ฮูหยินเอกผู้นี้ขอหย่าขาดจากท่านอ๋องก(ล)บฏ•ตอนที่ 8

รอยแผลเป็นในใจท่านอ๋อง

ผลงานโดย พงศาวดารมีชีวิต
"หากเข็มเล่มนี้พลาดไปเพียงครึ่งชุน ประสาทรับความรู้สึกซีกซ้ายของท่านอ๋องจะพิการไปชั่วชีวิต... ท่านยังกล้าเดิมพันด้วยกระดานนี้อีกหรือ" สุ้มเสียงราบเรียบดุจผิวน้ำในบึงใหญ่ ทว่าเฉียบคมราวกับปลายมีดสลักหยกดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงัดของห้องหนังสือบูรพา กลิ่นอายของกำยานไม้กฤษณาผสมผสานกับกลิ่นคาวเลือดจางๆ ลอยอบอวลจนน่าเวียนหัว บนเตียงไม้พะยูงจำหลักลายมฆาเร้นเมฆ ร่างสูงใหญ่ของหลงเฟิงเฉินกำลังนั่งหลังตรง แม้เม็ดเหงื่อกาฬจะผุดพรายเต็มขมับจนเส้นเลือดข้างขมับปูดโปนเต้นตุบๆ ดุจเสียงกลองศึกยามวิกาล แต่แววตาเหยี่ยวคู่นั้นกลับมิได้แสดงความหวาดกลัวต่อความตายแม้แต่น้อย มีเพียงรอยยิ้มหยันเยาะโชคชะตาที่ปรากฏอยู่บนมุมพระโอษฐ์ สวี่ว่านชิงในอาภรณ์สีม่วงเข้มปักลายเมฆาตามศักดิ์ฮูหยินเอก ยืนนิ่งสง’ นางรวบชายแขนเสื้อกว้างขึ้นเหนือข้อศอกเผยให้เห็นเรียวแขนขาวดั่งหยกขาว ในมือเรียวเรียวถือซองเข็มเงินยาวเรียวสิบสองเล่ม แสงตะเกียงน้ำมันหอมส่องกระทบใบหน้าด้านข้างของนางจนเกิดเงาทอดยาว นางมิใช่สตรีในห้องหอที่กรีดร้องยามเห็นเลือด แต่คือยอดกุนซือผู้ผ่านสนามการเมืองและการแพทย์มาอย่างโชกโชน ทุกย่างก้าวและลมหายใจของนางล้วนคำนวณไว้หมดแล้ว "เปิ่นหวางผ่านความตายมานักต่อนัก... หากจะตายด้วยน้ำมือของฮูหยินเอกผู้ชังน้ำหน้าข้า ก็ถือเป็นจุดจบที่ไม่เลวเช่นกัน" หลงเฟิงเฉินแค่นหัวเราะต่ำๆ ในลำคอ อาการปวดหัวเรื้อรังที่กัดกินสมองเขามานานแรมปี กำลังแผดเผาราวกับมีคนเอาเหล็กแดงมาจี้ขยี้ในกะโหลก แต่วันนี้ ความเจ็บปวดเหล่านั้นกลับเบาบางลงครึ่งหนึ่ง นับตั้งแต่ปลายนิ้วเรียวเย็นเยียบของสตรีตรงหน้ากดลงมาตามจุดชีพจร ‘ไป่ฮุ่ย’ และ ‘เฟิงฉือ’ ว่านชิงปรายตามองบุรุษผู้ทรงอำนาจที่สุดในแคว้นประจิมผู้กำลังดื้อรั้น นางมิได้ต่อปากต่อคำ นางรู้ดีว่าอาการปวดศีรษะของเขาไม่ได้เกิดจากธาตุไฟเข้าแทรกตามที่หมอหลวงในวังหลวงวินิจฉัยอย่างโง่เขลา หากแต่เกิดจากพิษเย็นสะสมที่ถูกส่งผ่านทางโอสถบำรุงในอดีต และร่องรอยการกระทบกระเทือนทางสมองจากสนามรบเมื่อห้าปีก่อน พิษนี้ซับซ้อนนัก หากเป็นหมอทั่วไปคงทำได้เพียงให้กินยาบรรเทาปลายเหตุจนตับไตพัง แต่สำหรับนาง... มันคือหมากกระดานหนึ่งที่ต้องใช้เข็มเงินพลิกสถานการณ์ "หุบปากเสีย แล้วตั้งสมาธิ ท่านอ๋อง" ว่านชิงเอ่ยเสียงเย็น นางดึงเข็มเล่มยาวที่สุดออกมาชầmด้วยแอลกอฮอล์จากสมุนไพรฤทธิ์ร้อน แววตาของนางจริงจังและเฉียบคมจนหลงเฟิงเฉินเผลอชะงักไปชั่วขณะ ในสายตาของบุรุษผู้เย็นชาต่อโลกหล้า สตรีส่วนใหญ่เข้าหาเขาด้วยความยำเกรง ผลประโยชน์ หรือไม่ก็ความโลภ มู่หรงหว่านเอ๋อร์อนุภรรยาผู้น้อยมักจะใช้น้ำตาและมารยาเข้าออดอ้อมเพื่อให้ได้มาซึ่งอำนาจ แต่นาง... สวี่ว่านชิง กลับมองเขาด้วยสายตาที่ราวกับกำลังมอง ‘ผู้ป่วย’ คนหนึ่ง ไร้ซึ่งความหวาดกลัว ไร้ซึ่งความเสแสร้ง และที่สำคัญที่สุด... นางมองทะลุปรุโปร่งถึงบาดแผลในใจที่เขาไม่เคยปริปากบอกใคร พับ! เข็มเงินเล่มแรกฝังลงที่ท้ายทอยอย่างแม่นยำดั่งจับวาง หลงเฟิงเฉินสะดุ้งเฮือก ร่างกายเกร็งกระตุกไปชั่วพริบตา ความเจ็บปวดรุนแรงสายหนึ่งแล่นพล่านจากท้ายทอยสู่กระดูกสันหลังราวกับสายฟ้าฟาด แต่น่าประหลาดนัก... ทันทีที่เข็มเล่มที่สองและสามถูกปักลงตามแนวเส้นประสาท ความตึงเครียดที่ขมับซึ่งเกาะกุมสมองเขามานานนับเดือนกลับค่อยๆ คลายตัวลงอย่างช้าๆ ดั่งภูเขาน้ำแข็งที่ถูกกระแสความอบอุ่นละลาย ความเงียบเข้าปกคลุมห้องหนังสืออีกครั้ง มีเพียงเสียงลมหายใจเข้าออกสม่ำเสมอของหลงเฟิงเฉิน และเสียงหยดน้ำจากนาฬิกาทรายโบราณที่มุมห้อง ว่านชิงยืนประชิดร่างสูง โน้มตัวลงต่ำเพื่อให้สายตาระดับเดียวกับเขา กลิ่นกายหอมเย็นบริสุทธิ์ดั่งดอกเหมยในเหมันต์ฤดูโชยเข้าจมูกของท่านอ๋องผู้ดุร้าย ชั่วขณะนั้น หัวใจที่ด้านชาและเต้นเพื่อการฆ่าฟันมาตลอดชีวิตของหลงเฟิงเฉินกลับกระตุกวูบอย่างรุนแรง เขาเงยหน้าขึ้นสบตากับดวงตาสุกสกาวดั่งดาราในคืนเดือนมืดของนาง ระยะห่างระหว่างทั้งสองสั้นเพียงลมหายใจกั้น "ท่านอ๋องยังทรงคิดว่า... ข้าอยากให้ท่านตายตอนนี้หรือเพคะ?" ว่านชิงกระซิบแผ่วเบา น้ำเสียงเย้าหยอกแต่จริงจัง "หากท่านตายในจวนตอนนี้ ผู้ที่จะเดือดร้อนที่สุดคือตัวข้าผู้เป็นฮูหยินเอก เพราะต้องตกเป็นจำเลยสังคมและราชสำนักว่าวางยาพิษสวามี... ข้าฉลาดเกินกว่าจะเลือกวิธีที่ยุ่งยากเช่นนั้น" หลงเฟิงเฉินมุมปากกระตุกขึ้นเป็นรอยยิ้มจางๆ ที่หาดูได้ยากยิ่ง ดวงตาคมกริบทอดมองใบหน้างดงามที่ไร้เครื่องสำอางปรุงแต่งแต้ม เต็มไปด้วยความเด็ดเดี่ยวและสติปัญญา "ฮูหยินช่างพูดจาได้น่าฟังนัก..." เขาเอ่ยเสียงแหบพร่า มือหนาที่มักถือกระบี่อาบเลือดค่อยๆ ยกขึ้น สัมผัสปอยผมที่หลุดลุ่ยข้างแก้มของนางอย่างแผ่วเบาราวกับกลัวว่าภาพตรงหน้าจะเป็นเพียงความฝัน "เจ้ามิได้กลัวอำนาจของเปิ่นหวาง มิได้หวาดหวั่นต่อคมดาบ... เจ้ามองเห็นสิ่งใดในตัวข้ากันแน่ สวี่ว่านชิง" "ข้าเห็นบุรุษผู้หนึ่งที่กำลังแบกโลกทั้งใบไว้บนบ่า... และกำลังจะตายอย่างโดดเดี่ยวเพราะความระแวงของตนเอง" ว่านชิงตอบกลับทันควันโดยไม่หลบสายตา ความจริงใจและคมปัญญาในแววตานั้นทำเอาหลงเฟิงเฉินนิ่งงันไป ราวกับถูกศรปักเข้าที่กลางใจ บาดแผลในวัยเด็กที่ต้องแย่งชิงอำนาจกับองค์ชายสามและฮ่องเต้ ความโหดร้ายในในสนามรบที่เขาต้องสังหารแม้กระทั่งสหายสนิทเพื่อความอยู่รอด... สิ่งเหล่านี้ถูกซ่อนไว้ใต้เกราะเหล็กแห่งความเยือกเย็นมาตลอด แต่วันนี้ กลับถูกสตรีตรงเวลามองทะลุปรุโปร่งในคราเดียว บรรยากาศรอบกายเริ่มเปลี่ยนไป จากความตึงเครียดของการรักษา กลายเป็นความลึกซึ้งที่อบอวลด้วยความรู้สึกบางอย่างที่ทั้งสองต่างพยายามหลบ ทว่า... ช่วงเวลาอันเปราะบางนี้ก็ถูกทำลายลงอย่างไม่ไยดี *ก๊อกๆๆ!* เสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้งตามด้วยเสียงร้อนรนของพ่อบ้านหลี่ที่หน้าห้อง "ท่านอ๋อง! เกิดเรื่องใหญ่แล้วพ่ะย่ะค่ะ! มีราชโองการด่วนจากห้องเครื่องหลวง... และ... และทางเรือนรองแจ้งว่า..." หลงเฟิงเฉินขมวดคิ้วมุ่น ความหงุดหงิดฉายชัดบนใบหน้า เขาตวัดสายตากลับสู่โหมดเยือกเย็นดุร้ายดังเดิม "เข้ามา!" ประตูห้องเปิดออกพร้อมกับร่างของพ่อบ้านหลี่ที่กึ่งเดินกึ่งวิ่งเข้ามาด้วยใบซีดเผือด ในมือถือถาดกระเบื้องเคลือบสีขาวสะอาด บนนั้นมีถ้วยชาเคลือบหยกที่ส่งควันกรุ่นจางๆ พ่อบ้านหลี่คุกเข่าลงตัวสั่นเทา "ทูลท่านอ๋อง... อนุใหญ่มู่หรงส่งสาวใช้มาแจ้งว่า นางเกิดอาการปวดท้องอย่างรุนแรงหลังดื่มน้ำแกงบำรุงที่ส่งมาจากห้องครัวกลาง... และ... และสำรับนั้น... เป็นสำรับเดียวกับที่ฮูหยินเอกจัดเตรียมไว้เสวยร่วมกับท่านอ๋องเมื่อครู่พ่ะย่ะค่ะ!" ว่านชิงหรี่ตาลงทันที รอยยิ้มเย็นเยียบผุดขึ้นที่มุมปาก นางมิได้ตกใจแม้แต่น้อย ราวกับคาดการณ์หมากตานี้ไว้ล่วงหน้าแล้ว หลงเฟิงเฉินหันขวับกลับมามองนาง แววตาคมกริบเปล่งประกายความอันตรายดุจพยัคฆ์ร้ายที่พร้อมขย้ำเหยื่อ ก่อนที่ใครจะได้เอ่ยสิ่งใด พ่อบ้านหลี่ก็ก้มหน้าลงต่ำแล้วกล่าวประโยคที่ทำให้บรรยากาศในห้องดิ่งลงสู่จุดเยือกแข็ง "หมอหลวงประจำวังที่ถูกส่งมาตรวจอาการ... แจ้งว่า ในถ้วยชาและน้ำแกงนั้น... มี ‘พิษร้อยวันปลิดชีพ’ ชนิดเดียวกับที่เคยปลิดชีพพระชายาองค์ก่อนเมื่อห้าปีก่อนพ่ะย่ะค่ะ!" ดวงตาของหลงเฟิงเฉินหรี่แคบลง รังสีอำมหิตแผ่ซ่านไปทั่วห้องหนังสือก่อนที่เขาจะค่อยๆ เบนสายตากลับมาจ้องมองสวี่ว่านชิงที่ยืนนิ่งสงบดั่งหินผาอยู่เบื้องหน้า ขอขอบพระคุณท่านรี้ดทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านช่วงเวลาอันเข้มข้นนี้ไปพร้อมกับพงศาวดารมีชีวิตเสมอนะครับ
สารจากนักเขียน (พงศาวดารมีชีวิต)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ฮูหยินเอกผู้นี้ขอหย่าขาดจากท่านอ๋องก(ล)บฏ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%