"เซ็นหนังสือหย่าฉบับนี้เสีย หรือจะให้ข้าสั่งโบยเจ้าจนกว่ากระดูกทั่วร่างแหลกสลายจนหมดสิ้นความเป็นคน... มู่หรงซูหริว เจ้าจงเลือกเอาเอง"
น้ำเสียงของหลงเฟิงเฉินทุ้มต่ำและเย็นเยียบดุจน้ำแข็งจากยอดเขาเทียนซาน แววตาของท่านอ๋องประจิมคมกริบดั่งใบมีดที่อาบยาพิษ ทอดมองร่างระหงที่เคยเย่อหยิ่งจองหองในชุดผ้าไหมปักดิ้นทอง บัดนี้กลับทรุดฮวบลงแทบเท้าของเขา อาภรณ์หรูหราเปรอะเปื้อนคราบฝุ่นและน้ำตาจนยับยู่ยี่ ภายในโถงใหญ่ของจวนอ๋องยามนี้เงียบสงัดจนได้ยินแม้กระทั่งเสียงลมหายใจที่ติดขัดและสั่นเทาของสตรีตรงหน้า
สวี่ว่านชิงยืนสงบนิ่งอยู่เบื้องหลังบุรุษผู้เป็นสามี ดวงหน้าประดับด้วยรอยยิ้มบางเบาที่ยากจะคาดเดา นางทอดสายตามองการล่มสลายของอดีตสตรีผู้เคยใช้เล่ห์กลร้อยแปดพันประการหมายปลิดชีวีตนเองในเรือนหลังนี้ ความเงียบงันภายในห้องโถงช่างยาวนานและกดดัน ราวกับเวลาถูกแช่แข็งไว้ด้วยอำนาจและบารมีของผู้กุมกองทัพแดนประจิม
"ท่านพี่... ท่านใจร้ายยิ่งนัก..." มู่หรงซูหริวเงยหน้าขึ้น หยาดน้ำตาหลั่งรินอาบสองแก้มจนเครื่องสำอางเลอะเลือน ดวงตาแดงก่ำเต็มไปด้วยความแค้นเคืองและตัดพ้อ "ข้า... ข้าติดตามท่านมานานเพียงใด ร่วมสุขร่วมทุกข์เคียงบ่าเคียงไหล่ เหตุไฉนท่านจึงไร้เยื่อใยเพียงนี้ เพียงเพราะนังสารเลวผู้นี้คนเดียวหรือท่านจึง..."
เพี๊ยะ!
เสียงฝ่ามือกระทบแก้มดังสนั่นหวั่นไหว ร่างของมู่หรงซูหริวเซถลาล้มลงไปกระแทกกับพื้นหินอ่อนเย็นเฉียบ แรงปะทะนั้นมากพอจะทำให้มุมปากของนางมีลิ่มเลือดสีชาดไหลซึมออกมา หลงเฟิงเฉินไม่ได้ลงมือด้วยซ้ำ แต่เป็นองครักษ์เงาข้างกายที่เคลื่อนไหวด้วยความเร็วปานสายฟ้าแลบ
"บังอาจ! ปากพล่อยเช่นนี้ สมควรตายสิบครั้ง" องครักษ์หนุ่มตวาดเสียงกร้าว
"คำก็สารเลว สองคำก็ไร้เยื่อใย มู่หรงซูหริว เจ้ายังไม่รู้อีกหรือว่าตัวเจ้าเองทำอะไรลงไปบ้าง" สวี่ว่านชิงก้าวเท้าสืบไปข้างหน้าช้าๆ น้ำเสียงของนางราบเรียบ ทว่าทรงพลังจนทำให้บรรยากาศในห้องยิ่งทวีความน่าสะพรึงกลัว "ยาพิษสลายวิญญาณในถ้วยชาเมื่อเดือนก่อน แผนการลอบสังหารข้าในงานเลี้ยงต้อนรับทูตแคว้นหลี่เมื่อปีก่อน หรือแม้กระทั่งจดลับที่เจ้าแอบส่งให้องค์ชายสามเพื่อขายข่าวความเคลื่อนไหวในกองทัพประจิม... เจ้าคิดว่าสิ่งเหล่านี้รอดพ้นจากสายตาของพวกเราไปได้จริงหรือ"
ร่างของมู่หรงซูหริวสะท้านเฮือก ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนกสุดขีด ความลับที่นางมั่นใจนักหนาว่าปกปิดไว้อย่างไร้รอยต่อ บัดนี้กลับถูกเปิดเผยออกมาทีละฉากราวกับกางตำราอ่านตรงหน้า
"เจ้า... เจ้า... พวกเจ้าวางแผนไว้หมดแล้ว..." มู่หรงซูหริวหัวเราะออกมาอย่างคนเสียสติ เสียงหัวเราะแหลมสูงบาดหูเจือด้วยความสิ้นหวัง "ข้าเป็นถึงบุตร gái แม่ทัพใหญ่ผู้มีคุณความดีต่อแผ่นดินนะ! พวกเจ้ากล้าเนรเทศข้าอย่างไร้ศักดิ์ศรีเช่นนี้ ฝ่าบาทและเสนาบดีในราชสำนักจะไม่นิ่งเฉยแน่!"
"ราชสำนักงั้นหรือ?" หลงเฟิงเฉินแค่นหัวเราะในลำคอ แววตาดุร้ายฉายแววเย้ยหยัน "ตระกูลมู่หรงของเจ้ากระทำความผิดฐานคอร์รัปションเสบียงทหารและสมคบคิดกับกบฏ หลักฐานทั้งหมดถูกส่งถึงมือฮ่องเต้ตั้งแต่เมื่อรอดูนตอนเช้าแล้ว ป่านนี้บิดาและพี่ชายของเจ้าคงกำลังสวมตรวนเดินเข้าคุกหลวง ส่วนเจ้า... ในฐานะอนุภรรยาที่ถูกหย่าร้างเนื่องจากความประพฤติชั่วช้า ไร้คุณธรรมแห่งสตรี จะถูกขับไล่ออกจากจวนอ๋องประจิม ณ บัดนี้!"
คำประกาศิตนั้นดุจสายฟ้าฟาดกลางวันแสกๆ มู่หรงซูหริวกรีดร้องออกมาด้วยความเจ็บปวดทรมาน น้ำตาดั่งสายเลือดหลั่งรินออกมาจากดวงตาคู่สวยที่บัดนี้เต็มไปด้วยความอาฆาตมาดร้าย นางพยายามคลานเข้าไปหาหลงเฟิงเฉินเพื่อเกาะชายผ้าแถบ ทว่ากลับถูกปลายเท้าของท่านอ๋องสะบัดหลีกหนีอย่างรังเกียจราวกับรังเกียจเดียจฉันท์เดรัจฉานตัวหนึ่ง
"ลากตัวนางออกไป! อย่าให้ความสกปรกของมันมาแปดเปื้อนพื้นเรือนของฮูหยินเอกแม้แต่น้อย" หลงเฟิงเฉินออกคำสั่งเสียงเฉียบขาด
เหล่าบ่าวรับไพร่ในจวนกรูเข้ามาหามราวกับหมาป่ารุมทึ้งเหยื่อ มู่หรงซูหริวถูกฉุดกระชากลากถูไปตามพื้นทางเดินหินแกรนิต เสียงกรีดร้องโหยหวนและคำสาปแช่งดังสะท้อนก้องไปทั่วโถงทางเดิน ก่อนจะค่อยๆ เงียบหายไปในความมืดมิดของยามสนธยา ปิดฉากอำนาจและมารยาทร้อยเล่มเกวียนของตัวร้ายในเรือนหลังลงอย่างสิ้นเชิง ไม่มีแม้แต่เกียรติยศหรือป้ายชื่อหลงเหลือไว้ในทำเนียบสกุลหลงอีกต่อไป
ความเงียบสงบกลับคืนสู่จวนอ๋องอีกครั้ง สวี่ว่านชิงถอนหายใจยาวออกมาเบาๆ นางรู้สึกถึงไออุ่นจากฝ่ามือหนาที่เอื้อมมาโอบกอดเอวบางของนางไว้จากด้านหลัง สัมผัสที่มั่นคงและอบอุ่นนี้คือเกราะคุ้มกันอันแข็งแกร่งที่สุดในโลกหล้าสำหรับนาง
"จัดการปัญหาในบ้านเรียบร้อยแล้ว ต่อไป..." หลงเฟิงเฉินกระซิบชิดริมใบหูของภรรยา น้ำเสียงของเขาเปลี่ยนเป็นอ่อนโยนลงอย่างเห็นได้ชัดเมื่ออยู่กับนางเพียงลำพัง "คงต้องไปสะبางบัญชีนอกบ้านกับพวกสุนัขจิ้งจอกในราชสำนักเสียที"
ทว่า ในขณะที่บรรยากาศกำลังผ่อนคลายลงนั้น เสียงฝีเท้าเร่งรีบของพ่อบ้านเฒ่าก็ดังขึ้นที่หน้าประตูเรือน พร้อมกับเสียงหอบหายด้วยความตื่นตระหนก
"ท่านอ๋อง! ฮูหยิน!แย่แล้วพ่ะย่ะค่ะ..." พ่อบ้านคุกเข่าลงด้วยความรีบร้อน ยื่นม้วนราชโองการประทับตราหยกสีทองที่สั่นเทาให้แก่ผู้เป็นนาย "ราชโองการด่วนที่สุดจากในวังหลวง... องค์ชายสามนำกองกำลังราชองครักษ์บุกเข้าปิดล้อมท้องพระโรงและประตูเมืองทั้งสี่ด้านแล้วพ่ะย่ะค่ะ!"
ขอขอบพระคุณท่านรี้ดทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านช่วงเวลาอันเข้มข้นนี้ไปพร้อมกับพงศาวดารมีชีวิตเสมอนะครับ
ฮูหยินเอกผู้นี้ขอหย่าขาดจากท่านอ๋องก(ล)บฏ•ตอนที่ 30
น้ำตาดั่งสายเลือดของฮูหยินรอง
ผลงานโดย พงศาวดารมีชีวิต
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (พงศาวดารมีชีวิต)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ฮูหยินเอกผู้นี้ขอหย่าขาดจากท่านอ๋องก(ล)บฏ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!