรองมีน้ำ น้ำใจถึงเพียงนี้ ข้าผู้เป็นพี่สะใภ้หรือจะกล้าปฏิเสธความปรารถนาดีเล่า”
“ถ้าเช่นนั้น... เชิญฮูหยินเอกดื่มให้หมดถ้วยต่อหน้าหม่อมฉันเถอะเพคะ ฮูหยินรองจะได้วางพระทัย” ชุนเซียงเร่งเร้าด้วยความกระตือรือร้น หวังจะเห็นภาพความพ่ายแพ้ของสตรีตรงหน้า
สวี่ว่านชิงยิ้มรับ รอยยิ้มนั้นงดงามราวดอกเหมันต์แรกผลิ แต่แววตากลับเยือกเย็นดุจน้ำแข็งพันปี นางยื่นมือไปหยิบถ้วยกระเบื้องเคลือบนั้นขึ้นมาถือไว้ด้วยมือข้างหนึ่งอย่างมั่นคง ท่าทางสง่างามไร้ที่ติ ก่อนจะก้าวเข้าไปประชิดตัวชุนเซียงที่ยืนอยู่ห่างออกไปเพียงก้าวเดียว
“ฮะ... ฮูหยินเอก จะทำอะไรเพคะ?” ชุนเซียงผวาถอยหลังด้วยความตกใจ เมื่อเห็นแววตาคุกกี้ที่น่ากลัวดั่งพญายมกำลังจ้องมองมา
“ข้าบอกแล้วอย่างไรเล่า ว่าข้าซาบซึ้งในน้ำใจของฮูหยินรองยิ่งนัก” สวี่ว่านชิงเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าเฉียบขาดจนไม่อาจขัดขืน “แต่ทว่า... ในฐานะที่เจ้าเป็นบ่าวผู้มีความซื่อสัตย์ตรากตรำนำยาถ้วยนี้มาส่งให้ถึงมือข้าด้วยตนเอง ความดีความชอบนี้... ข้าไหนเลยจะกล้าดื่มมันคนเดียวโดยไม่แบ่งปันให้เจ้าผู้เหน็ดเหนื่อยเล่า?”
“มะ... ไม่นะเพคะ! หม่อมฉันเป็นแค่บ่าว จะบังIาญดื่มยาบำรุงล้ำค่าของฮูหยินรองได้อย่างไร!” ชุนเซียงหน้าถอดสี ร้องเสียงหลงด้วยความตื่นตระหนก สัญชาตญาณดิบเตือนภัยว่ามีความผิดปกติบางอย่างซ่อนอยู่เบื้องหลังรอยยิ้มนั้น
“ข้าบอกให้ดื่ม... เจ้าก็ต้องดื่ม!”
สิ้นเสียงคำสั่งอันเด็ดขาด สวี่ว่านชิงไม่รอให้บ่าวรับใช้ได้ทันตั้งตัว มือเรียวดั่งหยกขาวคว้าเข้าที่คางของชุนเซียงอย่างรวดเร็วและแม่นยำดั่งคีมเหล็ก บีบกรามทั้งสองข้างให้อ้าออกด้วยแรงที่คาดไม่ถึงจากสตรีร่างบาง ชุนเซียงเบิกตากว้างด้วยความตื่นตระหนกสุดขีด ส่งเสียงร้องอู้อี้ในลำคอเมื่อถ้วยกระเบื้องถูกบังคับจ่อเข้าที่ริมฝีปาก
*“ฮูหยินเอก! ท่าน...”*
ซ่า!
ของเหลวสีชาเข้มข้นถูกเทกรอกลงไปในลำคอของชุนเซียงอย่างไม่ปรานีปราศรัย สำsักและสำลักจนหน้าดำหน้าแดง ยาน้ำรสขื่นไหลทะลักลงคอไปโดยบังคับกลืนลงท้องจนหมดสิ้นถ้วย ชุนเซียงทรุดฮวบลงไปกองกับพื้น สำรอกออกมาสุดเสียงด้วยความทรมาน มือทั้งสองข้างจิกทึ้งลำคอตัวเองราวกับจะควักเอาสิ่งแปลกปลอมออกมาให้ได้
บรรดาสาวยใช้และขันทีที่ยืนอยู่รอบห้องโถงต่างพากันสูดปากด้วยความตกใจจนหน้าซีดเผือด บางนางถึงกับยกมือปิดปากกรีดร้องเบาๆ ด้วยความหวาดกลัว ไม่มีใครคาดคิดเลยว่า สวี่ว่านชิงผู้ขึ้นชื่อว่าเป็นสตรีอ่อนแอไร้พิษสง จะกล้าใช้วิธีการเด็ดขาดและดุร้ายเช่นนี้ในการตบหน้าฮูหยินรองกลางแสงตะวัน!
“แคกๆ! แฮก... เจ้า... เจ้าวางยาพิษหม่อมฉัน!” ชุนเซียงสำรอกออกมาอย่างน่าเวทนา ใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความเจ็บปวดจากพิษที่เริ่มแผ่ซ่านเข้าสู่เส้นเอ็น ร่างกายสั่นเทาด้วยความหวาดกลัวต่อความตายที่คืบคลานเข้ามา
สวี่ว่านชิงปัดมือลงเบาๆ ราวกับปัดรังแคบนเสื้อผ้า นางมองดูผลงานตรงหน้าด้วยสายตาที่ราบเรียบไร้ความสงสาร ก่อนจะวางถ้วยเปล่าลงบนโต๊ะด้วยเสียงอันกังวานใส
“ยาบำรุงชั้นดีที่ฮูหยินรองประทานให้ ไยเจ้าต้องตื่นตระหนกถึงเพียงนั้นเล่า?” สวี่ว่านชิงก้มตัวลงกระซิบข้างหูของชุนเซียงที่กำลังนอนดิ้นพล่านด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา ทว่าเฉียบคมบาดลึกถึงขั้วหัวใจ “กลับไปบอกเจ้านายของเจ้า... ว่าถ้ายังกล้าส่งของสกปรกมาที่เรือนประจิมอีก ถ้วยต่อไปที่จะต้องดื่ม... อาจไม่ใช่แค่บ่าวรับใช้ตัวเล็กๆ เช่นเจ้า... แต่อาจเป็นคอของฮูหยินรองเองก็เป็นได้!”
ชุนเซียงเบิกตาค้าง ร่างกายกระตุกเกร็งวูบหนึ่งก่อนจะหมดสติไปต่อหน้าต่อตา ท่ามกลางความเงียบงันที่ปกคลุมไปทั่วห้องโถง บ่าวรับใช้ทุกคนต่างคุกเข่าลงกับพื้นด้วยความหวาดกลัวจนตัวสั่นเทา ไม่มีใครกล้าเงยหน้าสบตากับฮูหยินเอกผู้นี้อีกเลย
ในจังหวะที่สถานการณ์กำลังตึงเครียดถึงขีดสุดนั้นเอง เสียงฝีเท้าหนักแน่นและมั่นคงคู่หนึ่งก็ดังขึ้นที่นอกประตูกระจกเงา พร้อมกับเสียงรายงานขององครักษ์หน้าประตูที่ทำให้ทุกคนในห้องต้องหยุดหายใจ
“ท่านอ๋อง... เสด็จ!”
ประตูไม้แกะสลักถูกผลักเปิดออกช้าๆ เผยให้เห็นร่างสูงสง่าของบุรุษในอาภรณ์สีดำสนิทปักลายมังกรทองดิ้นเงิน ดวงตาคมกริบดั่งพญาอินทรีย์กวาดมองสภาพความโกลาหลภายในห้องโถง ก่อนจะหยุดนิ่งอยู่ที่ร่างของบ่าวรับใช้ที่หมดสติไป และมาประสานเข้ากับดวงตาคู่สวยของสวี่ว่านชิงผู้ยืนถือถ้วยเปล่าอยู่อย่างสง่างาม
หลงเฟิงเฉินหรี่ตาลงเล็กน้อย รอยยิ้มลึกลับปรากฏขึ้นที่มุมปากหยักลึก เขาไม่ได้เอ่ยถามถึงสาเหตุของเหตุการณ์นองเลือดตรงหน้าแม้แต่คำเดียว ทว่ากลับก้าวเท้าเข้ามาใกล้ ยื่นมือหนาออกไปจับปลายคางของสตรีเอกผู้กล้าหาญชาญชัยขึ้นมาสำรวจใกล้ๆ ด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความระอุเร่าร้อนและประกายความพึงพอใจอย่างเปิดเผย
“ชายาเอกของเปิ่นหวาง... ดูท่าทางเจ้าจะทำให้เรือนประจิมหลังนี้ สนุกสนานกว่าที่ข้าคิดไว้เสียแล้วกระมัง?”
ขอขอบพระคุณท่านรี้ดทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านช่วงเวลาอันเข้มข้นนี้ไปพร้อมกันนะครับ
ฮูหยินเอกผู้นี้ขอหย่าขาดจากท่านอ๋องก(ล)บฏ•ตอนที่ 2
ชาถ้วยนั้นมอบให้ใครดื่ม
ผลงานโดย พงศาวดารมีชีวิต
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (พงศาวดารมีชีวิต)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ฮูหยินเอกผู้นี้ขอหย่าขาดจากท่านอ๋องก(ล)บฏ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!